ประเภทความเรียงเยาวชน

ใต้ร่มชมนาด
โดย ขวัญชนก ทองล้วน

ฉันเดินกลับมาถึงบ้านด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข ความรัก ความหวัง ความฝัน อ้อมกอดและรอยยิ้ม เงาห่มของร่มไม้เขียวขจีที่แข่งกันผลิดอกออกใบรอบบ้าน ทุกอย่างรอฉันอยู่ที่นี่ สถานที่เดียวในโลกที่ฉันจะล้มลงนอนหลับได้พร้อมรอยยิ้ม ในความวางใจอันสนิทสนม...บ้านของเรา

ต้นชมนาดกำลังอวดใบเขียวออกคลุมรั้วด้านหน้า รูปทรงของใบและดอกไม่สวยงามสะดุดตา ทอดกิ่งก้านเลื้อยพันรั้วบ้านอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว พ่อปลูกชมนาดต้นนี้ให้แม่ ทำโครงเหล็กดัดลำต้นให้พันกับรั้ว เพราะแม่ชอบกลิ่นหอมนวลเย็นของ "ดอกข้าวใหม่" ที่เป็นอีกชื่อหนึ่งของชมนาด ดอกไม้ไทยๆ สีขาวนวลที่กำลังบานคลุมรั้วเป็นกลุ่ม ไม่สวยโดดเด่นจนใครหันมามอง ทั้งลำต้น ดอก ใบ ธรรมดาๆ และกลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อม ไม่หอมแรงไปทั้งซอยจนผึ้งมาตอมเป็นกลุ่มเหมือนดอกรสสุคนธ์ ไม่บานกระจ่างขาวสะอาดเป็นยวง สว่างโพลนจนใครเห็นแล้วหยุดมองและหลงรักทันทีเหมือนปีบ แต่เป็นต้นไม้ที่มีความหมายสำหรับแม่ จนนำมาตั้งเป็นชื่อเรียกฉัน ชื่อที่แม่บอกว่าพิเศษสำหรับครอบครัวของเรา วันนี้เขากำลังเติบโต แย้มบาน นวลละมุน เป็นร่มเงาให้ฉันได้นั่งลงมองบ้านของเราได้อย่างอบอุ่นใจ กลางสายลมที่หอมจับใจอย่างนี้

พ่อปลูกมะลิไว้ข้างรั้ว ทำโครงเหล็กครอบให้ชูลำต้นสวย เป็นมะลิสูงพันธุ์ใหม่ ดอกมะลิลาบานนำมาลอยน้ำดื่มได้ชื่นใจ มะลิตูมร้อยกับทางมะพร้าวให้คุณตาบูชาพระได้ มุมบ้านมีต้นกรรณิการ์ที่เพื่อนแม่ให้มา ดอกดกงาม ชูกลีบเรียวบางบนก้านสีแสด กลิ่นหอมแรงเมื่อปนกับกลิ่นปีบ ทำให้เวลาพลบค่ำของบ้านเราหอมละมุนด้วยลมหายใจของมวลดอกไม้

กลิ่นชมนาดไม่หอมมากอย่างนั้น แค่หอมกรุ่นๆ เหมือนข้าวสวยสุกใหม่ ช่อดอกชมนาดนำมาปักแจกันไม่ได้เพราะก้านไม่ยาวพอ ใบสีเขียวนั้นมียางเมื่อถูกเด็ด "ดอกข้าวใหม่" จึงเป็นดอกไม้ที่สวยกับต้น หอมกับกอ และกลมกลืนไปกับรั้วบ้าน เมื่อมีคนมาเยี่ยมชมดอกไม้บ้านเรา ดอกข้าวใหม่จะถูกทักเป็นอันดับท้ายๆ หรือบางทีก็ผ่านเลยไป แต่แม่ก็ยังบอกฉันเสมอว่าชมนาดเป็นดอกไม้ในใจแม่ บานเงียบๆ ง่ายๆ แต่นุ่มนวลและหอมนาน

