ประเภทความเรียงเยาวชน

ตัวอย่างที่มีค่ากว่าคำสอน
โดยเด็กหญิงพิมพกานต์ ศรีสุนนท์

ภาพหลอดยาสีฟันที่ถูกรีดยาสีฟันออกจนแบน ความโค้งงอของหลอดยาสีฟัน บ่งบอกถึงสภาพที่ถูกใช้จนหยดสุดท้าย ภาพนั้นฉันเห็นตอนเดินออกมาจากห้องครัว เพื่อช่วยย่าทำกับข้าว ตอนแรกฉันไม่ใส่ใจเท่าไรนักแต่คำพูดที่ว่า "หลอดยาสีพระทนต์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ทำให้ฉันหยุดยืนมองพร้อมกับบอกตัวเองว่า นี่หรือหลอดยาสีฟันของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน นี่หรือหลอดยาสีฟันของในหลวงที่ทรงมีทุกอย่างพรั่งพร้อม ทั้งอำนาจ วาสนา ทรัพย์สมบัติ แต่ทำไมพระองค์จึงทรงใช้ของทุกอย่างอย่างคุ้มค่าทั้งที่พระองค์จะไม่ทรงทำเช่นนั้นก็ได้

ปู่เห็นฉันมองอย่างสนใจจึงบอกฉันว่า อีนาง...เห็นไหมว่าขนาดพระเจ้าอยู่หัวก็ยังทรงประหยัด พระองค์ไม่เคยทรงฟุ่มเฟือย ของใช้ทุกอย่างของพระองค์พระองค์จะทรงใช้อย่างคุ้มค่า ขอให้ดูหลอดยาสีฟันหลอดนี้เป็นตัวอย่าง ฉันพยักหน้าเห็นด้วยกับปู่

นอกจากในหลวงแล้วฉันยังเคยเห็นสมเด็จพระเทพฯ ทางโทรทัศน์ ท่านทรงใส่ชุดเก่าออกงานอยู่บ่อยครั้ง ทุกชุดของท่านจะมีแบบที่เรียบง่าย พระองค์ไม่ทรงแต่งหน้าทาปากแต่ในความรู้สึกของฉันพระองค์ท่านทรงงามจับใจ ปู่บอกฉันว่า "นี่แหล่ะลูกตัวอย่างของความพอเพียงที่มีค่ากว่าคำสอนใดๆ"

ครอบครัวของฉันมีสมาชิก 5 คน มีปู่ ย่า น้องสาว น้องชายและตัวฉัน ฉันเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น แม้พ่อ-แม่ไม่ได้อยู่ด้วย เพราะต้องไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อหาเงินส่งมาให้ฉันกับน้องได้เรียน และตอบแทนปู่ย่าที่เลี้ยงดูมา ครอบครัวของฉันไม่ร่ำรวยแต่อบอุ่นและฉันก็ไม่เคยอดอยาก ฉันกับน้องและปู่ย่าต่างพากันพอใจและมีความสุขกับครอบคัวของเรา ครอบครัวของเราใช้ชีวิตอย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำริของในหลวง เวลาที่เราหิวเราก็ไม่ต้องซื้อของกิน เพราะรอบบ้านและริมรั้วของเรามีของกินให้เราเลือกเสมอ ทั้งผัก ผลไม้ นอกจากไม่ต้องซื้อแล้ว ยังสดใหม่ น่ากิน ให้ประโยชน์และมีคุณค่า ดังนั้นคนในครอบครัวของฉันจึงแข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย

ส่วนการใช้จ่ายของฉันกับน้องนั้นพ่อกับแม่จะส่งเงินมาให้ทุกเดือน แต่ฉันไม่รู้ว่าเท่าไรเพราะไม่เคยถามปู่กับย่า ฉันรู้แต่ว่าเมื่อฉันจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน เช่น ซื้อสมุด หนังสือ ปากกา หรือเสื้อผ้านักเรียน ฉันก็จะได้เสมอ แต่ฉันกับน้องก็ไม่เคยฟุ่มเฟือย เพราะย่าบอกว่าให้สงสารพ่อกับแม่มากๆ พ่อกับแม่ลำบากกว่าจะหาเงินมาส่งให้กับพวกเราได้ เสื้อผ้าของฉันฉันจะใช้อย่างประหยัด พยายามไม่ให้มันสกปรก ถ้ามีรอยขาดย่าก็จะสอนให้ฉันเย็บ ปะ หรือชุนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตอนเด็กๆ ย่าจะไม่ยอมให้ทำเพราะกลัวเข็มจะแทงมือ แต่พอฉันเริ่มโตย่าก็จะสอนให้ฉันทำเอง ย่าบอกว่าจะได้ไม่ต้องไปจ้างเขาทำ แม้ว่าฉันจะยังทำได้ไม่ดีนักแต่ฉันก็รู้สึกพอใจในฝีมือของตนเอง เงินที่ย่าให้แต่ละวันฉันจะซื้อเฉพาะสิ่งที่จำเป็นจริงๆ เพราะอาหารกลางวันนั้นทางโรงเรียนได้จัดทำให้นักเรียนทุกคนได้กินเป็นประจำอยู่แล้ว เงินที่เหลือฉันจะนำไปฝากออมทรัพย์โดยคุณครูประจำชั้นของฉันได้จัดทำโครงการออมทรัพย์ขึ้นในห้อง แต่ว่าการฝากนี้ไม่มีดอกเบี้ยหรอกนะ เพราะคุณครูบอกว่าคุณครูมีจุดประสงค์ที่อยากจะสอนให้นักเรียนรู้จักการประหยัดอดออมเท่านั้นเอง พอสิ้นปีคุณครูก็จะให้พวกฉันถอนเงินคืนเพื่อนำไปซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียน โดยเงินที่คุณครูนำมาคืนก็ยังมัดเป็นถุงๆ เช่นเคย คุณครูบอกว่าแต่ละวันเมื่อกรรมการที่รับผิดชอบส่งเงินให้คุณครูแล้ว คุณครูก็เก็บทั้งถุงไม่เคยแกะออก ดังนั้นบางครั้งฉันก็ได้เงินใบเก่าหรือเหรียญเก่ากลับคืนมา ซึ่งฉันก็มีความรู้สึกว่าเหมือนพบเพื่อนเก่าอีกครั้ง มันรู้สึกอบอุ่นและรู้สึกว่าตนเองรวยพิลึก (จริงๆ)

ฉันหวนนึกถึงโครงการตามพระราชดำริหลายๆ โครงการที่ในหลวงทรงจัดตั้งขึ้นเพื่อคนไทยทุกคน ทุกโครงการจะเน้นความพอเพียง ความประหยัดและประโยชน์ใช้สอยที่คุ้มค่า โดยเฉพาะโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ที่เอื้อประโยชน์ให้ชาวไร่ชาวนาทุกคน ซึ่งโครงการและแนวพระราชดำริทุกอย่างนั้นครอบครัวของฉันจะน้อมนำมาปฏิบัติเสมอ และฉันก็รู้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็ปฏิบัติตามพระองค์ท่านเช่นกัน เพราะทุกคนทราบดีว่าพระองค์ทรงรักและห่วงใยพวกเราเพียงใด ภาพของพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทุกที่ ไม่ว่าพื้นที่แห่งนั้นจะทุรกันดารอย่างไรหรืออันตรายแค่ไหน สกปรกหรือไม่ก็ไม่เคยทรงคำนึงถึง สิ่งที่ทรงมุ่งหวังอย่างเดียวก็คือ ความร่มเย็นเป็นสุข ความเป็นอยู่ที่ไม่อัตคัตขาดแคลนของไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน และการรู้จักใช้ชีวิตที่พอเพียงไม่สุรุ่ยสุร่าย ไม่แก่งแย่งชิงดีกัน รู้จักเอื้อเฟื้อแบ่งปันกันมีน้ำใจต่อกัน ฉันว่าถ้าคนไทยทุกคนใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านได้ครบร้อยเปอร์เซนต์ก็คงจะดี เพราะจะไม่ต้องลำบากมากเกินความจำเป็นในการเสาะหาเครื่องอุปโภค-บริโภคมาใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องแก่งแย่งชิงดีกันเพื่อกอบโกยเอาในสิ่งที่ไม่ใช่ของเรา รู้จักพอ และยับยั้งใจตนเองไม่เอาแต่ใจตนเอง รู้จักการแบ่งปันให้คนอื่นทั้งมนุษย์ด้วยกัน สัตว์หรือพืช รวมทั้งสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรา วิธีการก็คือใช้ประโยชน์จากทุกสิ่งทุกอย่างให้คุ้มค่า และรู้จักเลือกเอาเฉพาะส่วนที่เราใช้ประโยชน์ได้ เช่น พืชก็เก็บเฉพาะใบ หรือผลที่แก่หรือโตพอที่จะกินได้ ถ้าส่วนใดยังใช้ไม่ได้ก็ไม่เก็บมา เพราะถ้าใช้ไม่ได้ก็ต้องทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

