ประเภทบุคคล

หลวงพ่อผาด อติพโล
เทศนาธรรมเพื่อรักษาธรรมชาติ
โดย วันเพ็ญ เพชรคง คณะทำงานภูมิภาค-ภาคใต้

หลวงพ่อผาด อติพโล ใช้การเทศนานำหลักธรรมคำสอนมาใช้ในการปรับเปลี่ยนแนวคิดและสร้างจิตสำนึกให้ชุมชนในการดูแลรักษาป่า เปลี่ยนป่าช้าเสื่อมโทรมให้กลายเป็นสวนป่าร่มรื่น จัดศาสนสถานให้เป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องพันธุ์ไม้เพื่อให้เยาวชนได้ศึกษาธรรมชาติ ขยายแนวคิดและพื้นที่สีเขียวไปยังวัด ชุมชน และโรงเรียนใกล้เคียง

หลวงพ่อผาด อติพโล เป็นคนบ้านนา จ.กระบี่ ชื่อเดิม นายผาด ทองผึ้ง ตอนเด็ก ย้ายตามแม่ไปอยู่ที่พังงา จนเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนท่าช้าง อ.เมือง จ.พังงา เมื่ออายุครบ 17 ปี ก็บวชเป็นสามเณรที่วัดราษฎร์อุปถัมภ์ แล้วบวชพระเมื่ออายุ 21 ปี ที่วัดมงคลนิมิตร จ.ภูเก็ต ขึ้นไปจำพรรษาอยู่บนเขารังเป็นเวลา 6 ปี จนเรียนจบนักธรรมชั้นเอก

หลังจากนั้น ลาสิกขากลับมาอยู่ที่บ้านนา แต่งงานและใช้ชีวิตเป็นชาวสวน นำแนวคิดการทำสวนแบบสวนปู่สวนย่า โดยแบ่งพื้นที่ปลูกปาล์ม ปลูกยาง และปลูกพืชตามแนวทฤษฏีใหม่ ในสวนปาล์มปลูกทุเรียนเป็นพืชเสริม สวนยางปลูกมังคุด และแปลงทฤษฏีใหม่ ก็ขุดแหล่งน้ำและปลูกพืชต่างๆ เช่น เหรียง มังคุด ทุเรียน เงาะ ลางสาด ลองกอง เป็นต้น จนได้รับรางวัลจากกระทรวงแรงงานเรื่องไร่นาสวนผสม

ในระหว่างที่ใช้ชีวิตแต่งงาน ท่านได้เป็นแกนนำกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน ทั้งประธานกลุ่มเกษตรบ้านนา รองประธานกลุ่มลูกเสือบ้านนา และประธานชมรมลูกเสือ อ.ปลายพระยา การได้ทำงานส่วนรวมทำให้รู้ว่าป่าในบ้านนาอยู่สภาพเสื่อมโทรม ท่านก็เริ่มคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะรักษาป่าที่เหลือเอาไว้ให้ลูกหลาน

อายุ 53 ปี ท่านกลับมาบวชอีกครั้ง โดยตั้งปณิธานไว้ว่าอยากจะทำชีวิตให้มีค่า อยากทำประโยชน์ให้กับชุมชน บวชครั้งนี้ ได้จำพรรษาในบ้านเกิด จึงออกสำรวจป่า

"พบป่าช้าซึ่งเป็นป่าที่กำลังถูกบุกรุก แต่เดิมป่าผืนนี้ 61 ไร่ ถูกบุกรุกจนเหลือ 31 ไร่เศษ แต่ก่อนเป็นป่าใช้สำหรับเผาศพ แต่ตอนที่เข้าไปนั้น ไม่ได้ใช้เผาศพแล้ว มีแต่ชาวบ้านเข้ามาตัดไม้ ล่าสัตว์" หลวงพ่อผาด ตัดสินใจเข้ามาปฏิบัติธรรมและจำวัดในป่าช้าแห่งนี้ ด้วยเจตนารมณ์ที่จะพลิกฟื้นป่าให้คืนความสมบูรณ์อีกครั้ง

"สวนป่า" ของหลวงพ่อผาด เริ่มต้นจากการสร้างที่พักเป็นเพิงเล็กๆ ซึ่งในเวลาต่อมา ขยายเป็นศาลาการเปรียญ เมื่อพอมีที่พัก ก็เริ่มเพาะพันธุ์กล้าไม้ เช่น ตะเคียนทอง หลุมพอ เพื่อนำไปปลูกป่าที่เสื่อมโทรม ในตอนแรกชาวบ้านค้านกันมาก อยากให้ท่านปลูกปาล์ม จะได้มีเงินมาพัฒนาวัด แต่ท่านบอกว่า ปลูกป่านั้นดีกว่า ยังได้อาหาร ได้แหล่งเรียนรู้ไว้ให้ลูกหลานของชาวบ้านเอง

หลวงพ่อผาดเสาะงหาพันธุ์ไม้ต่างๆ แล้วนำกลับมาเพาะที่เพิงพัก ภายหลังจึงมีญาติโยมมาช่วย บางรายก็นำมาถวาย อย่างเจ้าอาวาสวัดสังฆทาน จ.นนทบุรี ก็กล้าไม้มะฮอกกานีมาฝาก เพราะรู้ว่าหลวงพ่อผาดรับปลูกทุกอย่าง ในสวนป่าจึงเต็มไปด้วยหวาย ตะเคียน ทัง หลุมพอ โหนด พะยอม สัก เม่า และไม้ไผ่ชนิดต่างๆ งานปลูกต้นไม้ที่เคยทำลำพัง ก็กลายเป็นกิจกรรมที่มีชาวบ้านมาช่วยในวันสำคัญต่างๆ และขยายไปสู่กิจกรรมระดับตำบล ซึ่งมีทั้งนักเรียน เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และองค์กรปกครองท้องถิ่นมาร่วม