ชมนาดก็คงเปรียบเหมือนคนธรรมดาๆ ที่มีอยู่มากมายในสังคม ไม่สะดุดตาสะดุดใจใครเป็นพิเศษ นานๆ จะมีคนสนใจนำมาปลูกและให้ความสำคัญ แต่ความธรรมดานี้เองที่ทำให้ดอกไม้อื่นๆ โดดเด่นขึ้น กุหลาบสีสวยสดขึ้น มะลิกลิ่นหอมกรุ่นอบอวลกว่าปกติ ทั้งจำปีสีขาวนวลหอมไกล จำปาสีเหลืองส้มหอมใกล้ก็ช่างหอมฟุ้งจนต้องเดินตามหา ลีลาวดีหลากสีชูสะพรั่งหอมละมุนเหมือนดาวที่มีกลิ่นรวยริน โมกขาวดอกน้อยๆ หอมแรง ยิ่งขาวสวยกับใบเขียวละเอียด มีริ้วลายน่าประทับใจ ชมนาดคล้ายจะทำให้ต้นไม้รอบข้างมีคุณค่าขึ้น ในขณะที่ชมนาดเองบานอย่างช้าๆ ขาวนวลๆ สีครีม รวมกลุ่มเป็นช่อโปร่ง พาดพันไปกับรั้วบ้านเรา

เพื่อนๆ ที่เคยมาเที่ยวที่บ้าน น้อยคนที่จะรู้จักชมนาด ฉันมักจะได้ยินคำว่า "หน้าตาอย่างนี้เอง ชมนาด" หรือ "กลิ่นเหมือนข้าวใหม่จริงๆ นะแหละ มิน่าถึงชื่อดอกข้าวใหม่" ฯลฯ ชมนาดจึงเป็นดอกไม้ที่สอนให้ฉันเข้าใจถึงโลกและชีวิต โลกที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลายดั่งดอกไม้ในสวน บ้างสะดุดตา บ้างสะดุดใจ บ้างมีเสน่ห์ต้องตาต้องใจแต่แรกพบ โดดเด่น ฉาดฉาน บ้างก็เรียบง่ายจนกลมกลืนไปกับคนรอบตัว แต่ทุกคนก็รวมกันเป็นสวนมนุษย์ขนาดใหญ่ ร่วมใช้ดินเดียวกัน มีน้ำคอยหล่อเลี้ยงชีวิตจิตใจให้ชื่นชุ่ม ต้องการอากาศบริสุทธิ์ และแสงแดดในการดำรงชีวิต อยู่รับรู้ทุกข์สุขในโลกเดียวกัน พึ่งพาอาศัยกันในวิถีธรรมชาติ ความเหมือนความต่างเหล่านี้ ทำให้สังคมมีความหลากหลาย และเราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ให้ได้อย่างเป็นสุข ไม่มีใครเหมือนใคร แต่ละชีวิตมีแนวทาง มีคุณสมบัติของตนเอง สิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อสร้างให้สังคมน่าอยู่ คือเข้าใจในความต่างเหล่านั้น บำรุงรักษาตนเอง สิ่งรอบข้าง สำนึกในธรรมชาติที่บันดาลความสุขร่มเย็นแก่มวลชีวิตในโลก เมื่อเราได้ความสะดวกสบายจากทรัพยากร เราก็ตอบแทนด้วยการทะนุบำรุงสิ่งแวดล้อม ทุกครั้งที่เราพึ่งพาธรรมชาติ เราขอบคุณด้วยการดูแลธรรมชาติ ทั้งดิน น้ำ อากาศ เพราะไม่ว่าเราจะเป็นดั่งต้นไม้ชนิดใด เราต่างได้พรจากธรรมชาติทั้งสิ้น

