ประเภทความเรียงเยาวชน

ประสบการณ์สร้างสำนึก
โดยนายณัฐพงศ์ บัวแก้ว

ในปัจจุบันนี้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำลังลดลงอย่างน่าเป็นห่วง ระบบนิเวศน์ต่างๆเปลี่ยนแปลงไป สัตว์ป่ากลายเป็นสัตว์บ้านอยู่ตามตึกบ้างในกรงบ้าง และที่สำคัญสัตว์ป่าส่วนใหญ่นั้น มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป บางตัวที่ปรับตัวไม่ได้ก็จะตาย บาดเจ็บ พิการเป็นส่วนมาก โดยทั้งๆ ที่พวกมันน่าจะได้อยู่บ้านของมันที่ในอดีตเคยเป็นป่ากว้างใหญ่ อุดมสมบูรณ์ บรรพบุรุษมันเคยเดินท่องไปได้ทั่ว มีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่จนหลากหลายพันธุกรรม แต่ในตอนนี้พื้นที่ที่พวกมันเคยเดินถูกจำกัดให้แคบลง จนไม่สามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ เกิดการผสมพันธุ์กันในวงศ์เครือญาติ มีการผิดปกติทางสายพันธุ์สู่ลูกหลานพิการบ้าง ไม่สมบูรณ์บ้าง อ่อนแอบ้าง รวมไปถึงการล่าของมนุษย์เป็นไปได้ง่ายเพราะพื้นที่แคบ อุปกรณ์ทันสมัยทั้งในการค้นหาและการจู่โจม ทำให้สัตว์ป่าส่วนใหญ่สูญพันธุ์ บางครั้งพรานล่าก็รู้ว่าสัตว์ชนิดนี้ใกล้สูญพันธุ์แต่คิดเข้าข้างตนเองเพื่อประโยชน์ส่วนตัวว่า "เราเอาแค่ตัวเดียวไม่เป็นไรหรอก" เพราะพรานทุกคนคิดแบบนี้กันหมดจึงทำให้พันธุ์สัตว์เหล่านั้นหมดไป เพราะสัตว์บางตัวที่ท่านคิดจะฆ่าหรือจับอยู่นั้น มันเหลือตัวเดียวหรือคู่เดียวเท่านั้นแล้วเป็นบาปกรรมต่อมาถึงลูกหลานของท่าน รวมถึงประชากรรุ่นหลังที่จะไม่ได้เห็นศึกษาเรียนรู้ชีวิตของพวกสัตว์เหล่านั้น

นอกจากการล่าสัตว์ของมนุษย์แล้ว มนุษย์ยังทำลายสัตว์ทางอ้อมอีกคือการทำลายป่าให้มีขนาดลดลงจนเหลือน้อยเต็มที นอกจากจะให้เกิดอากาศเป็นพิษ ภาวะเรือนกระจก ภาวะโลกร้อน ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงซึ่งสภาวะเช่นนี้ไม่ได้เป็นปัญหาต่อสัตว์เพียงอย่างเดียวแต่ส่งผลกับมนุษย์โดยตรงด้วย แต่ทำไมไม่เห็นถึงความสำคัญที่จะรณรงค์ให้มีพื้นที่ป่ามากขึ้น เนื่องจากสภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายลง ย่อมมีผลถึงสัตว์ที่อยู่ในขั้วโลกที่เดินอยู่บนน้ำแข็งเป็นแน่ เพราะไม่มีที่อยู่ หากคิดว่าสัตว์นั้นจะปรับตัวได้นั้นเป็นช่วงเวลาที่น้อยมากและการเดินทางอพยพก็ยาวไกล นอกจากมนุษย์จะช่วยอพยพพวกมันมาอยู่บนพื้นที่ใหม่ และแน่นอนว่าย่อมต้องลงทุนในการสร้างสภาพแวดล้อม ให้เหมาะสมกับพวกมันด้วย และยิ่งโลกร้อนมากขึ้นความต้องการเครื่องปรับอากาศก็มากขึ้น และพลังงานที่จะใช้ขับเคลื่อนเครื่องปรับอากาศจำนวนมากนั้นคืออะไร เป็นคำถามสำหรับประชากรโลกที่มีรายได้ไม่มาก ทั้งใช้กับมนุษย์แล้วยังจะต้องนำไปใช้กับสัตว์อีก ย่อมเกิดปัญหาความเห็นแก่ตัวของมนุษย์เป็นแน่ ที่จะต้องนำมาทำประโยชน์เข้ากับตนเอง แล้วเรื่องอะไรที่จะต้องไปทำเพื่อสัตว์เหล่านั้นด้วย ซึ่งไม่มีประโยชน์ต่อเขาเลยและหากทุกคนคิดเช่นนี้แล้วจะคงเหลือสัตว์ป่าอีกต่อไปหรือ อาจเหลือไว้เพียงคนกินเท่านั้น ทั้งๆที่ความผิดอยู่ที่พวกเราเองแต่ผู้ถูกตัดสินโทษ คือสิ่งมีชีวิตร่วมโลกเราที่ไม่ได้ทำอะไรด้วยเลย

