ประเภทความเรียงเยาวชน

บทคัดย่อ
แค่ขยับเท่ากับพิทักษ์โลก
โดย น.ส.ปัณฑารีย์ มีมาก


เมื่อมองลงมาจากห้วงอวกาศ เราจะพบดาวเคราะห์ดวงหนึ่งสีฟ้าสดใส เรียกว่า "โลก" กว่า 4,500 ล้านปีมาแล้วที่โลกผ่านการเปลี่ยนแปลงมากมาย เพื่อให้สรรพสิ่งก่อเกิดและดำรงชีวิตอยู่ได้ จนปัจจุบันโลกกำลังพบการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ หากแต่ไม่ได้เป็นไปเพื่อวิวัฒนาการของโลกเช่นครั้งก่อน แต่เกิดจากความไม่สมดุลของโลกใบนี้ หรือว่าโลกกำลังประสบกับโรคร้าย?

ภาระหนักอึ้งในการโอบอุ้มสรรพชีวิตทั้งหลายหนักหนาเกินไปแล้ว สำหรับโลกที่อ่อนแอลงเช่นนี้?

สิ่งที่ทำให้โลกต้องประสบปัญหาเช่นนี้ก็คือ "มนุษย์" โดยที่อาจจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่ผลกระทบที่ตามมาย่อมส่งผลถึงกันเพราะทุกสรรพชีวิตในโลกล้วนมีความเกี่ยวข้องกันอย่างซับซ้อน ดังคำกล่าวของ จอห์น มุยร์ นักอนุรักษ์ชาวอเมริกันที่ว่า "หากเราลองกระชากสิ่งใดสิ่งหนึ่งในธรรมชาติ เราจะเห็นว่ามันยึดติดอยู่กับทุกสิ่งบนโลก"

สำหรับฉันนั้น เกิดและเติบโตในจังหวัดได้รับตะวันใหม่ก่อนใครในสยาม คือ จังหวัดอุบลราชธานี เหตุที่ฉันชอบคำนี้ที่สุดเพราะว่าแสงอาทิตย์ทำให้โลกสว่างไสว และสิ่งมีชีวิตได้เติบโต ดวงอาทิตย์ทำงานอย่างซื่อสัตย์ต่อโลกมาตลอด แต่ปัจจุบันบ้านของเรากำลังมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วพอๆ กับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศ ทำให้สภาพอากาศแปรปรวนทั่วโลก เกิดภาวะโลกร้อนในที่สุด

ฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องหันมารับผิดชอบอย่างจริงจัง เริ่มต้นที่ตัวเราเอง แม้จะไม่สามารถบอกทุกคนให้ทำได้ แต่ฉันทำสิ่งเล็กๆ อย่างสม่ำเสมอ เช่น การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ปิดน้ำ ไฟ เมื่อไม่ใช้แล้ว ใช้หลอดตะเกียบ ปลูกต้นไม้ ลดการใช้สารเคมี และหันมาปั่นจักรยานมากขึ้น

นอกจากนี้เมื่อฉันอยู่ ม.3 ฉันได้มีโอกาสเข้าค่ายช้างเผือกเครือซีเมนต์ไทยรุ่นที่ 13 ในปีนั้นจัดที่คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา) ทำให้ฉันได้เรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติรอบตัว ป่าไม้ พืชสมุนไพร จนถึงมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม และได้ตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ ได้รับการปลูกฝังให้รักธรรมชาติ

ต่อมาเมื่อฉันได้ร่วมงานชุมนุมลูกเสือโลกครั้งที่ 20 ที่จังหวัดชลบุรี ที่นี่ฉันได้ทำกิจกรรมมากมายกับเพื่อนทั้งชาวไทยและต่างชาติ พวกเราได้ปลูกป่าชายเลน เก็บขยะริมชายหาดทุกวัน และมีกิจกรรมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมในชุมชนของตน และหาแนวทางแก้ไข ทำให้ฉันเห็นปัญหาจากทั่วโลก และเห็นว่ามีอีกหลายคนที่สนใจที่จะทำให้โลกปลอดภัย

นอกจากนี้ฉันได้เข้าค่ายเล็กๆ ที่เยาวชนจากหลายมหาวิทยาลัยมารวมกัน ภายใต้ชื่อค่ายว่า เพราะรักพ่อ ค่ายนี้ฉันได้รับการปลูกฝังให้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงตามรอยเท้าพ่อหลวง และได้เปิดใจฟังเสียงธรรมชาติโดยการโอบกอดต้นไม้เพื่อฟังเสียงที่ต้นไม้ ฉันคิดว่าหากได้นำเอาแนวคิดในการอนุรักษ์ธรรมชาติไปบอกต่อก็จะเป็นโอกาสที่ดีมาก และแล้วฉันจึงได้ไปออกค่ายอาสาพัฒนาที่หมู่บ้านหมันขาว ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย ที่นี่ฉันและเพื่อนๆ ได้กินอยู่อย่างพอเพียง สร้างอาคารเรียน และทำกิจกรรมต่างๆ ฉันสัมผัสได้ว่าเด็กๆ ที่นี่มีน้ำใจ และพวกเขาก็รักต้นไม้ ป่าเขา ฉันคิดว่าการปลูกฝังให้เด็กๆ ที่นี่รักและหวงแหนป่าไม้จะมีประโยชน์มาก เพราะการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนนั้นย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างแท้จริง

การที่เราทุกคนตื่นตัวที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติเพื่อช่วยเหลือโลกของเรา การไตร่ตรองถึงภัยธรรมชาติต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้น และการร่วมมือกันตอบโต้โดยการลงมือทำก่อนที่จะสายไป แม้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นหรือการกระทำอันน้อยนิด แต่อย่าลืมว่าทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนเกี่ยวข้องกันอย่างซับซ้อน ให้เรามาร่วมมือร่วมใจกันทำเพื่อโลกของเรา เริ่มจากตัวเราพลังเล็กๆ ไปสู่ระดับสากลที่ขยายวงกว้างมากขึ้น

อย่าลืมนะคะว่าแค่ขยับเท่ากับคุณได้พิทักษ์โลกแล้ว

น.ส.ปัณฑารีย์ มีมาก
อายุ 20 ปี
64 ถนนเทศบาล 9 อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี 34190
ชั้นปีที่ 3 คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น