แต่ในความเป็นจริง ในปัจจุบันนี้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น ใช้สอยสิ่งแวดล้อมหรือธรรมชาติอย่างไม่เห็นคุณค่า บางครั้งก็เที่ยวยิงนกตกปลาเพียงเพราะความสนุกหรือประลองฝีมือและความแม่นของตนเองเท่านั้น เพื่อนผู้ชายของฉันบางคน ก็ชอบเอาหนังสะติ๊กมายิงนกเล่น นกกระจอกตัวเล็กๆ บางตัวถูกยิงที่หัว บางตัวถูกยิงที่ปีก ฉันเห็นปีกมันหักแล้วก็รู้สึกสงสาร เพื่อนบางคนชอบพากันไปช้อนปลากัดแล้วเอามาใส่ขวดแก้วหรือขวดโหล วันดีคืนดี (แต่คงเป็นวันร้ายคืนร้ายของปลาเหล่านั้น) ก็เอามาเทลงในขวดเดียวกันเพื่อให้มันกัดกัน บางตัวถูกกัดจนครีบขาดหรือแหว่ง บางตัวก็ปากเจ่อ พอคุณครูทราบคุณครูก็จะเรียกเพื่อนๆ ของฉันเหล่านั้นมาตักเตือนและคาดโทษ คุณครูบอกว่านกกระจอกช่วยเราในการกำจัดแมลง เพราะนกกระจอกจะช่วยกินแมลงและหนอนที่จะมากัดกินใบไม้หรือผลไม้ของเรา ทำให้เราไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงในการกำจัดศัตรูพืช และอีกอย่างหนึ่งคุณครูว่าถ้าเราเป็นนกกระจอกเหล่านั้นบ้างเราจะเจ็บไหมถ้ามีคนเอาหนังสะติ๊กมายิงหัว ยิงขา ยิงตัว แล้วถ้าเราเป็นลูกนกที่อยู่ในรังแล้วพ่อแม่เราถูกคนใจร้ายยิงตาย เราจะเป็นอย่างไร หรือถ้าเราเป็นปลากัดบ้าง แล้วถูกบังคับให้กัดกันเราจะชอบไหม เพื่อนของฉันหน้าจ๋อยเพราะโดนดุ พวกผู้หญิงต่างก็ดีใจที่ผู้ชายโดนดุจะได้ไม่ทำอีก

คุณครูเคยนำภาพน้ำท่วมดินโคลนถล่มหมู่บ้านต่างๆ ที่จมอยู่ใต้น้ำ ภาพคนไร้ที่อยู่อาศัย คนตายใต้ซากดินซากโคลนมาให้พวกฉันดูและให้พูดแสดงความรู้สึก พวกเราต่างคนต่างก็มีความรู้สึกและพูดตรงกันว่า มันน่ากลัว น่าสยดสยองเหลือเกิน และน่าสงสารคนที่ต้องไม่มีที่อยู่อาศัย บางคนต้องพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รัก ไม่รู้ว่าอนาคตของตนเองจะเป็นเช่นไร จะไปอยู่ที่ไหน

คุณครูถามพวกฉันว่าสาเหตุที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เพราะอะไร ทุกคนต่างแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา แต่ก็สรุปได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นล้วนแล้วแต่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ทั้งสิ้น การตัดไม้ทำลายป่า การเผาป่า การทำลายต้นน้ำลำธารล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายอย่างนี้ และมันก็คงจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานถ้าเราทุกคนไม่ช่วยกันแก้ไข

ฉันเองก็อยากรู้นักว่าคนที่ตัดไม้ทำลายป่า เขารู้สึกอย่างไรบ้างที่เห็นน้ำท่วม เห็นภัยพิบัติที่เกิดกับเพื่อนร่วมแผ่นดิน เขาจะรู้ไหมหนอว่าเขาได้ทำร้ายคนอื่นอย่างไรบ้าง และถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเขาบ้างล่ะเขาจะรู้สึกอย่างไร