คุณตาสอนเราเรื่องกรรม ว่าเป็นสิ่งที่มองเห็นได้จากชีวิตของคนเรา กรรมดีกรรมชั่ว เราต่างเลือกได้ที่จะทำ และกรรมนั้นก็จะปรากฏในวิถีชีวิตของเรา เหมือนคุณตาปลูกพุดซ้อนไว้บูชาพระ ท่านเอาใจใส่ดูแลอย่างดี ช่วงเวลาผ่านไป พุดซ้อนก็แตกพราวเต็มต้น เป็นดอกไม้หอมที่คุณตาเก็บมาบูชาพระได้ทุกวัน เมื่อเราเอาใจใส่ดอกไม้ เขาก็จะตอบแทนเราด้วยความสดชื่น นอกจากเราจะได้ประโยชน์แล้ว คนรอบข้างก็ได้ชื่นใจในกลิ่นหอม แมลงได้หาน้ำหวาน อากาศได้สะอาดกับดอกใบของต้นไม้ และบ้านเราก็ได้น้ำหอมกลิ่นพุดซ้อนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งกลิ่น เมื่อปนกับกลิ่นหอมอื่นๆ เป็นกลิ่นที่ซาบซึ้งดื่มด่ำใจ การปลูกพุดซ้อนเพียงต้นเดียวจึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยให้ความสุขใจกับผู้ปลูก และส่งผลอันหอมหวานไปยังคนรอบข้าง ต้นไม้ตอบแทนเราด้วยความร่มรื่น เป็นสิ่งแวดล้อมอันชื่นเย็น กล่อมเกลาใจเราให้อ่อนโยน ปรุงอากาศให้สดใหม่ต่อสุขภาพ ถ้าเราช่วยกันเพิ่มจำนวนต้นไม้ดอกไม้ โลกก็เพิ่มความงดงามน่าอยู่ เป็นวิถีร่มรื่นที่สงบสุขทั้งกายและใจ เป็นวิธีหนึ่งในหลายๆ วิธีที่เราจะสร้างชั้นบรรยากาศของโลกให้สะอาดสะอ้าน เป็นกรรมดีที่เราทำได้ทุกขณะ ฉันและ
น้องจึงภูมิใจที่บ้านของเราเป็นบ้านหอม อบอวลด้วยดอกไม้ที่เราช่วยกันดูแล

คุณตาบอกให้เราทำความดีให้มากๆ ดูแลจิตใจกัน เพราะความสุขที่เราได้จะเป็นพลังที่ส่งผลให้เราเป็นสุข สงบร่มเย็น ทั้งกับตนเองและคนรอบข้าง เมื่อฉันเห็นช่อชมนาด ก็ดังได้เห็นตัวเอง ธรรมดา เรียบง่าย ไม่โดดเด่นกว่าใคร เป็นสมาชิกหนึ่งของสังคม คอยเติมเต็มและช่วยเหลือผู้อื่นได้ตามความสามารถ สิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันรู้สึกเชื่อมั่นในความดีของตนเอง เห็นคุณค่าของตนเอง การทำความดีจึงให้ผลดีต่อตัวเราเองเป็นลำดับแรก และให้ผลต่อคนรอบๆ ตัว ดั่งแรงกระเพื่อมของน้ำสร้างความสุขสงบ ดังช่อชมนาดขาวที่แย้มบานให้โลก ประดับรั้วบ้านให้อ่อนโยน คอยทักทายให้ฉันรื่นรมย์ใจเสมอ

สองปีกว่ามาแล้วที่ฉันออกจากบ้าน เพื่อเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ชีวิตในเมืองใหญ่ไม่มีเวลาให้ดูดาวในตอนกลางคืน ไม่มีกลิ่นดอกไม้ที่บานปลอบใจให้อบอุ่น ในความเหนื่อยล้าที่เราต้องก้าวผ่านไปให้ได้ ทำให้ฉันยิ่งคิดถึงและซาบซึ้งดื่มด่ำกับความหอมอ่อนโยนทั้งมวลที่บ้าน ต้นไม้ใบหญ้าที่เขียวขจี ดังคอยถามทุกข์สุข รับฟัง และปลอบโยนให้ฉันหายเหนื่อยจากสิ่งที่ต้องเผชิญอยู่ในทุกวันที่เร่งรีบ เมื่อฉันกลับบ้านของเรา เห็นแววตาของพ่อแม่ที่สงบสุข ชีวิตที่บ้านไม่รีบเร่ง ฉันตื่นแต่เช้า เดินรับกลิ่นหอมของมวลดอกไม้ในสนามหญ้าเขียวขจี มีเห็ดดอกน้อยที่กางร่มตูมบานออกเป็นกลุ่มๆ ปีบโปรยดอกลงพรมพื้นเป็นฝนดอกไม้ที่หอมเย็น โมกซ้อน โมกลา ชมนาด แข่งกันบาน มีความรักความเอาใจใส่ของพ่อกับแม่บานระคนกับดอกไม้ หอมอยู่ทุกหนทุกแห่งในบ้าน เหมือนฉันเดินอยู่ในอ้อมแขนของคนที่ดีที่สุดสำหรับฉัน หอมหวนชุ่มชื่นใจไม่มีที่สิ้นสุด ปลอดภัย และอุ่นใจจนต้องขอบคุณความสุขในบ้าน ที่ทำให้ฉันมีพลังที่จะก้าวเดินอย่างชื่นชมกับโลกและชีวิต พลังที่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่มอบให้แก่ทุกชีวิตในโลก

