ประเภทกลุ่มเยาวชน

กลุ่มเยาวชนอุทิศตนเพื่อสิ่งแวดล้อมตำบลวังตามัว
"การรวมตัวของเด็กใฝ่ดี"

โดย จิตระพี บัวผัน คณะทำงานส่วนกลาง

"กลุ่มเยาวชนอุทิศตนเพื่อสิ่งแวดล้อมตำบลวังตามัว" ประกอบด้วยเยาวชนจากหลายโรงเรียน หลายวัย หลายระดับชั้น หลายกลุ่มชาติพันธุ์ อาทิ ลาว ย้อ ผู้ไท โซ่ และกระเลิง ซึ่งอยู่ในชุมชนเดียวกัน จุดประสงค์การตั้งกลุ่ม คือเพื่อปลูกจิตสำนึกเยาวชนให้มีความรักและรู้จักรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และแก้ไขปัญหาเยาวชน โดยมีพระมหาทรงฤทธิ์ ฐิตสีโล เป็นพระพี่เลี้ยงในการทำงาน สร้างสรรค์กิจกรรมทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยใช้หลักธรรมะแทรก สร้างกลุ่มเยาวชนต้นแบบที่ใฝ่ดี เป็นเกียรติ เป็นศักดิ์ศรีของบ้านเกิด


โลกนี้ทุกข์แห่งฮ้อน ให้ฮักฮ่อแพงกัน
เกิดมาเห็นกันชั่วคราว สิจากกันตายเกลี้ยง
ให้เฮาถือธรรมมั่น เห็นกันให้ฮักฮุ่มกันถ่อน
คือจังเฮาพี่น้อง เฮือนใกล้เกี่ยวกัน...อ้ายน้องเอย
  จากบางส่วนของสุภาษิตอีสาน, เว็บไซต์ พรเจริญดอทคอม

ตำบลวังตามัว ประกอบด้วย 11 หมู่บ้าน มีประชากร 1,840 ครัวเรือน, 8,288 คน มีป่าชุมชนบ้านพรเจริญ-วังตามัว เนื้อที่ 1,200 ไร่ เป็นแหล่งอาหารของชุมชน

"กลุ่มเยาวชนอุทิศตนเพื่อสิ่งแวดล้อมตำบลวังตามัว" มีที่ทำการกลุ่มอยู่ในพุทธอุทยานพรเจริญ ซึ่งอยู่ในป่าชุมชนบ้านพรเจริญ-วังตามัว ผู้นำกลุ่มหรือที่ปรึกษากลุ่มคือ พระมหาทรงฤทธิ์ ฐิตสีโล พระลูกชายของกำนันคำผ่อน บุญหาญ ซึ่งก่อตั้งกลุ่มเยาวชนขึ้น เพื่อคลี่คลายปัญหาเรื่องป่าชุมชน และปัญหาเยาวชนในตำบล

กำนันคำผ่อน บุญหาญ เป็นแกนนำในการปกป้องรักษาป่าชุมชนบ้านพรเจริญ-วังตามัว มานาน กำนันเล่าว่า แนวคิดการก่อตั้งกลุ่มเยาวชนฯ เป็นความร่วมมือกันระหว่างทางวัด โรงเรียน และชุมชน เนื่องจากเห็นว่าการอนุรักษ์ป่าชุมชนต้องถ่ายทอดไปยังกลุ่มเยาวชนลูกหลานในชุมชน เพื่อให้รักษาป่าไว้ยังภายภาคหน้า ขณะเดียวกัน ก็เห็นปัญหาของเยาวชนในพื้นที่ เช่น การจับกลุ่มมั่วสุม ทะเลาะวิวาท เป็นเด็กแว้น (ขี่มอเตอร์ไซค์ซิ่ง) บางคนก็ติดยา เรียนไม่จบ

"สมัยก่อนไฟฟ้าไม่มี ทีวีไม่ได้เห็น ถึงฤดูเดือนเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง เด็กๆ ตามชุมชนจับกลุ่มกันเล่นสนุกสนาน มีแต่รอยยิ้มที่บริสุทธิ์ ผู้เฒ่าผู้แก่นั่งจับกลุ่มพูดคุยเรื่องเก่าคราวหลัง ภาพบรรยากาศเหล่านั้นปัจจุบันนี้หาดูไม่ได้อีกแล้ว สังคมปัจจุบันเป็นสังคมเด็กใจแตก ผู้ใหญ่ใจเพ เยาวชนเกเร บอกไม่ฟัง" กำนันร่ายยาว