คุณครูเคยเล่าให้พวกฉันฟังว่าแต่ก่อนทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยมีมากจนถึงกับส่งเป็นสินค้าออก ได้เงินเข้ามาพัฒนาประเทศมากมาย ป่าไม้ก็มีมาก ต้นไม้บางต้นใหญ่ขนาดสิบคนโอบไม่มิดคุณครูก็เคยเห็นมาแล้ว ฉันกับเพื่อนๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเคยมีต้นไม้อย่างที่คุณครูว่า แต่พอเห็นรูปภาพที่คุณครูนำมาให้ดูก็ต้องเชื่อ ต้นไม้เหล่านั้นใหญ่จริงๆ จนคนที่เข้าไปยืนเทียบตัวเล็กนิดเดียว น่าเสียดายที่ฉันกับเพื่อนๆ ไม่ได้เห็นต้นจริงๆ ของมัน

คุณครูถามฉันกับเพื่อนๆ ว่าอยากเห็นต้นไม้เหล่านั้นกับตาตัวเองไหม ทุกคนก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า อยากเห็น คุณครูบอกว่าถ้าอยากเห็นก็ต้องช่วยกัน วิธีการนั้นไม่ได้มีความยุ่งยากหรือสลับซับซ้อนอะไรเลย ขอเพียงแค่ความตั้งใจจริงที่จะทำทุกอย่างก็จะเป็นไปด้วยดี และไม่ต้องกลัวว่าจะต้องทำไปตามลำพัง เพราะขณะนี้พ่อของแผ่นดินคือในหลวงกับสมเด็จพระราชินีของเราท่านได้ทำเป็นตัวอย่างอยู่แล้ว พระองค์ท่านได้ทรงสอนให้คนไทยได้รู้จักการดูแลรักษาสิ่งตางๆ ที่อยู่รอบตัวไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ใบหญ้า หรือสภาพแวดล้อมอื่นๆ ถ้าคนไทยทุกคนร่วมมือร่วมใจกันดูแลรักษาป่าไม้ หรือช่วยกันปลูกต้นไม้ไว้ในบริเวณบ้านหรือที่ดินของตนเอง ตามที่พระองค์ท่านทรงบอก ประเทศไทยของเราก็คงจะไม่พบภัยพิบัติอย่างแน่นอน หรือถ้าจะเกิดขึ้นบ้างก็คงจะไม่เสียหายร้ายแรงเหมือนเช่นปัจจุบันนี้ เพราะเมื่อฝนตกลงมาต้นไม้ก็จะช่วยดูดซับน้ำเอาไว้ส่วนหนึ่ง เมื่อน้ำไหลหลากมาก็จะมีต้นไม้ช่วยปะทะเอาไว้ไม่ให้น้ำไหลแรงจนเกินไป และน้ำก็จะไม่ท่วมขัง เพราะถ้าน้ำท่วมขังมากจนเกินไป ดินก็จะเกิดการยุบตัว เกิดการพังทลายของหน้าดิน เมื่อทำการเกษตรก็จะไม่ได้ผลเท่าที่ควร และโอกาสที่คนรุ่นฉันหรือรุ่นหลังๆ จะได้เห็นต้นไม้ใหญ่ก็คงไม่ไกลเกินฝัน หรือถ้ารุ่นเราไม่เห็นรุ่นลูกรุ่นหลานของเราก็จะต้องเห็น และก็จะบอกต่อๆ กันว่า นี่ไงล่ะต้นไม้ที่พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ของพวกเราปลูกเอาไว้ ฉันว่ามรดกที่เป็นทรัพย์สินเงินทองถึงจะมากมายแค่ไหน ก็คงไม่มีคุณค่าเท่ามรดกที่เราเหลือไว้ให้แผ่นดินถิ่นเกิดของเราแน่นอน

โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติเป็นอีกโครงการหนึ่งที่ทางราชการจัดทำขึ้นเพื่อถวายแด่ในหลวงของเรา ฉันก็ได้ไปร่วมอยู่ทุกครั้งที่ผู้ใหญ่บ้านประกาศขอความร่วมมือโดยฉันจะไปกับปู่และย่า แต่ก็มีบางครั้งที่ทาง อบต. หรือทางอำเภอกุดบาก ขอความร่วมมือมาทางโรงเรียนให้ช่วยจัดนักเรียนไปร่วมปลูกป่า คุณครูก็จะนำนักเรียนไปร่วมทุกครั้ง การไปปลูกป่านี้บางครั้งเราจะพากันไปในวันธรรมดาคือวันที่ไปโรงเรียน แต่ส่วนมากจะเป็นวันเสาร์ - อาทิตย์ โดยพวกเราจะห่อข้าวไปกินร่วมกัน ส่วนมากป่าที่เราไปปลูกนี้จะเป็นบริเวณวัดป่าต่างๆ (วัดในหมู่บ้านของฉันจะมีถึง 6 วัดด้วยกัน) วัดเหล่านี้พระท่านได้ช่วยกันรักษาไว้เป็นเขตหวงห้ามและเขตอภัยทานห้ามตัดต้นไม้ ห้ามล่าสัตว์