พ่อกับแม่สร้างบ้านให้เป็นสวนดอกไม้ เราสามคนพี่น้องเป็นดอกไม้น้อยของท่าน เป็นต้นไม้ที่ถูกเพาะหว่านด้วยความรักตั้งใจยิ่ง กว่าฉันจะโตขึ้นมาถึงวัยยี่สิบ ฉันได้เรียนรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเลี้ยงคนหนึ่งคนให้เติบโตขึ้นด้วยความรักอย่างแท้จริง พร่ำสอนทุกอย่างเกี่ยวกับการใช้ชีวิต อดทนต่อปัญหาที่ต้องเผชิญ แม่อายุมากแล้ว แต่แม่ยังคงเป็นแม่ลูกอ่อนตลอดเวลา วันเวลาของแม่ต้องมีพี่อยู่เคียงข้างเสมอ พูดซ้ำๆ ฝึกซ้ำๆ สิ่งที่คนอื่นทำได้ง่าย แต่พี่ทำไม่ได้ เพราะพี่มีพัฒนาการทางสมองไม่เหมือนคนทั่วไป เป็นคนอายุยี่สิบห้าปีที่มีรอยยิ้มบริสุทธิ์ไร้เดียงสา อาจด้วยเหตุผลนี้ที่ทำให้พ่อรักครอบครัวมาก พ่อเอาใจใส่แม่ทุกเรื่อง เก็บดอกไม้ให้แม่วันละดอกทุกเช้า ตามโครงการ "หนึ่งวันหนึ่งดอก" ที่พ่อบอกกับพวกเรา ดอกไม้บ้านๆ อย่าง เข็มแดง จำปี จำปา ลีลาวดี มะลิ หรือดอกไม้อื่นที่พ่อปลูกไว้ พ่อเก็บฝากแม่ทุกวัน เป็นอีกเรื่องน่ารักมากสำหรับฉัน ชีวิตของคนสองคนที่เดินทางด้วยกันมานานกว่า 30 ปี สร้างบ้าน ปลูกต้นไม้ เลี้ยงลูก ต้องใช้ความอดทนเพื่อจะอยู่ให้เป็นธรรมชาติเหมือนครอบครัวอื่น แม่ดูแลคนในบ้านด้วยการเอาชีวิตของท่านเป็นคำสอน ทำให้ดีที่สุด อดทน เผชิญหน้า ทำใจให้เป็นธรรมดากับธรรมชาติของชีวิต แม่บอกฉันว่าต้นไม้ที่แม่ปลูกอาจไม่มีดอกสวยงาม แต่แม่ก็ชื่นชมกับต้นไม้นั้น รักและเอาใจใส่ ความรักจากบ้านทำให้ฉันรู้สึกภูมิใจในชีวิต พอใจในสติปัญญา โอกาส และวิถีทางที่พ่อแม่ชี้แนะให้เราด้วยชีวิตของท่าน อาจใช้เวลาในการสร้าง ประคับประคอง แต่สวนดอกไม้ของบ้านก็เบ่งบานงดงาม

