ประเภทบุคคล

พระยงยุทธ ทีปโก
"รอยทางธรรม"

โดย สมเกียรติ เขื่อนเชียงสา
โครงการสื่อชุมชนลุ่มน้ำโขง เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงล้านนา

หลังจากเข้าสู่ร่มกาสาวพัฒน์ในปี 2539 พระยงยุทธ ทีปโก ได้ออกธุดงค์ไปตามป่าทั่วประเทศ เกิดแนวคิดพัฒนาชุมชนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน โดยเริ่มจากพื้นที่ในภาคเหนือ เลาะไปจนถึงภาคอีสาน แล้ววนกลับมาที่ภาคเหนืออีกครั้ง จนท้ายที่สุดมาจำพรรษาอยู่ที่วัดปางงุ้น ตำบลสรอย อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ สร้างเครือข่ายเยาวชน "กลุ่มเยาวชนคนฮักถิ่น" ผลิตสื่อ "วารสารคนต้นน้ำ" ปลุกจิตสำนึกชาวบ้าน เกิดพลังสามประสาน ต่อต้านสัมปทานเหมืองในพื้นที่ป่าลุ่มน้ำแม่สรอยซึ่งเป็นต้นน้ำแม่ยม

"ฉันเพียงผ่านมา ไม่นานฉันก็จากไป
คงเหลือไว้เพียงตำนานแห่งความเป็นคน
ฉันไม่ใช่คนเก่ง ฉันไม่ใช่คนกล้า
ฉันไม่ใช่ศาสดา แต่ปรารถนาความยุติธรรม"

ถ้อยคำบางตอนที่เขียนติดข้างฝากุฏิ เป็นความในใจของพระยงยุทธ ทีปโก หลังถูกคนกลุ่มหนึ่งขับไล่ออกจากวัดปางงุ้น จังหวัดแพร่ ด้วยข้อกล่าวหาปลุกระดมมวลชน เพื่อคัดค้านการสำรวจเหมืองแร่บริเวณลุ่มน้ำสรอย ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่สรอย ที่ตั้งอยู่ระหว่างอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย และเวียงโกศัย จังหวัดแพร่ ผืนดินแถบนี้นอกจากจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ลึกลงไปในดิน ยังปะปนไปด้วยแร่เหล็ก แร่พลวง และทองคำ
"เวลานั้นอาตมาเหมือนอยู่อย่างโดดเดี่ยว เพราะชาวบ้านที่เข้าใจสถานการณ์จำนวนหนึ่งยังหวั่นกลัว หากมีการเคลื่อนไหวคัดค้านการสำรวจเหมือง" แม้จะผ่านร้อนผ่านหนาวกับเรื่องราวการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคม แต่วิถีนักบวชของพระยงยุทธ ธีปโก ก็ยังรู้สึกหวั่นไหว

เหตุการณ์สงบลงหลังจากได้อธิบายทำความเข้าใจ และกลุ่มคนที่มาชุมนุมขับไล่ส่วนหนึ่งก็หันกลับมาศึกษาเรื่องการทำเหมืองอย่างเป็นจริงเป็นจัง

ย้อนหลังไปปี 2539 ขณะอายุ 22 ปี หลังเรียนจบวิชาชีพชั้นสูงทางด้านสาขาช่างโยธา เทคโนโลยีหมู่บ้านครูกรุงเทพฯ หนุ่มยงยุทธ วงศ์ถา เริ่มเข้าทำงานที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสุโขทัยได้เพียงหนึ่งปีก็พบว่า เส้นทางสายราชการไม่เหมาะกับตนเอง จึงตัดสินใจลาออกเพื่ออุปสมบทในบ้านเกิด วัดเขาแก้วชัยมงคล ตำบลเขาแก้วศรีสมบูรณ์ อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย

ช่วงออกพรรษาทุกปี พระยงยุทธมักออกเดินธุดงค์ตามเส้นทางป่าทั่วประเทศ ซึมซับธรรมะทั้งจากพระไตรปิฏกและธรรมะจากธรรมชาติ ทำให้ได้พบเห็นทั้งป่าอุดมสมบูรณ์ และป่าเสื่อมโทรม ถูกบุกรุกทำลาย สิ่งที่ได้พบเห็นตามเส้นทางธุดงค์ ถูกถ่ายทอดให้กับชาวบ้านผ่านคำเทศนาตามงานพิธีกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดความตระหนักและสำนึกร่วมกันถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า อยู่เสมอ
ดังเช่นพื้นที่ภาคอีสาน ปฏิบัติกิจของสงฆ์ด้วยการเผยแพร่แนวคิดด้านอนุรักษ์ในพื้นที่ป่ารอบวัด เริ่มต้นที่วัดป่าสอนหลอน อำเภอชานุมาน และวัดป่าหัวดง อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ และวันที่พบเห็นชาวบ้านปากมูนได้รับความเดือดร้อนจากเขื่อนปากมูน เห็นเด็กเร่ร่อนบนท้องสนามหลวง พระยงยุทธก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือร่วมแก้ไขปัญหาอยู่เบื้องหลังมาโดยตลอด