ฉันยังจำได้ว่าเวลาไปปลูกป่านี้พวกเราสนุกกันมากทุกคนต่างมีสีหน้าร่าเริงเบิกบาน คุณครูจะเตือนและให้พวกเราสัญญาก่อนว่าจะไม่หยอกล้อกันด้วยจอบเสียมหรือของมีคมทั้งหลายที่เราถือไป รวมทั้งเตือนไม่ให้ประมาทด้วย พวกเรารับปากกันอย่างขันแข็ง แต่บางครั้งก็ทำไม่ค่อยได้โดยเฉพาะนักเรียนชาย ที่ชอบเอาเครือเถาวัลย์มาโยนใส่ผู้หญิงแล้วหลอกว่าเป็นงู พวกเราไม่ทันมองดีๆ ก็จะตกใจแล้ววิ่งหนีกันเป็นโกลาหล เสียงเอะอะโวยวาย คนอื่นๆ ไม่รู้ เห็นพวกเราวิ่งก็จะวิ่งตามไปด้วย คุณครูต้องมาดูและมาดุนักเรียนชายเหล่านั้น แล้วก็ทำโทษให้ขุดหลุมสำหรับปลูกต้นไม้แทนคนที่โดนแกล้ง ที่จริงเราไม่โกรธกันหรอก พอหายตกใจแล้วก็ขำกันมากกว่า

ฉันชอบที่สุดก็ตอนกินข้าวเที่ยงซึ่งพวกเราจะเรียกตามคุณครูว่ามากินข้าวป่า บางครั้งบางวัดที่มีแม่ชีอยู่ท่านจะกรุณาเลี้ยงอาหารกลางวันเรา เช่น ทำก๋วยเตี๋ยวเลี้ยง รวมทั้งของหวานด้วย โดยของหวานนั้นจะเป็นลอดช่องใบเตย สีเขียวของตัวลอดช่องตัดกับน้ำกะทิสีขาวข้นน่ากิน ทำให้พวกเราต้องเวียนกันไปเข้าคิวกันหลายรอบเพราะแม่ชีท่านทำกับข้าวอร่อยมาก เงินที่นำมาทำอาหารกลางวันเลี้ยงเราก็จะได้จากการบริจาคจากผู้ใจบุญรวมทั้งคุณครูของพวกเราที่ร่วมสมทบ คุณครูบอกว่าเพราะเรามีใจบุญใจกุศลผลบุญก็เลยทำให้เราได้กินของอร่อยๆ แต่ถ้าเป็นวัดที่ไม่มีแม่ชีมีแต่พระ คุณครูก็จะทำอาหารไปถวายเพลพระ แล้วเลยเผื่อแผ่มาถึงพวกเราด้วย อาหารส่วนมากตอนเที่ยงจะเป็นส้มตำมากกว่า บางครั้งเครื่องปรุงไม่ครบก็มีเพราะวัดอยู่ไกลบ้านและไม่มีโรงครัว ดังนั้นจึงมีแต่เส้นมะละกอตำใส่พริกแห้งน้ำปลาร้าเท่านั้น แต่ก็อร่อยมาก อาจเป็นเพราะพวกเราเหนื่อยกันมากก็ได้เห็นอะไรก็เลยอร่อยกันหมด

การปลูกป่านี้ฉันชอบมากเพราะฉันรู้ว่าป่าไม้เป็นสิ่งที่มีคุณแก่ชาวโลกเรามากเพียงใด ป่าคือแหล่งต้นน้ำลำธาร ป่าคือห้องเรียนที่กว้างใหญ่ไพศาลมีความรู้มากมายให้ค้นหา และป่าเป็นแหล่งอาหารชั้นดีที่ครอบครัวของคนบ้านนอกอย่างเราได้อาศัยหากิน หน้าฝนเรามีเห็ดมากมายหลายชนิด มีหน่อไม้ มีผลไม้ป่า ซึ่งเวลาฉันเข้าป่าไปหาเห็ดกับย่านั้นย่ายังเคยเก็บลูกมะขามป้อมให้ฉันเคี้ยวกินแก้กระหายน้ำ และมีดอกกล้วยไม้ป่าสวยๆ ที่ส่งกลิ่นหอมชื่นใจเวลาเราเดินผ่าน ฉันเคยอ้อนให้ปู่ปีนขึ้นไปเก็บดอกกล้วยไม้ป่าช่อสวย บนคาคบไม้ให้รวมทั้งขอให้เอาต้นไปปลูกที่บ้านแต่ปู่ไม่ยอม ปู่ว่าปู่อายที่จะเอากล้วยไม้ซึ่งเป็นสมบัติประดับป่าให้สวยงามนั้นเป็นของตนเอง ในเมื่อป่าไม้มีคุณมากมายอย่างนี้ ดังนั้นการที่ฉันช่วยมาปลูกป่าทดแทนต้นไม้ต้นเดิมที่ตายไปหรือถูกคนเห็นแก่ตัวตัดไปจึงเป็นการสมควรอย่างยิ่ง

เวลาไปป่าหรือปลูกป่า คุณครูหรือแม้กระทั่งย่าจะบอกไม่ให้ฉันทิ้งขยะหรือทำให้ป่าสกปรกเด็ดขาด รวมทั้งไม่จุดไฟเล่นโดยไม่จำเป็น มีบางครั้งที่ย่าก่อกองไฟเพื่อคั่วแมงแคงหรือคั่วจักจั่นเพื่อเป็นกับข้าวตอนเที่ยง เมื่อเสร็จแล้วย่าจะดับโดยให้ฉันช่วยขุดเอาดินบริเวณนั้นมากลบจนไฟมอดสนิทจึงจะไปที่อื่น ย่าบอกว่าจะได้แน่ใจว่าไฟจะไม่ลุกลามไปไหม้ที่อื่นอีก บางคนเขาบอกว่าการจุดไฟเผาป่าทำให้เห็ดออกดี แต่ก่อนย่าก็เคยคิดเช่นนั้น แต่หลังจากที่ฉันได้ทราบจากคุณครูว่าการเผาป่ามีผลเสียมากกว่าผลดีแล้วมาเล่าให้ย่าฟัง ย่าก็ไม่คิดจะทำอีก ย่าบอกว่าครูบอกก็เชื่อถือได้เพราะครูมีความรู้มากกว่าย่า แล้วย่าก็ย้ำว่าฉันก็ต้องเชื่อครูเหมือนกัน

นอกจากจะปลูกป่าในป่าจริงๆ แล้ว ครอบครัวของฉันยังเอาป่ามาไว้ในบ้านด้วย โดยป่าของฉันเป็นป่ากินได้ที่เรียกว่าป่ากินได้เพราะ ครอบครัวของฉันช่วยกันปลูกไม้ผลเป็นส่วนมาก เช่น มะละกอ กล้วย ลำไย มะขาม ขนุน กระท้อน น้อยหน่า ที่ปลูกไม้ผลเพราะย่าบอกว่าจะได้กินด้วย ได้ร่มเงาด้วย บ้านจะได้เย็นๆ ไม่ต้องเปิดพัดลม ส่วนต้นกล้วย ย่าปลูกเพราะจะได้ใช้ผลของมันทำข้าวต้มมัดเวลา มีงานบุญจะได้ไม่ต้องซื้อเขาให้เสียเงิน และกล้วยสุกก็ยังเอามาทำของหวานได้ตั้งหลายอย่าง ใบกล้วยก็นำมาห่อของไปนาหรือห่อผักแช่น้ำไว้ได้หลายวันโดยไม่ต้องใส่ตู้เย็น

คุณครูยังบอกอีกว่านอกจากโครงการตามพระราชดำริที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร หรือความเป็นอยู่ของคนไทยทั้งปวงแล้ว ในหลวงยังทรงสอนให้เราใช้ชีวิตที่พอเพียง ไม่สุรุ่ยสุร่ายหรือฟุ่มเฟือย ให้พยายามเป็นผู้ผลิตมากกว่าเป็นผู้ซื้อ อะไรไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตก็พยายามตัดออกไป เช่น โทรศัพท์มือถือ นาฬิกายี่ห้อแพงๆ หรือเครื่องประดับต่างๆ ฯลฯ แต่คุณครูบอกว่าคำว่าพอเพียงไม่ได้หมายความว่า ไม่ดิ้นรนขวนขวาย วันๆ ทำแต่พอกิน หรือไม่กระตือรือร้นในการทำงานต่างๆ แต่จะหมายถึงความขยันหมั่นเพียรในการทำงาน มีความเอื้อเฟื้อต่อกัน มีน้ำใจต่อคนรอบข้าง และการพยายามศึกษาหาความรู้ เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและประเทศชาติ พยายามที่จะเป็นผู้ผลิตมากกว่าเป็นผู้บริโภค นอกจากว่าบางอย่างเราทำเองไม่ได้จึงค่อยซื้อจากคนอื่น