ภาพของพ่อที่ฉันเห็นประจำคือ ผู้ชายผมสั้นหน้าตาใจดีที่เดินอยู่ในบ้าน คอยตัดแต่งกิ่งไม้ ทอนกิ่งที่ตัดออกให้เป็นชิ้นเล็กๆ โปรยไว้รอบต้นไม้เพื่อคลุมหน้าดิน ขุดดินรอบต้นไม้ที่ต้นเล็กกว่าต้นอื่นให้พูนสูงขึ้นเป็นคันกั้นน้ำ ตักปุ๋ยที่พ่อหมักเองรดตามโคนต้นไม้ ปุ๋ยของพ่อทำจากเศษอาหารที่เหลือจากทำกับข้าวหมักกับน้ำตาลทรายแดงในถังปูน เป็นปุ๋ยชีวภาพบำรุงดินในบ้านเราให้อุดมสมบูรณ์ ดอกกล้วยไม้ที่พ่อผูกติดตามต้นปีบเริ่มแทงช่อ เอื้องสายห้อยย้อยยาวลงเกือบถึงพื้นดิน สีนวลอมเขียว มีจุดกลมเหมือนดวงตาในกลีบราชา ใกล้กันมีเอื้องผึ้งสีเหลืองทองบานฟูสวยแซมกับเอื้องพวงมาลัย ต้นไม้ของพ่อทุกต้นมีประวัติที่พ่อจำได้ดี เล่าได้ไม่รู้เบื่อ

ภาพที่เราชินตาอีกอย่างหนึ่งของพ่อ คือการแยกเก็บของตามประเภท กระดาษหนังสือพิมพ์ที่เรารับประจำวัน พ่อแยกเป็นเดือนๆ ให้ฉันและน้องได้ใช้เป็นแหล่งค้นคว้าทำรายงานส่งครูได้แทบทุกวิชา แม่ตัดเรื่องราวสอนใจและคำสอนดีๆ ไว้ให้เราอ่าน ตัดวิธีทำอาหารจากนิตยสารรวมเข้าแฟ้ม เก็บไว้ปรุงเป็นอาหารจานอร่อย ใช้ผักที่เราช่วยกันปลูกในบ้าน ปรุงเป็นอาหารจานเด็ดที่เราทุกคนมีส่วนร่วม พ่อชอบตัดเก็บข่าวเรื่องสิ่งแวดล้อม การทำนายของนักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเรื่องสภาพของโลก บัดนี้คำทำนายเหล่านั้นกำลังเป็นจริง โลกร้อน อากาศในปีนี้ร้อนจนแสบผิวหนัง ลมที่เคยพัดเย็นก็ร้อน น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ฝนตกผิดฤดู แผ่นดินไหว คลื่นยักษ์ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากการใช้ทรัพยากรแบบไม่ยั้งคิดของคนจนขาดสมดุล ไม่สร้างขึ้นทดแทน ไม่พัฒนาให้ดีขึ้น มีแต่แย่งกันใช้เพื่อประโยชน์ของตนให้มากที่สุด เราเห็นความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ตามที่พ่อบอก เราจึงช่วยกันรักษาสมดุลธรรมชาติ ดำรงชีวิตให้มีความสุขอย่างง่ายๆ เป็นสุขสงบจากธรรมชาติที่ไม่พึ่งพาวัตถุมากเกินไป เริ่มจากตัวเรา ในบ้าน และเผยแพร่ออกสู่ชุมชน เผื่อแผ่เพื่อนบ้านด้วยผักจากสวน ดอกไม้จากต้น เพื่อรักษาสมดุลธรรมชาติให้คงอยู่

กลิ่นหอมอบอวลของดอกไม้บ้านเรา ทำให้คนที่ผ่านไปมาหลายคนหยุดชื่นชม เราไม่รีรอที่จะแบ่งปันต้นกล้าที่เรามี ทั้งไม้ดอก ไม้ใบ ที่เราเพาะไว้ แจกเป็นความร่มรื่นชื่นใจให้คนรักต้นไม้ มิตรภาพเหล่านี้ทำให้เราอิ่มเอมใจ และซึมซับความอาทรที่เราและธรรมชาติมีให้กันไว้เป็นนิสัย