เมื่อพวกมนุษย์ได้ลงโทษสัตว์ไปแล้ว การทำลายทรัพยากรธรรมชาติของเราเองยังทำลายพืชพันธุ์ต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์แก่เราโดยตรง จะกล่าวถึงประโยชน์ของพืชนั้นมีอยู่ทุกที่ทุกเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอากาศดีๆ ที่ให้เราได้บริโภคเข้าไปทุกวินาที หากยังนึกไม่ออกลองนึกสภาพชาวเขาในป่ากับภาพคนในเมือง ที่ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากปิดจมูกทุกครั้งที่ลงมาจากห้องแอร์อันแสนสบาย ลองคิดดูสิว่าทำไมชาวเขาไม่ต้องการแอร์ ก็เพราะอากาศเขาเย็นสบายอยู่แล้ว แล้วทำไมอากาศของเขาถึงเย็นล่ะก็เพราะอยู่บนเขามีต้นไม้มาก แล้วทำไมบนเขาจึงมีต้นไม้มากล่ะก็เพราะบนเขาการเดินทางไม่สะดวก จึงไม่ค่อยมีมนุษย์โลภมากเข้าไปอยู่อาศัยนั้นก็เป็นความคิดส่วนหนึ่งแต่ก็น่าจะจริง เพราะหากพื้นที่บนเขาการเดินทางสะดวกสบายแล้วคนก็อยากจะไปอยู่อาศัย แล้วก็ต้องตัดไม้เพื่อใช้พื้นที่ในการสร้างบ้านและใช้ไม้ในการสร้างบ้าน ตัดต้นไม้ที่ขวางทางออก ถ้าแค่หนึ่งหลังก็ไม่น่าจะเสียหายอะไรมากแต่เมื่อมีหนึ่งก็ต้องมีสองไปเรื่อยๆ ป่าย่อมหมดไปแน่ เพราะมีบ้านอย่างเดียวก็อยู่ไม่ได้ต้องมีอาหาร แล้วจะมีอาหารได้อย่างไรก็ต้องหาพื้นที่ปลูก หาตรงไหนถางป่าและเผาป่านั่นไง การจุดไฟถางป่านั้นทำลายพืชพันธุ์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก ทั้งๆ ที่ต้นไม้มีประโยชน์ต่อตัวเรามาก ทั้งทางยาเป็นส่วนประกอบทางการแพทย์เพื่อใช้เป็นยารักษาโรค บางท่านรับประทานยาแผนปัจจุบันไม่หายต้องรับประทานยาสมุนไพรแล้วหาย ยาบางตัวหายากบางตัวไม่มีแล้ว ต้องเสียเงินมากเพื่อหามา ก็ในเมื่อมีความจำเป็นมากแล้วทำไมจึงไม่มีการส่งเสริมให้ปลูกสมุนไพรเพื่อเป็นสินค้า เพื่อให้ประชาชนได้มียารักษาที่ถูกต้องและราคาถูก พืชบางชนิดต้องพึ่งพากัน นอกจากประโยชน์ทางการแพทย์และที่อยู่อาศัยแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือประโยชน์ที่คอยเปลี่ยนอากาศเสียเป็นอากาศดี ในตอนนี้เครื่องฟอกอากาศเครื่องใหญ่ของเราได้ลดขนาดลงใกล้จะหมดแล้ว แต่เครื่องผลิตอากาศเสียยังเพิ่มปริมาณสูงขึ้น สูงขึ้นอยู่เรื่อยๆ แล้วตกลงเราต้องการอากาศเสียกันใช่ไหม