ในปี 2542 สวนป่าเล็กๆ กลายเป็น "สวนป่าเฉลิมพระเกียรติชุมชนบ้านนา" มีพิธีเปิดเพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ 72 พรรษา หลังจากนั้น หลวงพ่อผาดก็ใช้วันพระ ซึ่งเป็นวันที่ชาวบ้านมาทำบุญ เป็นช่วงเวลาเทศนาธรรม แทรกแนวคิดการอนุรักษ์ไปด้วย ทั้งยังปรับศาสนสถานแห่งนี้ให้เป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องพันธุ์ไม้ เพื่อให้เด็กๆ เข้ามาศึกษาธรรมชาติ

ขยายพื้นที่สีเขียว

เมื่อมีญาติโยมเข้ามาสนทนาธรรม หลวงพ่อผาดจะมอบพันธุ์ไม้ที่ท่านเพาะไว้กลับไปปลูกในสวน และมอบให้วัดต่างที่อยู่ใกล้เคียงเช่น วัดบ้านนา วัดบางโทง วัดเขาต่อ วัดทุ่งฉาง วัดบางบ้าน และปลูกในป่าช้าบางญวน อ.พนม จ.สุราษฏร์ธานี รวมทั้งการออกไปบรรยายธรรมในโรงเรียนบ้านสูง ต.เขาต่อ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ สัปดาห์ละ 2 วัน

มีการประสานงานเพื่อการกิจกรรมการอนุรักษ์ในวันสำคัญทางศาสนา โดยได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนรอบสวนป่าฯ 5 แห่ง ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่

เมื่อพันธมิตรเพิ่มขึ้น ในปี 2544 หลวงพ่อผาดก็ขยายผล โดยเริ่มไปที่บ้านถ้ำเสด็จ อ.เคียนซา จ.สุราษฏร์ธานี ที่นั่นมีพื้นที่ป่า 300 ไร่ และสวนป่า 3 ไร่ ท่านใช้วิธีการแบบเดียวกับที่บ้านนา คือเริ่มจากการปลูกต้นไม้ และเทศนาธรรมให้ชาวบ้านตระหนักถึงความผูกพันระหว่างศาสนากับธรรมชาติ สำหรับที่นี่ ท่านต้องทำความเข้าใจกับชุมชนนานหน่อย เพราะเมื่อเริ่มแรก ท่านปลูกต้นไม้ ชาวบ้านเห็นว่ารก ก็มาช่วยถอนกล้าไม้ทิ้ง อาศัยว่ามีความมุ่งมั่น ท่านก็ปลูกต่อไป จนภายหลัง ชาวบ้านเริ่มเข้าใจ ท่านจึงได้ประสานให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชุมชนบ้านนากับบ้านถ้ำเสด็จ ด้วยวิธีการทอดผ้าป่า ทำให้คนสองหมู่บ้านใกล้ชิดกันขึ้น

ส่วนคณะกรรมการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติบ้านนา ก็ยังคงมีหน้าที่ดูแลการปลูกป่าเสริม การเพาะพันธุ์ไม้ และมีแผนงานสร้างห้องสมุดประชาชน ทำกำแพงต้นไม้ล้อมสวนป่าเพื่อที่สัตว์ป่าจะไม่ไปรบกวนสวนของชาวบ้าน มีการจัดทำเขตอภัยทานในพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน และมีกฎระเบียบเรื่องการล่าสัตว์

ชีวิตที่อยู่เพื่อมุ่ง "ให้" แก่ส่วนรวม เป็นแก่นสารที่ค่าแก่การยกย่อง

ชื่อ: หลวงพ่อผาด อติพโล
สวนป่าเฉลิมพระเกียรติบ้านนา หมู่ 6 ต.เขาต่อ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ 81160
อายุ: 73 ปี
การศึกษา:

  • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
  • นักธรรมเอก

การทำงาน: การปลูกต้นไม้ในบริเวณสวนป่าในพื้นที่ 31 ไร่ 2 งานและขยายไปยังพื้นที่อื่นอีก 300 ไร่ รวมทั้งการเพาะพันธ์กล้าไม้แจกชาวบ้าน โรงเรียน 5 โรงเรียนและวัดต่างๆ
ระยะเวลาทำงานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม : 20 ปี (2531-ปัจจุบัน)

ผลงาน:

  • ปลูกป่าในพื้นที่ 31 ไร่ 2 งานและอีกพื้นที่ 300 ไร่
  • เพาะพันธ์กล้าไม้แจกจ่ายชาวบ้าน วัดรอบๆสวนป่า และโรงเรียน
  • จัดให้สวนป่าเป็นแหล่งเรียนรู้ของโรงเรียนต่างๆ
  • การเทศนาทุกวันพระให้ชาวบ้านเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ป่า รวมทั้งการออกไปเทศนาธรรมะให้กับนักเรียน

กลับหน้า ประจำปี 2551