นอกจากนี้พระองค์ยังทรงมีพระราชดำริให้จัดทำโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากต้นน้ำลำธาร พระองค์ยังทรงมีพระราชดำริให้สร้างเขื่อน สร้างฝายเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในด้านการเกษตร การประมง และเวลาหน้าแล้ง ประชาชนจะได้มีน้ำกินน้ำใช้ไม่ขาดแคลน บ้านของฉันคือบ้านกุดไหเองก็ได้ใช้ประโยชน์จากเขื่อนน้ำอูน ทั้งทางด้านการเกษตร การทำมาหากินอื่นๆ ปู่กับย่าของฉันก็ยังเคยไปจับปลาที่เขื่อนนำมาขายให้กับคนในหมู่บ้านและที่ตลาดในอำเภอกุดบาก พอได้เงินย่าก็จะซื้อสิ่งที่จำเป็นอื่นๆ กลับมาไว้ใช้ ปลาที่ปู่จับมาได้นี้บางตัวจะโตมาก น้ำหนักถึง 4 - 5 กิโลก็มี ปู่บอกว่าบางคนจับได้ตัวโตกว่าปู่อีก ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะว่าปลาของปู่ก็โตมากแล้ว ถ้าโตกว่านี้มันก็คงเป็นปลายักษ์แน่ๆ

การจับปลาในเขื่อนน้ำอูนนี้เขาจะมีช่วงห้ามอยู่ก็คือ ช่วงฤดูปลาวางไข่ ถ้าใครฝ่าฝืนหรือทำผิดกฎข้อห้ามก็จะถูกจับและถูกยึดเครื่องมือทำมาหากิน ปู่บอกว่าดีแล้วปลาจะได้มีโอกาสขยายพันธุ์ แล้วเราก็จะได้ไม่อดปลากิน ฉันก็คิดว่าดีเหมือนกันอย่างที่ปู่ว่า คุณครูบอกว่าวิธีนี้เขาเรียกว่าอดเปรี้ยวไว้กินหวาน นอกจากการไม่จับสัตว์น้ำในฤดูวางไข่แล้ว คุณครูให้พวกฉันคิดช่วยกันว่า มีวิธีใดอีกที่จะทำให้ปลาขยายพันธุ์ได้มากขึ้นหรือไม่สูญพันธุ์ไป บางคนก็เสนอว่าให้ทางการนำพันธุ์ปลามาปล่อยบ่อยๆ บางคนก็บอกว่าให้แบ่งเวลากันหาปลา บางคนก็บอกว่าให้มีข้อห้ามหรือข้อจำกัดในการใช้เครื่องมือจับปลา คุณครูบอกว่าวิธีนี้เขามีกฎข้อบังคับอยู่แล้ว ว่าจะใช้ตาข่ายขนาดเท่าไร แหหรือมองขนาดเท่าใด ตาถี่ได้ขนาดไหน บางคนบอกว่าให้ช่วยกันรักษาน้ำให้สะอาดไม่ทิ้งเศษขยะมูลฝอยลงไป คุณครูเลยให้ลองคิดว่าวิธีใดที่เราเด็กๆ ก็ทำได้ พวกเราบอกว่าการรักษาแหล่งน้ำน่าจะเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลดีที่สุด สำหรับเราหรือชาวบ้านที่มาใช้ประโยชน์จากลำน้ำแห่งนี้หรือที่อื่นใดก็ตาม คุณครูว่าถูกต้อง วิธีการรักษาแหล่งน้ำหรือต้นน้ำลำธารด้วยการช่วยกันดูแลและไม่ทำให้แหล่งน้ำสกปรก เป็นวิธีที่ดีและง่ายที่สุดที่พวกเราจะทำได้ ฉันเห็นด้วยกับคุณครู วิธีที่เราจะทำให้แหล่งน้ำสามารถใช้ประโยชน์ได้นานที่สุดก็คืออย่าทำให้แหล่งน้ำสกปรก

