ประเภทชุมชน (ชุมชน ชุมชนเมือง เครือข่ายชุมชน)

กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมป่าชุมชนริมฝั่งลำชี
ผู้พิทักษ์มรดก "ซ่งผีบ้า"

โดย จิตระพี บัวผัน คณะทำงานส่วนกลาง

"ป่าซ่งผีบ้า" เป็นป่าทามริมฝั่งลำชี พื้นที่ 2,200 ไร่ เป็นแหล่งสงวนพันธุ์ปลาที่ยิ่งใหญ่ ผืนป่าทามแห่งหนี้เคยเสื่อมโทรมจากการบุกรุกแผ้วถางป่าขยายที่ทำกิน แต่แกนนำชุมชนสามารถรวบรวมอาสามัครชาวบ้านขึ้นเป็นกลุ่มอนุรักษ์ ใช้ยุทธวิธีการสื่อสารสร้างความเข้าใจ ทั้งคนภายในและภายนอกชุมชน จนสามารถรักษาป่าไว้ได้โดยไม่เกิดความขัดแย้งรุนแรง อาศัยแรงคนเป็นหูเป็นตา เป็นรั้วล้อมป่า และขยายผลการอนุรักษ์ออกไปยัง 6 หมู่บ้านรอบผืนป่าชุมชน

ตำนานการต่อสู้เพื่อปกป้องผืนป่าของชาวราษีไศลคงอยู่ในสายเลือด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม เพราะที่ลำชีป่าชุมชนบ้านจานแห่งนี้ ก็มีผู้นำสายเลือดราษีไศลที่คอยดูแลผืนป่า เพื่อเก็บไว้เป็นมรดกให้ลูกหลาน

เกือบร้อยปีมาแล้วที่ชาวราษีไศลอพยพมาตั้งรกรากที่นี่ นำโดย นายอินทร์ ผลบุญ พ่อของผู้ใหญ่พร้อม และเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของบ้านจาน หมู่ 6 ต.หนองเต็ง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ อยู่ใหม่ๆ ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ดี ในน้ำมีปลา ในป่ามีอาหาร

"ตอนเด็กๆ ป่าสมบูรณ์มาก ผมเข้าไปหาผักหาปลา มีที่เลี้ยงควาย ตอนกลับบ้านก็มีอาหารติดมือกลับไป ตอนกลางวันก็หากินตรงนั้น ไม่เคยต้องใช้เงิน สัตว์ป่าก็ชุกชุม ต้นไม้เยอะมาก ตอนนั้นใครที่คิดว่าป่าจะหมดไปก็ถือว่าบ้าเต็มที่แล้ว" ผู้ใหญ่พร้อม ผลบุญ แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติริมฝั่งลำชี ช่วยให้ภาพป่าในอดีต

ป่าชุมชนบ้านจาน เป็นป่าสาธารณะประโยชน์ริมฝั่งลำชี มีพื้นที่ประมาณ 2,200 ไร่ มีเขตยาวตามลำชี สภาพป่าเป็นที่ทามสลับเนินมีพรรณไม้นานาชนิด เป็นห้องเครื่องยาสมุนไพร ต้นไม้ ลูกไม้มากมาย ชาวบ้านได้อาหารจากป่า คอนแลน เห็ด ผัก ปลา กลอย มัน หน่อไม้ โดยไม่ต้องซื้อหา เสียดายที่ไม้ยืนต้นส่วนใหญ่ยังโตไม่เต็มที่ เนื่องจากมีการตัดโค่นต้นไม้ใหญ่เพราะการสัมปทานป่า โดยเฉพาะเมื่อมีการสร้างเส้นทางรถไฟสายนครราชสีมา-อุบลราชธานี ต้นไม้ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว เพื่อมาเป็นฟืนและไม้หมอนรางรถไฟ