ผู้ใหญ่ที่เป็นห่วงอนาคตของเด็กจึงพยายามหาแนวทางช่วยเหลือ โดยใช้ทรัพยากรป่าไม้ในป่าชุมชนเป็นช่องทางการสร้างกิจกรรม เริ่มจากรวบรวมเด็กๆ เยาวชนเพื่อจัดตั้ง "กลุ่มเยาวชนอุทิศตนเพื่อสิ่งแวดล้อมตำบลวังตามัว" ในปี 2549 สมาชิกเริ่มต้นเวลานั้นมี 30 คน

เยาวชนที่เข้ากลุ่มส่วนใหญ่เป็นเด็กๆ จากหลายโรงเรียน หลายวัย หลายระดับชั้น หลายกลุ่มชาติพันธุ์ (ลาว ย้อ ผู้ไท โซ่ และกระเลิง) ซึ่งอยู่ในชุมชนเดียวกัน ในเบื้องต้น เด็กๆ มาเข้ากลุ่มเพราะพ่อแม่ผู้ปกครองชักชวนแกมบังคับ ส่วนที่ทำการกลุ่มฯ นั้นอยู่ในเขตพุทธอุทยานพรเจริญ ซึ่งอยู่ในเขตป่าชุมชน

เด็กๆ เล่าให้ฟังว่า บางคนแค่เคยเจอหน้ากัน ไม่เคยพูดคุย บางทีก็ไม่รู้ว่าอยู่ตำบลเดียวกัน เพราะเรียนกันคนละที่ พอมีกลุ่มถึงมีโอกาสร่วมงานกัน ทำให้ได้รู้จักกันมากขึ้น การทำกิจกรรมในป่า ก็ทำให้เด็กเริ่มเข้าใจธรรมชาติ และเข้าใจตัวเองมากขึ้น

กิจกรรมที่กลุ่มฯ ดำเนินการมีทั้งด้านสังคม ศาสนา และสิ่งแวดล้อม โดยใช้วันอาทิตย์เป็นวันนัดหมาย จัดประชุมและดำเนินกิจกรรมหลายอย่าง มีการวางแผนและกำหนดช่วงเวลา เช่น ร่วมกันปลูกต้นไม้ ออกสำรวจป่าชุมชนเพื่อจัดทำฐานข้อมูลพรรณไม้ สมุนไพร กล้วยไม้ในป่า โดยมีผู้เฒ่าผู้แก่คอยให้ความรู้ จัดทำลานสมุนไพร เรียนรู้การให้น้ำมดแดงในฤดูแล้ง

การเรียนรู้เรื่องป่าชุมชน ทำให้เด็กๆ รับรู้ถึงสภาพปัญหาในอดีต และพูดคุยกันถึงสิ่งที่ควรจะทำในวันข้างหน้า

"เมื่อก่อนเขาตัดไม้กุง (พลวง) เพื่อหาแมงแคงไปขาย ตัดต้นจิก (เต็ง) ไปทำหมอนรถไฟ เผาถ่าน แล้วก็มีคนบุกรุกเข้ามาทำไร่หมุนเวียน ยึดพื้นที่เพื่อทำนา ทำให้ป่าไม้หมดไป พอพวกเราปลูกต้นไม้ ก็รู้เลยว่า มันโตช้ามาก แต่ถ้าจะตัดแป๊บเดียวก็ล้ม ถ้าไม่มีป่าก็ไม่มีอาหาร ไม่มีเงิน เดินเข้าป่าก็ได้พืชผักไปทำอาหารแล้ว" จันทร์เพ็ญ เครือแสง หรือ ส้มเปรี้ยว ประธานกลุ่มเยาวชนฯ ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ระดับ ปวช. วิทยาลัยเทคนิคนครพนม กล่าว

"บางทีใครมาก็ไม่อยากให้เขาเห็นของดีๆ ในป่าเรา กลัวเขาจะมาเอาไป" วนาลี อุตะพรม นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนกุสุมาลย์วิทยาคม จ.สกลนคร บอกความในใจ