ในขณะนี้มีการรณรงค์การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อันมีป่าไม้และสัตว์ป่าเป็นสำคัญ เพื่อให้ระลึกถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นอย่างร้ายแรงต่อมนุษย์ในอนาคตอันใกล้นี้ และเพื่อให้เห็นประโยชน์ของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงระบบนิเวศน์ที่มีการอยู่รวมกันอย่างหลากหลายของสิ่งมีชีวิต มีการให้ความรู้การศึกษาพื้นที่จริงแก่เด็กและเยาวชน นักเรียน นักศึกษา รวมไปถึงประชาชนทั่วไปซึ่งเด็กเหล่านี้ที่สมควรรู้เป็นอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาจะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยได้รับผลจากการกระทำของคนรุ่นก่อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะบางปัญหาที่จะเกิดอาจเกิดในช่วงเวลาหลังจากที่คนปัจจุบันที่ก่อขึ้นไม่มีชีวิตอยู่แล้ว การปลูกฝังการอนุรักษ์ธรรมชาติจึงเป็นหน้าที่ของผู้ที่อยู่บนโลกเบี้ยวๆ นี้ต่อไป

จากการที่ได้ไปปฏิบัติด้วยตนเองจากความรู้ที่เคยได้รับความสำนึกถึงการที่ต้องอนุรักษ์ธรรมชาติ จึงได้เข้าร่วมชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตอนเข้าไปทีแรกไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจมากนักแต่เพื่อดึงดูดใจนักเรียน เพราะส่วนมากชอบท่องเที่ยว ทางชมรมจึงมีการจัดค่ายไปตั้งเต้นท์นอนกัน มีการหุงข้าวด้วยหม้อสนาม ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน เพื่อศึกษาระบบนิเวศน์ พันธุ์สัตว์และพันธุ์ไม้ต่างๆ การอยู่ร่วมกันของต้นไม้ชั้นบน ชั้นกลางและชั้นล่างที่มีการแบ่งปันแสงอาทิตย์และอาหารแก่กัน รวมทั้งการอยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยกันระหว่างสัตว์กับพืช พืชกับพืช สัตว์กับสัตว์ ว่าหากป่าไม้ดำรงอยู่อย่างสมบูรณ์แล้วสัตว์ก็จะดำรงอยู่อย่างสมบูรณ์ด้วย และในการไปเข้าค่ายนั้นเองทำให้ผมได้รู้จักพันธุ์ไม้ที่สำคัญชนิดหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า "กฤษณา หรือ ไม้หอม" ต้นไม้ชนิดนี้มีประโยชน์ทางด้านอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันหอม เพราะแก่นของไม้ชนิดนี้มีสารชนิดหนึ่งที่สามารถสกัดมาทำเป็นน้ำมันหอมระเหยซึ่งมีราคาแพงมากๆ จึงมีการลักลอบตัดไม้ในป่า เพราะต้นกฤษณาที่มีน้ำมันหอมได้นั้นจะต้องมีแก่น ซึ่งต้นไม้ที่มีแก่นได้ต้องเป็นต้นไม้ที่มีอายุมากแล้ว ซึ่งต้นไม้ที่มีอายุมากย่อมไม่ได้อยู่ในบ้านคนเป็นแน่ ย่อมขึ้นสูงใหญ่ในป่า และป่าเหล่านั้นก็เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ที่มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้คอยดูแล แต่ก็ยังมีคนเข้าไปตัดจนได้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่มีเจ้าหน้าที่น้อย แต่บางครั้งก็เป็นผลประโยชน์ของผู้ใหญ่ที่มีอำนาจ การทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นย่อมทำให้ชีวิตของเจ้าหน้าที่ตัวน้อยๆ ปลอดภัย ในวันที่ 2 ที่มีการเดินป่าสำรวจพันธุ์ไม้นั่นเองทำให้ได้เห็นซากต้นกฤษณาต้นใหญ่นอนอยู่ข้างๆ ตอของมัน เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่าเกิดจากการลักลอบตัดไม้ เมื่อสอง อาทิตย์ก่อนและเจ้าหน้าที่มาเห็นทันจึงไม่สามารถขนย้ายออกไปได้ รวมทั้งยังถูกจับกุมอีกด้วย เป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่ต้นไม้ใหญ่อายุมากจะต้องมาจบชีวิตลงอย่างไร้ค่า เพราะมือมนุษย์ วันที่สาม เจ้าหน้าที่ให้การอบรมเรื่อง การใช้กล้องดูนกรวมทั้งแจกหนังสือพันธุ์นกต่างๆ ให้นักเรียนที่เข้าไปค่ายได้ศึกษาพันธุ์นก ลักษณะ จดบันทึก วาดภาพนกที่เห็น ในวันนั้นเองได้เห็นนกปรอดหัวจุกที่มีลักษณะที่สวยรวมไปถึงเสียงที่ดังกังวาน ทำให้หลงใหลในเสน่ห์ของนกปรอทหัวจุก