หนังสือพิมพ์ที่พ่อเก็บเป็นมัดๆ นั้น พ่อบอกว่าต้องใช้ต้นไม้หลายต้นกว่าจะได้กระดาษเหล่านี้มาเป็นความรู้ให้เราอ่าน พ่อให้พี่เลี้ยงของฉันเก็บขาย เศษขยะที่เรามี เมื่อแยกเป็นพลาสติก โลหะ เศษอุปกรณ์ต่างๆ ตามประเภทแล้ว เราขายให้ร้านรับซื้อของเก่าได้ บ้านเราจึงแทบไม่เหลือขยะให้ทิ้งเปล่า กลายเป็นรายได้เสริมให้พี่ๆ ได้ เศษอาหารที่เหลือในครัวก็ใช้เป็นอาหารของสุนัขและแมว ช่วยลดรายจ่ายได้ ทุกวันเวลาของเราจึงเป็นการเรียนรู้ให้ประหยัดในการใช้ชีวิต ดั่ง "คำพ่อสอน" ที่พ่อใส่กรอบติดไว้ให้พวกเราดูจนเป็นนิสัย "พอเพียง พอเหมาะ พอควร" เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันชีวิต ในยามที่โลกร้อนรุ่มด้วยความแข่งดีแข่งเด่นทางวัตถุอย่างทุกวันนี้

พ่อเคยเป็นประธานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรแพทย์ในโรงพยาบาลที่พ่อทำงาน ท่านสนับสนุนให้คนในโรงพยาบาลปลูกต้นไม้ในพื้นที่ว่างของโรงพยาบาลและบ้านพัก โดยเริ่มจากสร้างป่าในบ้านเราก่อน บ้านพักเราร่มเย็นกลางแมกไม้ที่พ่อหามาปลูก พ่อประสานกับฝ่ายเภสัชกรปลูกพืชสวนสมุนไพรพื้นบ้าน เวลาผ่านไปนับสิบปี ต้นไม้เหล่านั้นเติบโตขึ้นให้ร่มเงา ในวันสำคัญต่างๆ พ่อขอกล้าไม้จากสำนักงานป่าไม้ เชิญชวนให้เพื่อนแพทย์และเจ้าหน้าที่ช่วยกันปลูกต้นไม้ เกิดพื้นที่สีเขียวที่สร้างอากาศบริสุทธิ์ เวลามีญาติมาเยี่ยมคนไข้ได้อาศัยร่มเงา ต้นไม้ที่สงบงามทำให้อาคารในโรงพยาบาลน่าอยู่ขึ้น เมื่อเรากลับไปเยี่ยมครอบครัวแพทย์ในโรงพยาบาล ต้นไม้เหล่านั้นเป็นตำนานที่น่าปลื้มใจ ฤดูประดู่ที่ออกสีเหลืองทองพรึ่บไปทั้งต้น เมื่อโรยก็โปรยกลีบเหลืองเต็มพื้น ฤดูตะแบกสีม่วงอ่อนบาง ฤดูหางนกยูงที่เปล่งดอกสีส้มแสดสะพรั่งจับตา ฤดูคูนที่สีโยงช่อเหลืองระย้าในช่วงสงกรานต์ วันนี้พ่อลาออกจากงานรับราชการประจำ มาเป็นแพทย์จิตอาสา ย้ายออกมาอยู่นอกโรงพยาบาล มาสร้างสวนต้นไม้ที่ใหม่ ต้นไม้เก่าของพ่อก็ยังคงยืนหยัดอยู่ แม้จะถูกตัดไปหลายต้น แต่ก็ยังเหลือพอให้เราได้เข้าไปทักทาย ต้นไม้เหล่านั้นเป็นตัวแทนของความรักในธรรมชาติของพ่อ ให้คนรุ่นหลังได้ร่มเย็นทั้งกายและใจ

ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน ครอบครัวเราเปิดสอนการเขียนกลอนแบบจิตอาสา พ่อกับแม่ให้โอกาสฉันและน้องเป็นครูสอนน้องที่สนใจเขียนกลอน เรามีชั้นเรียนสีเขียวที่โรงรถ กิจกรรมของเราอาศัยต้นไม้ใบหญ้าเป็นอุปกรณ์การสอน เมื่ออบรมเสร็จ พ่อกับแม่ขอให้น้องๆ ที่มาอบรมช่วยกันปลูกต้นไม้ไว้ให้บ้านเราสองต้น เป็นที่ระลึกว่าเราเคยมาร่วมเข้าค่ายด้วยกัน บ้านเราทำค่ายภาษาไทยติดต่อกันมาสองปี ปีนี้เป็นปีที่สาม พี่สาวของฉันชอบกิจกรรมนี้มาก ช่วยแจกกระดาษ แจกขนม น้ำดื่ม พี่ปลื้มใจมากที่มีเด็กหลายคนในบ้าน แม่ฝากกิจกรรมทายชื่อดอกไม้ให้น้องๆ ทำ เป็นการเรียนรู้จากต้นไม้ในบ้าน ต้นชมนาดของฉันไม่มีใครรู้จักเช่นเคย แต่เมื่อฉันเล่า "นิทานข้าวใหม่" ทายว่าต้นข้าวใหม่อยู่ตรงไหน เด็กๆ ก็สนใจกันมาก เวลาที่ผ่านไปแต่ละปี มีเด็กๆ รู้จักเขียนกลอน รู้จักต้นไม้ ได้ช่วยกันปลูกต้นไม้ไว้เป็นต้นไม้ประจำรุ่น เป็นการประสานภาษากับต้นไม้เข้าในความคิดของเด็กๆ ให้น้องๆ ได้รู้ว่า ทำไมบ้านที่มีต้นไม้จึงเย็นสบาย หอมกรุ่น งานนี้มีคุณค่ากว่างานไหนๆ ที่ฉันเคยทำ ปีแรกพ่อเตรียมต้นสาละให้น้องๆ ปลูก ปีที่ผ่านมานี้ปลูกปาล์มบังสูรย์ ปีนี้ยังไม่ทราบว่าพ่อเตรียมต้นไม้อะไร เมื่อต้นไม้ที่น้องๆ ปลูกเติบโตขึ้น ฉันหวังว่าความรักในวัฒนธรรมการเขียนภาษาไทยของน้องๆ ก็จะเติบโตไปด้วย แม้ภาษาจะเปลี่ยนไป แต่เราก็ยังหวังว่าหลักการของภาษาไทยที่งดงามจะยังคงอยู่ เป็นรากเหง้าที่มั่นคงลึกซึ้งของชาติไทย

แสงแดดเดือนเมษายนจัดจ้าอย่างเคย ฉันคงต้องเตรียมตัวกลับไปมหาวิทยาลัยเพื่อทำงานที่ค้างอยู่ เสร็จงานแล้วจะได้มาเตรียมบ้านเราให้เป็นสถานที่สอนน้องในโครงการจิตอาสา ฉันหวังว่าความเย็นจากหมู่ไม้ในบ้านจะช่วยกันทำให้ดอกไม้ของเราไม่โรยเร็วเกินไป รอให้ฉันกลับมาชื่นชมในคราวหน้า โดยเฉพาะชมนาดที่บานนวลละมุน น้อมใจฉันให้เห็นคุณค่าของความธรรมดาอันกล้าหาญ ที่จะบานอยู่รวมกับต้นไม้อื่นที่แข่งกันหอมตลบอบอวลอย่างมั่นใจ เป็นหนึ่งในพันธุ์ไม้ที่ฉันตั้งใจแนะนำให้นักเรียนเขียนกลอนร่วมชื่นชม เพื่อเพิ่มจำนวนคนรู้จักให้มากขึ้นทุกปี และมีความหมายสำหรับฉันมากขึ้นทุกปี เพิ่มทวีดั่งความรักอันมั่นคงของพ่อแม่ที่มอบให้ลูกๆ