หลังจากนั้น ท่านเริ่มออกธุดงค์สู่ต้นน้ำแม่มอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ร่วมกับชาวบ้านเพื่อทำกิจกรรมการอนุรักษ์ ท่ามกลางปัญหาผู้มีอิทธิบุกรุกทำลายป่ารุนแรงถึงขั้นชีวิต แม่มอกเสมือนเป็นบ้านเกิดเพราะสายน้ำไหลไปหล่อเลี้ยงคนอำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย

หลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม ที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ เมื่อปี 2544 พระยงยุทธเดินทางข้ามเขาจากต้นน้ำแม่มอกสู่ต้นน้ำแม่สรอยในอำเภอวังชิ้น ด้วยความตั้งใจที่จะนำพาคนต้นน้ำให้กลับมาช่วยกันฟื้นฟูป่าต้นน้ำ เหตุการณ์น้ำท่วม คือบทเรียนสำคัญของการทำลายพื้นที่ป่า เมื่อป่าต้นน้ำที่วังชิ้นถูกทำลายก็ส่งผลต่อพื้นที่ป่าท้ายน้ำในอำเภอเถินเช่นกัน

น้ำสรอยเป็นสายน้ำที่ไหลจากป่าต้นน้ำบ้านปางงุ้น เขตติดต่อระหว่างพื้นที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ กับอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ไหลผ่านบ้านม่วงคำ แม่ขมิง ไฮย้อย ป่าป๋วย ขมวก บ้านโฮ่ง แม่หละ กะต๋อม ปางไม้ ป่าสัก สองแคว ป่าคา ป่าม่วง ปางไฮ ปางมะโอ และไหลลงสู่แม่น้ำยม

ผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมไป 9 ปี ลุ่มน้ำแม่สรอยกำลังถูกสำรวจเพื่อขอสัมปทานเหมืองแร่เหล็ก แต่แอบแฝงด้วยวัตถุประสงค์ที่ใหญ่กว่านั้น คือ การขุดแร่ทองคำ

"ทำไมต้องสำรวจแร่ คำตอบคือ เพื่ออยากรู้ว่าพื้นที่ที่สำรวจมีสายแร่แท้จริงหรือเปล่า มีปริมาณมากเพียงพอแก่การทำเหมืองหรือไม่ และที่สำคัญการสำรวจแหล่งแร่เป็นขั้นตอนของการสัมปทานเหมืองแร่ หลังเปิดหน้าดิน แร่ทองคำต้องถูกสกัดโดยสารพิษไซยาไนต์"

ข้อสงสัยของชาวบ้าน ทำให้พระยงยุทธต้องศึกษาหาข้อมูลเพื่อคลี่คลาย จนรู้ว่าที่นี่ไม่ได้มีเฉพาะแต่แร่เหล็ก แร่พลวง แต่มีแร่ทองคำที่มูลค่ามหาศาล ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ของแหล่งแร่ในประเทศไทย ในอดีต ชาวบ้านแถบนี้เคยร่อนทองในลำน้ำ แต่พระยงยุทธรู้ดีว่าหากพื้นที่ลุ่มน้ำสรอยถูกสัมปทานให้ทำเหมืองแร่ วิถีชาวบ้านที่อาศัยธรรมชาติอยู่อย่างสงบจะเปลี่ยนไป

ความวิตกกังวลใจกระจายไปทั่วหมู่บ้าน แรงเสียดทานได้เริ่มต้นและทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับหลังจากชาวบ้านเรียนรู้ข้อมูลจากพระยงยุทธ และการศึกษาผลกระทบจากการทำเหมืองทองที่จังหวัดพิจิตร ทั้งพระและชาวบ้านเริ่มถามหาความเป็นธรรมจากหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ ทั้งผู้คนที่เกี่ยวข้องภายใต้ผลประโยชน์มหาศาล
ทองคำมีความหมายสำหรับนักลงทุนและนายทุน แต่ต้องแลกมาด้วยภูเขา ต้นไม้ และสายน้ำอันบริสุทธิ์ จากนี้ไปทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า ที่คนลุ่มน้ำสรอยได้พึ่งพาอาศัยมาหลายชั่วอายุคนคงได้รับการปกป้องจากสาธารณชนเช่นกัน