ได้แรงบันดาลใจในการศึกษาความเป็นอยู่ของนกปรอทหัวจุกที่มีคนส่วนใหญ่นำมาเลี้ยงใส่ไว้ในกรงหน้าบ้าน แยกเป็นกรงๆ และไม่มีการเพาะเลี้ยงให้เพิ่มจำนวน ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการเพาะเลี้ยงเป็นไปได้ยากและต้องใช้พื้นที่ การหาซื้อจากร้านค้าจึงง่ายกว่า แต่ที่จริงแล้วร้านค้าส่วนมากจะรับจากนายพรานดักนกมาอีกต่อหนึ่ง จึงทำให้นกชนิดนี้ลดจำนวนลงมาก จากการที่ได้ซักถามพ่อถึงเรื่องนกชนิดนี้ พ่อบอกมีนกจำนวนมากค่อยลงมากินกล้วยในไร่เป็นฝูงๆ แต่เดี๋ยวนี้แม้แต่นกที่เสียงไม่ดียังไม่ค่อยมีเลย แต่ต่อมาก็มีราคาที่ชาวบ้านตั้งไว้ให้ 300 บาทแล้ว ส่วนผู้ที่รู้วิธีการดูนกการเพาะนกก็จะเป็นพวกฟาร์มเลี้ยง ซึ่งจะไม่บอกวิธีการเพาะเลี้ยงให้แพร่หลายเพราะจะทำให้ราคาตก จึงเป็นผลทำให้ต้องหาต่อกันตามธรรมชาติและนกป่าส่วนใหญ่เคยชินกับการบินในที่กว้าง เมื่อมาอยู่ในกรงแล้วส่วนใหญ่มักจะตายเพราะตื่นที่ นี้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนกป่าที่ใกล้สูญพันธุ์เพียงช่วงเวลาไม่ถึง 50 ปี แต่ก็ยังมีนกจำนวนหนึ่งที่สามารถปรับตัวได้ เช่น นกเขา นกพิราบ ที่สามารถเข้ามาอยู่เป็นส่วนหนึ่งของป่าคอนกรีตได้แต่ก็เป็นส่วนน้อย และจากการติดตามข่าวและงานวิจัย ก็เริ่มมีนักอนุรักษ์นกป่าได้มีการวิจัยเพาะเลี้ยงและส่งคืนธรรมชาติ แต่จากการอ่านการดูภาพการเพาะเลี้ยงนกป่านั้นต้องใช้พื้นที่และการดูแลมากรวมไปถึงค่าใช้จ่ายสูง จึงเป็นผลให้กลุ่มอนุรักษ์ดำเนินงานไม่เต็มที่ และบางแห่งต้องปิดลงก็เหลือเพียงกรมป่าไม้เพียงที่เดียวที่มีเงินสนับสนุน และได้มีการส่งเสริมให้ชาวบ้านในละแวกนั้นได้ช่วยกันเพาะเลี้ยงด้วย อย่างเช่น ศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี มีการส่งเสริมให้ชาวบ้านเพาะเลี้ยงนกยูงและไก่ฟ้าเพื่อเพิ่มจำนวนแก่ธรรมชาติ และนำไปสู่สัตว์เศรษฐกิจต่อไป เพราะแค่หางนกยูงที่ปลายหางก็มีค่ามากในการนำมาตกแต่ง ทำต่างหู รวมไปถึงการมีส่วนในยาสมุนไพร และนกยูงก็ผลัดขนตลอดจึงไม่กระทบต่อการดำรงชีวิตของมันด้วย เป็นการได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายที่ช่วยธรรมชาติ และมีค่าตอบแทนเป็นกำลังใจอีกด้วย หลังจากการไปเข้าค่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในครั้งแรกแล้วก็รู้สึกชอบและได้ไปต่อในครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 สองครั้งหลังไปในฐานะพี่เลี้ยง ในชั้น ม.4 ก็ได้ทำงานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปีนี้มีการจัดไปเข้าค่ายที่แสมสารเพื่อดูงานเพาะเลี้ยงปะการังที่ อ. แสมสาร จ.ชลบุรี ได้เรียนรู้ชนิดของปะการัง ความสำคัญ และการอยู่ร่วมกันทางระบบนิเวศน์ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันระหว่างดอกไม้ทะเลกับปลาการ์ตูน ซึ่งในช่วงนั้นกำลังเป็นที่นิยมของการเลี้ยงปลาทะเลโดยเฉพาะปลาการ์ตูน (นีโม่) และต้องขอสาระภาพว่าก็เป็นคนหนึ่งที่เลี้ยงเช่นกัน การเลี้ยงปลาทะเลเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากหากอุปกรณ์ไม่พร้อม ความรู้ไม่แน่นอนเลี้ยงปลาให้มีชีวิตรอดคงทำได้ยาก แต่ที่ตัดสินใจเลี้ยงเพราะเป็นคนที่ชอบเลี้ยงปลาและได้ศึกษาปลามาหลายชนิด ซึ่งถ้าหากจะเลี้ยงคงไม่ยากและไม่มีปัญหาแต่เป็นปลาน้ำจืด แต่ปลายน้ำเค็มจะต้องคอยดูแลระดับความเค็ม ความหนืดของน้ำ แสงสว่างก็สำคัญ เลี้ยงไปได้ไม่นานดอกไม้ทะเลก็เริ่มตายแต่ปลาก็ยังเลี้ยงได้เพราะบ้านใกล้ทะเล ไม่เป็นห่วงเรื่องอาหาร และคิดไปคิดมาเราต้องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้วในเมื่อเราไม่มีบ้านให้มันจะขยายพันธุ์ได้อย่างไร จึงให้เพื่อนพ่อใกล้บ้านไปเลี้ยง เพราะเขาเลี้ยงปลาทะเลอยู่แล้วและมีเจ้าของร้านมาดูทุกวันอาทิตย์ (จ้างมา) จึงว่ารอให้มีความรู้แน่กว่านี้ดีกว่า