พ่อพบวิธีใหม่ที่จะรับกลิ่นหอมจากต้นเล็บครุฑและต้นว่านหงสาวดีได้อย่างน่าชม โดยปลูกต้นไม้ทั้งสองอย่างนี้ที่หน้าต่างห้องทำงานของบ้านเรา กลิ่นของดอกเล็บครุฑหอมเหมือนกลิ่นธูป ในขณะที่กลิ่นของดอกว่านหงสาวดี หอมเย็นแบบสมุนไพรไทย ห้องทำงานของเราที่เป็นที่ตั้งคอมพิวเตอร์ของทุกคน เป็นห้องประชันกลอนสดของบ้าน ห้องเก็บงานของฉันและน้อง ที่เราเรียกอย่างโก้ว่า "ห้องคลังสมอง" จึงเป็นห้องสมัยใหม่ไอที ที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมโบราณ ในขณะที่พ่อปลื้มกับการทำห้องทำงานให้หอมจากต้นไม้ของพ่อ แม่ก็พบวิธีใช้ประโยชน์จากดอกชมนาดเช่นกัน แม่เก็บดอกที่บานเต็มที่ใส่ถุงผ้าโปร่งแขวนไว้ในห้องนอนของเรา ตอนค่ำที่เราเข้านอน ห้องก็หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นข้าวใหม่ หอมสะอาดชื่นใจเหมือนกลิ่นใบเตยที่แม่กำไว้ในห้องพระ เป็นวิธีเก็บกลิ่นหอมที่แม่เพิ่งจะค้นพบจากดอกไม้ในบ้าน จากดอกไม้ที่ไม่ต้องใส่แจกัน แต่บานขาวนวลชวนกันแย้มยิ้มในถุงผ้า เหมือนดาวลูกไก่ดวงเล็กๆ โชยกลิ่นกล่อมให้เราหลับฝันดี

ฉันเดินออกจากบ้านด้วยยิ้มที่เปี่ยมสุข ใต้ร่มชมนาดเปิดเผยความลับอันแสนวิเศษของพ่อกับแม่ ผู้ปรารถนาให้ฉันเป็น "ข้าวใหม่" ดอกไม้ที่แสนธรรมดาแต่มีคุณค่าในตนเอง เป็นสุขกับไมตรีจิตรอบข้าง และกล้าหาญที่จะตระการกลีบอ่อนอยู่กลางแสงแดดร่วมกับต้นไม้อื่น เพื่อหล่อเลี้ยงโลกให้ดำเนินไปตามธรรมชาติ ดังที่ครอบครัวเรายินดีประคับประคองกันไว้ตลอดมา

ร่มชมนาด สร้างสำนึกอันดีงามให้ฉันดำรงตนในการเป็นผู้ให้และผู้รับที่ดี มีปัญญาที่น้อมลงในคุณธรรม เพื่อประดับโลกให้งดงาม ขอบคุณพรจากธรรมชาติ และอำนวยพรตอบด้วยความโปร่งเบาของกลิ่นข้าวใหม่ จากชีวิตที่ผาสุกด้วยต้นทุนในบ้าน...เพื่อสร้างความดีมอบให้สังคม อันเป็นธรรมชาติที่แสนดีงามแห่งชีวิต

หอมข้าวใหม่กับไอร้อนมาอ่อนหอม กลิ่นเอื้ออ้อมละมุนอุ่นไอขวัญ
ชมนาดสะอาดช่อต่อเติมวัน เป็นต้นพันธุ์ธรรมดาที่อาทร
เป็นความงามตามประสาลดาชื่น กล่อมวันคืนด้วยรักแท้ที่แม่สอน
ชมนาดบอกทางสร้างคำพร วาดวงจรด้วยวาจาชื่นมาลี
ใต้ช่อชมนาดร่มกันลมร้อน เพราะกลิ่นอ่อนโปรยปรายระบายสี
จึงปลูกชมนาดไว้ในใจนี้ หอมสำนึกอันดี.....สร้างชีวิต

น.ส.ขวัญชนก ทองล้วน
อายุ 20 ปี
ที่อยู่ : 46/9 หมู่ 9 ซอยคีรีรัฐยา 1 ต.ธงชัย อ.เมือง จ.เพชรบุรี 76000
การศึกษา : นิสิตชั้นปี 2 คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โทร : 084 761 5955
อีเมล์ : azure_dragon09@hotmail.com

กลับหน้า ประจำปี 2553