"ซ่งผีบ้า" เป็นบริเวณหนึ่งในป่าชุมชนบ้านจานแห่งนี้ ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า มีคนบ้ามาอาศัยอยู่และตายในหนองน้ำนั้น จะว่าไปคนที่รณรงค์อนุรักษ์ป่าเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ก็เคยถูกมองว่าเป็น "ผีบ้า" ด้วยเหมือนกัน

ด้วยเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ ใครๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จากป่าได้ ยิ่งพอมีสัมปทานป่า ประกอบกับมีการสร้างทางรถไฟก็ทำให้ต้นไม้ใหญ่ๆ ในป่าลดลงอย่างรวดเร็ว ตอนนั้น ผู้ใหญ่พร้อม ยังทำงานการรถไฟ เดินทางไปกลับบ้านและที่ทำงานก็ต้องลัดเลาะในป่า เห็นคนชุมชนใกล้เคียงเข้ามาลักลอบตัดไม้ขายอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ชั่วระยะไม่ถึง 10 ปีป่าก็ถูกทำลายจนเสื่อมโทรม

พื้นที่ป่าชุมชนจำนวน 860 ไร่ ซึ่งกระจายออกเป็น 8 แปลง กลับมีโฉนดแสดงเอกสารสิทธิ์ทั้ง 8 แปลง และเตรียมการตัดไม้เพื่อทำปรับเป็นที่ทำกิน ผู้ใหญ่พร้อม เห็นความไม่ชอบมาพากล จึงสู้เรื่องนี้มาตลอดหลายปี

"เห็นสภาพแล้วคิดว่าถ้าหากปล่อยไว้ ป่า 2,200 ไร่ก็คงหมดไปแน่ พื้นที่นี้คงกลายเป็นทะเลทรายในไม่ช้า ลูกหลานเกิดมาก็คงไม่รู้ว่า ป่านี้คืออะไร เป็นอย่างไร"

ปี 2535 ผู้ใหญ่พร้อมตัดสินใจลาออก เพื่อจับงานอนุรักษ์อย่างเต็มตัว เดินหน้าเรื่องโฉนด จนสรุปได้ว่าเป็นเอกสารปลอม มีการต่อสู้การออกเอกสารสิทธิ์ที่ไม่ถูกต้อง จนสามารถได้พื้นที่คืนเป็นของชุมชนแบบไม่เสียเลือดเสียเนื้อ ปีถัดมามีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ นายพร้อม ผลบุญ ก็ได้รับเลือกเข้ามาสวมหมวกใบเดิม และอาศัยความเป็นแกนนำชุมชนสานต่องานอนุรักษ์อย่างเป็นเรื่องเป็นราวยิ่งขึ้น

"มรดกชิ้นสุดท้ายของเราคือ ป่า ถ้าป่าหายไป ลูกหลานก็ไม่เหลือมรดกอะไร"

ปี 2537 "กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมป่าชุมชนริมฝั่งลำชี" จึงก่อตั้งขึ้น โดยรวมกลุ่มอาสาสมัครที่มีใจรัก เริ่มต้นด้วยสมาขิก 25 คน มาร่วมประชุมกัน ตั้งคณะกรรมการด้านต่างๆ และร่างกฏข้อบังคับ สาระโดยหลักคือ ห้ามตัดไม้ทำลายป่า ห้ามลักลอบจับสัตว์ป่า ห้ามจุดไฟ จัดเวรยามลาดตระเวนไฟป่าในหน้าแล้ง จัดหากล้าไม้มาปลูกเสริมในพื้นที่ป่าที่เสื่อมโทรม ลักษณะการรวมกลุ่มเป็นแบบหลวมๆ ใครว่างก็ไป ใครไม่สะดวกก็ไม่ว่ากัน ผู้ใหญ่พร้อมบอกว่า งานนี้เป็นงานอาสา ทำด้วยใจ

ช่วงแรกๆ ที่เริ่มต้น ยังมีการลักลอบตัดไม้ แต่เมื่อดำเนินการไปนานเข้า ก็เริ่มเห็นผล สภาพป่าเริ่มฟื้นตัว อาหารนานาชนิดเริ่มมีให้เห็น สัตว์ป่าก็เริ่มกลับมา บัดนี้ ดำเนินการมา 15 ปีแล้ว ผลลัพธ์ก็คือ ชุมชนมีพืชอาหารพื้นถิ่นกินกันทุกครัวเรือน

เพื่อให้มี "รั้ว" ล้อมรอบป่าชุมชนบ้านจาน ซึ่งมีอาณาเขตติดกับพื้นที่ของชุมชนอีก 6 หมู่บ้าน กลุ่มฯ จึงประสานเชื่อมโยงไปสู่ชุมชนดังกล่าว ให้ช่วยดูแลรักษา เพื่อได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ป่าชุมชนแห่งนี้จึงไม่มีรั้ว มีเพียงป้ายต่างๆ ที่ร่วมกันทำในหมู่สมาชิก

"ผมว่าไม่มีลวดอะไรที่เหนียวแน่นและดีเท่ารั้วคน" ทุกวันนี้มีชาวบ้านและชุมชนเข้าร่วมครบทุกด้านทุกมุม รวมทั้งหว่านเมล็ดพันธุ์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมลงในหัวใจเด็กๆ ด้วยการพาเดินสำรวจป่าร่วมกับครูภูมิปัญญา นอกจากไม่ต้องเช็คชื่อ ยังสนุกและได้ความรู้อีกด้วย

ผลจากการมุ่งมั่นอนุรักษ์มายาวนาน ในปี 2541 กลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้รับพระราชทานธงพิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต จากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พอปี 2545 ได้รับประกาศนียบัตรเป็นหมู่บ้านเขียวขจี และปี 2546 ได้รับรางวัลจากกรมป่าไม้ ในฐานะหมู่บ้านอนุรักษ์ป่าดีเด่น

รางวัลต่างๆ เป็นเพียงข้อยืนยันว่าแนวทางการอนุรักษ์ที่ได้ทำมายาวนานนั้น...มาถูกทางแล้ว และลูกหลานก็จะมีมรดกล้ำค่าเช่นนี้ต่อไป

เพียงมองข้ามลำชี สังเกตเห็นพื้นที่อีกฝั่งซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดสุรินทร์ ก็พอจะเห็นคำตอบว่า มรดกสำคัญชิ้นนี้มีค่าต่อลูกหลานมากเพียงใด

เพราะป่าอีกฝั่งที่เหลืออยู่ "บาง เต็มที

ชื่อชุมชน : กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมป่าชุมชนริมฝั่งลำชี
93 บ้านจาน หมู่ 6 ต.หนองเต็ง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ 31160
ผู้ประสานงาน : นายพร้อม ผลบุญ อดีตผู้ใหญ่บ้าน
โทร. 089 532 8621
ประชากร : 191 ครัวเรือน 1,015 คน
พื้นที่ในการดูแล : 2,200 ไร่

กิจกรรม :

  • สื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านและคนภายนอกได้รับรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่น
  • ปลูกป่าเสริมเพื่อความอุดมสมบูรณ์
  • จัดทำป้ายคำขวัญ เชิญชวนให้ร่วมกันอนุรักษ์และปลูกจิตสำนึก โดยร่วมกันบริจาค
  • ออกลาดตระเวนเพื่อป้องกันไฟป่า
  • ต่อสู้การออกเอกสารสิทธิ์ไม่ถูกต้อง จนสามารถได้พื้นที่คืนเป็นของชุมชน

ผลสำเร็จ :

  • ฟื้นฟูป่าลุ่มน้ำชีพื้นที่ 2,200 ไร่
  • ลดปัญหาการเกิดไฟไหม้ป่าติดต่อกัน 3 ปี
  • ชุมชนและเยาวชนให้ความสนใจด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กลับหน้า ประจำปี 2552