จากเรื่องปะการังที่ได้ไปอบรมมาและดูลักษณะจริงมาแล้ว เป็นสิ่งมีชีวิตที่เจริญเติบโตช้ามาก ทั้งยังมีการพังทลายจากธรรมชาติและยังมีการทำลายจากฝีมือมนุษย์ จึงค่อนข้างที่หน้าเป็นห่วงที่ปะการังของไทยจะลดจำนวนลงและหมดไป

ในปีต่อมาได้ไปทำค่ายการปลูกป่าบกและป่าชายเลน ทำติดต่อกัน 2 ปี ทั้ง ม.5 และ ม.6 ป่าบกได้รับการอนุรักษ์ของพื้นที่ของ อบต. เขาวัง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี รวมถึงกล้าไม้ต่างๆ มีทั้งชาวชมรมอนุรักษ์ อาจารย์ที่สนใจและชาวบ้านเข้ามาช่วยกันในพื้นที่ว่าง เพื่อซ่อมแซมเขาให้เต็ม แต่ก็ใช้เวลาในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ไม้กฤษณาเป็นที่นิยมมาก ที่บ้านก็ได้ปลูกเช่นกันแต่พักหลังก็เงียบไป ในค่ายนั้นก็ได้พันธุ์กฤษณามาปลูกด้วย