สัมเปรี้ยวบอกว่า การหาสมาชิกมักจะเป็นการบอกต่อๆ เพื่อนชวนเพื่อน พี่ชวนน้องมา ตอนปี 2550 เด็กๆ ได้จัดเวทีสัญจรไปยังหมู่บ้านต่างๆ เพื่อหาสมาชิกให้หลากหลาย ตัวเลขสมาชิกปีนั้นสูงถึง 80 คน พอสมาชิกเพิ่ม กิจกรรมทุกอย่างดำเนินไปเหมือนเดิม เริ่มจัดประชุมเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในกลุ่มฯ เพราะที่ผ่านมาเป็นเงินส่วนตัวของพระมหาทรงฤทธิ์ จึงได้จัดผ้าป่าสามัคคี เมื่อได้เงินมาก็แบ่งเป็นกองทุนต่างๆ เช่น กองทุนเพื่อการศึกษา กองทุนศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมประเพณี กองทุนกระเป๋าน้อยพอเพียง โดยบริหารจัดการกันเอง

นอกจากนี้ยังทำโครงการเกษตรพอเพียงเลี้ยงตน ซึ่งมีกิจกรรมย่อย เช่น ทำนา ทำไร่ ทำสวน ปลูกมัน ทำปุ๋ยหมัก เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกสร้างรายได้ให้ตนเองเพื่อช่วยเหลือครอบครัวอีกทางหนึ่ง โดยอาศัยพื้นที่ว่างเปล่าในเขตป่าชุมชนนั่นเอง เด็กๆ ยังได้เรียนรู้การทำผ้าย้อมคราม การประดับผ้า จากผู้ใหญ่ใจดีที่เข้ามาสอน และกลายเป็นหน้าที่สำคัญที่ผู้ใหญ่มอบหมายให้ทำทุกครั้งที่มีงาน

บางกิจกรรมก็สนุกสนานและได้ทดลองเรียนรู้ไปในตัว เช่น ประกวดปลูกกะกล่ำปลี โดยแบ่งกลุ่มแข่งขันระหว่างกะหล่ำปลีที่ใส่ปุ๋ยเคมีกับใส่ปุ๋ยชีวภาพ ปรากฏว่าแม้กะหล่ำปลีที่ใส่ปุ๋ยชีวภาพจะหัวเล็กกว่า มีหนอนกินใบบ้าง แต่ก็ได้ตระหนักในความจริง "พวกเราลองทำปุ๋ยชีวภาพกันเอง วันที่ตัดสิน กะหล่ำปลีใส่ปุ๋ยเคมีหัวใหญ่กว่าก็จริง ใบสวยไม่เป็นรู แต่ไม่มีใครกล้ากินกะหล่ำปลีที่ใส่ปุ๋ยเคมีนั้นเลย"

พระมหาทรงฤทธิ์บอกว่า ตอนแรกตั้งใจจะรวบรวมเด็กดีกับเด็กเกเรให้มารวมกัน หวังให้เด็กดีมาช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กเกเรให้ดีขึ้น ปรากฏว่าอาตมาคิดผิด เด็กเกเรเขาไม่อยากเข้า ชวนยังไงก็ไม่ยอมเข้า ส่วนคนที่มาสมัคร กลับเป็นเด็กนิสัยดี เรียนดีมีความรับผิดชอบ อยู่ๆ ไปก็มีแต่น้ำดี" พระมหาทรงฤทธิ์เลยคิดใหม่ว่าดีเหมือนกัน เป็นการรวบรวมเยาวชนคนดีให้เป็นกลุ่มเพื่อสร้างสรรค์สังคมชุมชนให้น่าอยู่

"ปีแรกสมาชิกเยอะ มีทั้งที่เกเร แต่ส่วนใหญ่เขาก็อยู่ไม่ได้นาน คนที่มาอยู่แต่ก่อนเคยเกเร อยู่ไปก็เริ่มเปลี่ยนไป กลายเป็นคนเสียสละมากขึ้น เคยพูดไม่ดีกับพ่อแม่ก็พูดจาดีขึ้น" ส้มเปรี้ยว เล่าสิ่งที่เธอสังเกต

"ผมว่าเข้ากลุ่มแล้วก็ได้ความรู้ดี รู้สึกภูมิใจ เข้ามาแล้วเปลี่ยนตัวเองได้ รู้ว่าตัวเองมีค่า เปลี่ยนเพื่อนได้ และกลุ่มก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น" ระพีพรรณ รันพิศาล เรียนอยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนกุสุมาลย์วิทยาคม เล่าความรู้สึกให้ฟัง ครั้งหนึ่งเขาชวนเพื่อนเกเรให้ลองมาเข้ากลุ่ม วันนี้เพื่อนคนนั้นเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

