ประเภทความเรียงเยาวชน

แนวคิดที่หลากหลาย : แต่เป้าหมายคือการฟื้นฟู อนุรักษ์ และรักษาธรรมชาติของชุมชนให้ยั่งยืน
โดย ธนภัทร แสงหิรัญ

บทคัดย่อ

"ทำไม? โลกใบนี้จึงสร้างมนุษย์ขึ้นมา และสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร"

คำถามข้างต้นผมเคยคิดและจดบันทึกไว้ว่า "โลกทำให้เกิดสิ่งมีชีวิต โลกมีหน้าที่จัดการดูแลธรรมชาติ ทำให้เกิดความสมดุลไม่ว่าจะเป็นผืนดิน ขุนเขา ป่าไม้ สายน้ำ รวมถึงสิ่งมีชีวิตต่างๆ และสิ่งต่างๆ เหล่านี้เองที่เลี้ยงดูมนุษย์ให้ดำเนินชีวิตควบคู่ไปกับธรรมชาติในโลกใบนี้"

ข้อความดังกล่าวจึงเป็นจุดเริ่มต้นและจุดประกายให้ทำอะไรสักอย่างเพื่อตอบคำถามกับตัวเองว่า "เราเกิดมาทำอะไรในโลกใบนี้และเราทำอะไรให้กับโลกใบนี้บ้าง?"

เมื่อผมได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย จึงมีโอกาสได้ทำกิจกรรมต่างๆ กิจกรรมแรกที่อาสาเข้าร่วมคือ โครงการสืบสานจิตวิญญาณชาวนา "ค่ายดำนาเพื่อน้อง" ทำให้ผมได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ทำให้หวนคิดจากกระบวนการเรียนรู้ คือ ผืนดิน น้ำ ต้นข้าว ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาให้มนุษย์ได้จัดการและใช้ประโยชน์กับสิ่งเหล่านี้ ทำให้ผมนึกถึงเมื่อตอนเป็นเด็ก ผมอยู่กับตายาย ซึ่งทางบ้านมีอาชีพทำนา ทุกวันตากับยายจะพาผมไปนา โดยเฉพาะช่วงฤดูปักดำ เป็นสิ่งที่ผมชื่นชอบมาก วันไหนมีเพื่อนๆ มาด้วย ก็จะชอบเล่นน้ำ เล่นโคลน และไล่ตีตั๊กแตนกันไป แล้วยายก็จะมาตามให้ไปดำนา ระหว่างดำไปก็เล่นไป เพราะรู้เพียงว่าจับต้นกล้ามาแล้วก็กำ แล้วเสียบอย่างเดียว พอเงยหน้าขึ้นมาดูต้นกล้าที่ปักดำต่างลอยขึ้นมานอนขนาบกับน้ำ และบางต้นก็หักงอ จนยายบอกว่าทำแบบนี้จะได้กินข้าวหรือเปล่า

ยายบอกว่า หัวใจสำคัญอยู่ที่ขั้นตอนการปักดำที่เป็นภูมิปัญญาแนวคิดของชาวนาในอดีต เล่าขานบอกกล่าวเป็นวิธีการสืบต่อกันมา "การดำนาต้องบรรจงจับต้นกล้า แล้วปักลงอย่างนุ่มนวล และเหนียวแน่นติดอย่างถาวร เพื่อให้ต้นกล้าเจริญงอกงามเป็นต้นข้าว ชูช่อชูรวงอย่างเรืองรองเต็มท้องทุ่งเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว เพียงเท่านี้สิ่งที่ธรรมชาติได้มอบให้ ไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำ อากาศ ต้นกล้า ก็สามารถเลี้ยงชีพและให้มนุษย์เราประทังชีวิตอยู่รอดตามวัฏจักร"

บ้านห้วยทราย ต.คอแลน อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี เป็นหมู่บ้านแรกที่ได้มีโอกาสลงพื้นที่ศึกษาเรียนรู้ในการจัดการอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต ชาวบ้านห้วยทรายมีแนวทางจัดการผืนป่าด้วยการจัดตั้งอาคารและศาลาสังเกตการณ์ในพื้นที่ป่า โดยมีเวรยามเฝ้าระวังผลัดเปลี่ยนตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีแนวคิดร่วมกันกับโรงเรียน บูรณาการเป็นห้องเรียนธรรมชาติ หากยังขาดด้านงบประมาณก่อสร้างและการสนับสนุนจากหน่วยงานในพื้นที่

บ้านหลอมปืน ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล เป็นหมู่บ้านชาวประมงชายฝั่งทะเลอันดามัน ช่วงต้นฤดูมรสุมในเดือนพฤษภาคม จะเป็นแหล่งทำมาหากินของเรือประมงขนาดเล็กหรือประมงพื้นบ้านของชาวบ้านหลอมปืนและชาวบ้านปากบารา ต.ปากน้ำ ที่มีการออกหาปลาในบริเวณชายฝั่งของหมู่บ้านและบริเวณอ่าวปากบารา วันละไม่ต่ำกว่า 500 ลำ ด้วยเรือประมงขนาดเล็ก และนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว

ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ ทำให้ทราบถึงความต้องการของชุมชน ในด้านการอนุรักษ์พื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลของชุมชน เนื่องจากปัญหาการลดลงของจำนวนปลา การบุกรุกของเรือพาณิชย์ เช่น เรืออวนลากอวนรุนที่เข้ามาในพื้นที่บริเวณชายฝั่งที่ชาวบ้านประกอบอาชีพ อีกทั้งโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน รวมถึงอาชีพประมงขนาดเล็กและอาจกระทบถึงด้านสิทธิมนุษยชน ประเด็นดังกล่าวจึงถูกหยิบขึ้นมาแลกเปลี่ยนระหว่างกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน บ้านหลอมปืน บ้านปากบารา นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ

ด้วยแนวทางจากภูมิปัญญาของการเลี้ยงดูตามธรรมชาติ เพื่อให้ธรรมชาติเจริญงอกงาม ออกดอกออกผล เป็นอาหารมาเลี้ยงชีพมนุษย์ ด้วยวิธีการ อุ้ม กอด ถอด เสียบ ของยาย การสร้างศาลาจุดตรวจในผืนป่า ของชาวบ้านห้วยทราย และโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าชายเลนเพื่อป้องกันภัยทางธรรมชาติและสร้างบ้านให้กับสัตว์น้ำ รวมถึงการต่อต้านเรืออวน และเรือคาดหอยที่เข้ามาหาปลาชายฝั่งน้ำตื้นของชาวบ้านหลอมปืน ที่มีอาชีพออกหาปลาด้วยเรือประมงขนาดเล็ก เพื่อปกป้องแหล่งอาหารของชาวบ้าน ซึ่งเป้าหมายของทุกชุมชน

ล้วนคือการฟื้นฟู อนุรักษ์ รักษา ผืนป่า น้ำ และแหล่งอาหารของชุมชนให้ยั่งยืนสืบไป

ชื่อ-นามสกุล : นายธนภัทร แสงหิรัญ
อายุ : 21 ปี
ที่อยู่ : 29 หมู่ 12 ต.โพนแพง อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร 47170
การศึกษา : ปี 4 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

กลับหน้า ประจำปี 2552