ในตอนเย็นหลังจากกินข้าวแล้ว ฉันนั่งดูรายการข่าวประจำวันทางโทรทัศน์ ฉันเห็นข่าวผู้คนที่มาชุมนุมเพื่อขับไล่ ค.ม.ช. ปู่พูดขึ้นว่า เมื่อไหร่บ้านเมืองจะสงบเสียที เมื่อก่อนมีนายกทักษินคนไม่พอใจ ก็ยกขบวนมาขับไล่ จนมามี ค.ม.ช. ก็ไม่พอใจอีก นี่แหละหนาใจคนถ้าใครทำอะไรที่ขัดแย้งกับตนเองก็จะเดินขบวนประท้วง ไม่เป็นอันทำมาหากิน ทำไมนะจึงไม่มีใครยอมฟังใครเลย มีแต่จะเอาให้ถูกใจตนเองเท่านั้น อย่างนี้ประเทศชาติก็มีแต่ล่มจมเท่านั้นเอง ฉันถามปู่ว่ามันเป็นสิทธิ์ของเขาไม่ใช่หรือปู่ ปู่บอกว่า มันก็ใช่แต่ถ้าทุกคนไม่รู้จักพอมีแต่จะให้มันถูกใจตัวเอง หรือห่วงแต่ผลประโยชน์ตัวเองและพวกพ้อง ไม่รู้จักแบ่งปันหรือให้โอกาสคนอื่น มันก็แย่ ฉันถามปู่ว่าถ้ามีใครมาชวนให้ปู่ไปเดินขบวนประท้วงปู่จะไปไหม ปู่บอกว่าปู่ไม่ไป เสียเวลาทำมาหากิน ปู่รู้หน้าที่ตัวเองดีว่าปู่ต้องทำอะไรจึงจะช่วยประเทศชาติได้ ไม่จำเป็นต้องไปเดินขบวนหรอก ที่สำคัญปู่บอกว่าปู่สงสารในหลวงไม่อยากเห็นในหลวงต้องทุกข์พระทัย ท่านมีพระชนมายุมากแล้วควรจะได้ยินได้ฟังในเรื่องดีๆ เช่น การอยู่ดีกินดี การทำมาหากิน การใช้ชีวิตที่มีความสุข รู้จักความพอเพียง ความเอื้อเฟื้อแบ่งปันกันดีกว่า แล้วปู่ก็บอกฉันว่าให้ฉันจำคำสอนและให้ดูตัวอย่างของในหลวงในการใช้ชีวิตแล้วฉันจะมีความสุข

ก่อนที่ฉันจะหลับไปในคืนนั้น ภาพหลอดยาสีพระทนต์ที่แบนเรียบเพราะผ่านการใช้จนหมดหลอดของในหลวงมาลอยวนเวียนอยู่ในความคิดของฉัน ภาพพระจริยวัตรของพระองค์ท่านในการใช้ชีวิตประจำวันยังติดตาและประทับอยู่ในใจฉันอย่างไม่เสื่อมคลาย การที่ท่านสอนด้วยการกระทำให้ทุกคนได้เห็น เป็นสิ่งที่มีค่ากว่าคำสอนใดๆ ทั้งสิ้น เหมือนที่คุณครูบอกว่าการกระทำมีค่ากว่าคำสอน และยังช่วยย้ำให้ฉันได้มั่นใจว่า สิ่งที่ฉันกับครอบครัวและคนในหมู่บ้านได้ร่วมกันทำ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตที่ตั้งอยู่ในความพอเพียง ความพอดี ความเอื้อเฟื้อแบ่งปันกันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แม้ว่ามันจะเป็นเพียงส่วนน้อยนิดแต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย ฉันดีใจและภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย มีในหลวงเป็นหลักยึดเหนี่ยวในจิตใจ และฉันขอตั้งจิตอธิษฐานขอเกิดเป็นคนไทยทุกชาติ และขอให้ในหลวงมีพระพลานามัยที่แข็งแรงและมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน

ชื่อ
:
เด็กหญิงพิมพกานต์ ศรีสุนนท์
วัน/เดือน/ปีเกิด
:
21 พฤศจิกายน 2537
ที่อยู่
:
165 หมู่ 11 ตำบลกุดไห อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร 47180
การศึกษา
:
มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนชุมชนบ้านกุดไห