ด้วยความเป็นเด็กรุ่นใหม่ กิจกรรมต่างๆ จึงอาศัยเทคโนโลยีไอทีมาขับเคลื่อน คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์หลักในการบันทึกเก็บข้อมูล มีการอัพเดทกิจกรรมต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์ "พรเจริญดอทคอม" (porncharern.pantown.com) เป็นการสร้างเครือข่ายและกระจายข่าวอีกทาง เพราะสมาชิกหลายคนไม่มีโอกาสมาร่วมทุกกิจกรรม

ด้วยพลังความสามัคคีก็ทำให้การงานเคลื่อนได้ ไม่ว่างานใหญ่หรืองานยาก

คึดให้คักเด้อพี่น้อง เหลือแต่ชื่อมันเด้อดง
ป่าบ่มีมันแปนเหบ็ด ชื่อว่าดงคือคำเว้า
อีกต่อไปหลายปีพู้น ลูกหลานภายลุนบ่ฮู้ป่า
เลยบ่เห็นฮอดนกน้อย บ่เห็นจ้อยขี่กะปอม....พี่น้องเอย..?
คันสิไปทางหน้า ให้เลี่ยวหลังก้ำของเก่า
คันอีมะลู่ถู่เถ่า เซาถ่อนอย่าสุไป...พี่น้องเอ่ย ?
  คำคมอีสาน, เว็บไซต์ พรเจริญดอทคอม

ชื่อกลุ่มเยาวชน : กลุ่มเยาวชนอุทิศตนเพื่อสิ่งแวดล้อมตำบลวังตามัว
ศูนย์ประสานงานฯ พุทธอุทยานพรเจริญ ต.วังตามัว อ.เมือง จ.นครพนม
ผู้ประสานงาน : น.ส.จันทร์เพ็ญ เครือแสง ประธานกลุ่มฯ
โทร. 080 760 7151
จำนวนสมาชิก : 50 คน
ระยะเวลาดำเนินการ : ตั้งแต่ปี 2549

กิจกรรม :

  • ด้านสิ่งแวดล้อม
    - สำรวจอาหารจากป่า
    - จัดรายการวิทยุสนทนาปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชนพระสงฆ์-ปลัดอำเภอ-นายก อบต.-กำนัน-กลุ่มเยาวชน
    - ปลูกต้นไม้ร่วมกับชุมชน
    - โครงการจำหน่ายต้นจันผา-กิจกรรมทำนาปลูกข้าว
    - จัดโครงการพัฒนาป่าสวัสดิการชุมชนเพื่อคุณภาพชีวิต
    - ประชุมกลุ่มหาแนวทางป้องกันรักษาป่า
    - สำรวจป่า
    - นำเสนอแนวทางอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
    - อบรมวิชาการในห้องเรียน และออกปฎิบัติภาคสนามพื้นที่ป่า
    - จัดทำลานสมุนไพร
  • ด้านศาสนา
    - เรียนธรรมศึกษาระดับขั้นตรี โท เอก
    - จัดอบรมศีลธรรม
  • ด้านสังคม
    - จัดเวทีสัญจร เพื่อขยายเครือข่ายกลุ่มเยาวชนให้ครบทั่วตำบล
    - ร่วมกิจกรรมวันแม่กับชุมชน-ประกวดคำขวัญวันแม่-ร่วมกันปลูกต้นไม้
    - โครงการค่ายสานข่ายขยายผลพัฒนาศักยภาพเยาวชนสร้างสรรค์ ภาค 4 วันที่ 14-17 ก.ค. 2550 วัดป่านาคำ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์
    - ประกวดกะหล่ำปลี

ผลสำเร็จ :

  • ปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน
  • พัฒนาพื้นที่ป่าชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้
  • จัดทำระบบข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ ให้เป็นเอกสาร/แฟ้มข้อมูล
  • เยาวชนรู้จักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ร่วมกันทำงานเป็นทีม รู้จักรับผิดชอบหน้าที่ มีความเสียสละ สามัคคี มีระเบียบและช่วยเหลือกัน

กลับหน้า ประจำปี 2552