ท่ามกลางผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ก่อเกิดลำธารใหญ่น้อยมารวมตัวกันเป็นแม่น้ำยม พระสงฆ์รูปหนึ่งพยายามติดอาวุธทางปัญญาให้ชาวบ้าน เพื่อให้เห็นคุณค่าของธรรมชาติ ในขณะที่นักตักตวงผลประโยชน์ที่ทรงอิทธิพลทั้งด้านการเมืองและการเงิน กำลังรุกรานผืนป่าและสายน้ำอย่างหนัก

สังคมควรช่วยกันหนุนเสริมสาวกของพระพุทธองค์ อย่าให้ต้องต่อสู้กับคนไร้ธรรมะอย่างโดดเดี่ยว

พื้นที่ลุ่มน้ำยม ครอบคลุมพื้นที่ 25,183.669 ตารางกิโลเมตร (15,739,793.13ไร่) รวม 11 จังหวัด ได้แก่ พะเยา น่าน ลำปาง อุตรดิตถ์ แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร ตาก กำแพงเพชร และนครสวรรค์
แม่น้ำยมมีต้นน้ำเกิดจาก ทิวเขาผีปันน้ำ ในเขต อำเภอปง อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ไหลมาบรรจบแม่น้ำน่าน ที่ ตำบลเกยชัย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ความยาว 735 กิโลเมตร


ชื่อ : พระยงยุทธ ทีปโก
วัดปางงุ้น ต.สรอย อ.วังชิ้น จ.แพร่ 54160
โทร. 089 552 7088
อายุ : 44 ปี
การศึกษา : วิชาชีพชั้นสูงทางด้านสาขาช่างโยธา เทคโนโลยีหมู่บ้านครู กรุงเทพฯ (2539)
ระยะเวลาทำงานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม : 19 ปี (2533-ปัจจุบัน)

การทำงาน :

  • ปี 25333-2538 โครงการอนุรักษ์ป่าในเขตรอบวัด และโครงการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตเด็กเร่ร่อน ณ วัดป่าดาลสอนล๋อน อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ
  • ปี 2539-2541 ดำเนินโครงการเดิมต่อเนื่อง และเข้าร่วมผลักดันกับกลุ่มสมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการจัดการทรัพยากรโดยชุมชน และการจัดการป่าชุมชน ณ วัดป่าบ้านหัวดง อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ และในปี 2542 ไปจำพรรษาที่ วัดม่วงงาม อ.สลกบาตร จ.กำแพงเพชร
  • ปี 2543 ส่งเสริมฟื้นฟูให้ชาวบ้านอนุรักษ์ทรัพยากรในพื้นที่ป่าต้นน้ำแม่มอก พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการป่าชุมชนใน อ.ทุ่งเสลี่ยม จัดตั้งกลุ่มสมุนไพรบ้านสามหลัง และได้รับเลือกเป็นคณะทำงานจังหวัดแพร่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนจังหวัดลำปาง ณ วัดสบ อ.เถิน จ.ลำปาง
  • ปี 2547-2550 โครงการเกี่ยวกับเยาวชน อบรมศีลธรรม/จริยธรรม สอดแทรกเรื่องการอนุรักษ์ป่า สร้างเครือข่ายกลุ่มเยาวชนไปทั่วตำบล จัดตั้งเป็นกลุ่มเยาชนคนฮักถิ่น จัดตั้งธนาคารเด็ก ส่งเสริมให้เกิดสื่อท้องถิ่น
  • วารสารคนต้นน้ำ" เพื่อเผยแพร่ข่าวสารในท้องถิ่นให้สังคมภายนอกได้รับรู้
  • ปี 2551-ปัจจุบัน กระตุ้นให้ชาวบ้านใน ต.สรอย ลุกขึ้นมาคัดค้านการสำรวจแร่เหล็กในพื้นที่ ร่วมกับศูนย์พัฒนาเครือข่ายองค์กรชาวบ้านเพื่อการพึ่งตนเองจังหวัดแพร่

ผลสำเร็จ :

  • ชาวบ้านตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ ร่วมกันดูแลรักษา และเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายอนุรักษ์พื้นที่ลุ่มน้ำยม
  • เยาวชนร่วมกันทำกิจกรรมและเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้เพื่อรักษาทรัพยากรท้องถิ่น
  • ปัจจุบันพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเวียงโกสัยยังไม่ถูกทำลายจากการทำเหมืองแร่

กลับหน้า ประจำปี 2552