แต่จากการไปค่ายที่ต่างๆ ชอบที่อ่าวคุ้งกระเบนมากที่สุด ส่วนหนึ่งเพราะเป็นคนที่บ้านอยู่ติดป่าชายเลน ได้เดินเล่นและผูกพันกับป่ามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ได้เรียนรู้การใช้ประโยชน์ของไม้ต่างๆ ในป่าชายเลนที่มีหลากหลายรวมไปถึงสัตว์ป่าชายเลนโดยเฉพาะปูก้ามดาบที่เป็นเพื่อนเล่นมาตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนี้มันไม่ค่อยมีแล้วแม่เคยเล่าว่า เมื่อก่อนเคยมีม้าน้ำ ปูและกุ้งที่มีขนาดใหญ่กว่านี้มาก ที่กินกันอยู่ทุกวันนี้เมื่อก่อนปล่อยไปไม่กิน ม้าน้ำก็ติดอวนขึ้นมากินไม่ได้ต้องทิ้งแต่ส่วนมากตายก่อน เป็นเรื่องน่าเสียดาย จนถึงปัจจุบันอยากสร้างให้ป่าชายเลนกลับมาใหญ่และมีความอุดมสมบูรณ์เหมือนแต่ก่อน ขอเล่าถึงการไปเข้าค่ายที่คุ้งกระเบนคือทางโรงเรียนที่เคยได้อยู่ได้จัดไปบ่อยแต่ที่ค่ายอนุรักษ์จัดเป็นวันพ่อ มีการปลูกป่าชายเลนเพื่อถวายแด่พ่อหลวงทั้งสนุกทั้งได้เรียนรู้ เนื้อตัวเลอะเลนเต็มไปหมด ต้นไม้ส่วนใหญ่ที่ปลูกจะเป็นต้นโกงกางและช่วงนั้นต้นลำแพน ฝาดแดง ป่าสักแดง เป็นที่นิยมมากเพราะเป็นป่าชายเลนที่มีหิ่งห้อยมาอาศัยอยู่ จึงมีใครหลายคนอยากให้มีหิ่งห้อยไปทุกที่ทั่วประเทศ จากริมทะเลจนถึงเหนือ จึงมีคนนำต้นลำแพนมาเลี้ยงให้เป็นน้ำจืดและก็สำเร็จ เป็นที่นิยมขายกันทั่วในช่วงแรก เห็นรถขนไปจากจันทบุรี ตราด และระยอง เป็นคันรถ ก็รู้สึกเสียดายกลัวจะหมดไป แต่ก็มีผู้ที่เพาะพันธุ์ได้เริ่มทำก็รู้สึกอุ่นใจมากขึ้น ตอนนี้ก็เริ่มเบาลงแล้วก็เป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้พันธุ์ไม้ป่าชายเลนมีไปทั่วประเทศ สามารถอยู่ได้ทั้งน้ำเค็มและน้ำจืด และที่อ่าวคุ้งกระเบนตอนนี้ก็มีปลาพยูนมาอาศัยอยู่ 1 คู่ แปลกมาก อาจเป็นเพราะป่าชายเลนสมบูรณ์และมีหญ้าทะเลขึ้น ระบบนิเวศน์เริ่มกลับมาสู่สภาพเดิมหลังจากถูกทำลายด้วยการทำนากุ้ง แต่ก็เป็นเพียงจุดเดียวไม่สามารถทำให้กลับมาดีเหมือนแต่ก่อนได้

จากการที่ได้ศึกษาและปฏิบัติด้วยตนเองจึงทำให้รู้ว่าการอนุรักษ์ธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องที่สำคัญต่อชีวิตของมนุษย์เอง และมีสิ่งมีชีวิตร่วมโลกอีกมากมายและควรทำตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่รอเวลาหรือผลัดวันไปเรื่อยๆ เพราะกว่าจะใช้เวลาทำถึงวันนี้ได้ กว่าจะรู้ผลก็ต้องใช้เวลาสิบปี ยี่สิบปี หรือร้อยปีข้างหน้า และไม่ใช่จะทำไปเปล่าๆ แต่ต้องทำเพื่อต่อสู้กับสภาวะโลกร้อนที่กำลังใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ดังนั้นเราจึงควรที่จะเป็นผู้ที่อยู่คู่กับธรรมชาติไม่ใช่เป็นผู้ทำลาย ตามปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ว่า เศรษฐกิจพอเพียง เมื่อเราใช้ประโยชน์จากสิ่งใดเราควรสร้างสิ่งนั้นขึ้นด้วยตนเองไม่ไปทำลายของคนอื่น เช่น เมื่อเราใช้ต้นไม้เราก็ต้องปลูกต้นไม้อย่าคิดว่าทำเพื่อตนเอง คิดว่าทำเพื่อลูกหลานไว้ใช้ในอนาคต รู้จักพอเพียงไม่ทะเยอทะยานอยากได้ในสิ่งที่เกินตัวจึงเป็นผลทำให้เกิดการทำลาย หากเรารู้จักพอหยุดทำลาย ป่าก็จะกลับมาหาเราพร้อมเพื่อนสัตว์ และอากาศที่บริสุทธิ์ ทำให้เราได้รับความอากาศที่เย็นสบายไม่ต้องพึงพาเครื่องปรับอากาศ ไม่ต้องกลัวภาวะโลกร้อนและมีความสุขบนความพอเพียง

ชื่อ
:
นายณัฐพงศ์ บัวแก้ว
วัน/เดือน/ปีเกิด
:
12 กันยายน 2531
ที่อยู่
:
29 หมู่ 4 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
โทร. 089 279 4642
การศึกษา
:
ชั้นปีที่ 1 หลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์บัณฑิต วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดชลบุรี