ประเภทความเรียงเยาวชน

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบเศรษฐกิจพอเพียง
โดยนางสาวกาญจนา บุญเลิศ

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมคือ การรักษาสิ่งแวดล้อมให้อยู่ยั่งยืนนาน รักษาไว้เพื่อรุ่นลูกรุ่นหลานให้สืบต่อกันไป การรักษาสิ่งแวดล้อมก็ต้องรักษาโดยความประหยัด รักษาด้วยกำลังของตนเอง ไม่ใช้ของฟุ่มเฟือย และสามารถนำกำไรกลับมาสู่ตนเองได้ เช่น ถ้าเรารักษาต้นไม้เราก็ใช้มูลสัตว์ที่เราสามารถหาเองได้ตามที่คนเลี้ยงสัตว์ หรือเราอาจจะใช้มูลพืชแทนก็ได้ และถ้าเรารักษาลำธาร คลองหรือถนนที่เราต้องใช้ เราก็ต้องรักษาทำความสะอาดอยู่บ่อยๆ แล้วถ้าในคลอง ลำธารนั้นมีขยะที่เราสามารถนำมาเปลี่ยนสภาพได้เราก็นำกลับไปใช้ใหม่ได้อีก ก็เป็นเรื่องดีที่ทำให้เราได้ประโยชน์ 2 ต่อ ได้ทั้งการดูแลรักษาน้ำ และเราก็ยังได้เงินเล็กๆ น้อยๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในวันข้างหน้า

ในชุมชนของดิฉันก็ได้มีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยความพอเพียง ชุมชนของดิฉันได้เริ่มจากการปลูกต้นไม้ ปลูกต้นไม้ที่มีดอกสวยงาม ดูแลคลองใกล้บ้าน ปล่อยปลาในคลอง เพื่อการทำมาหากินของคนในชุมชน การปลูกต้นไม้ก็ปลูกเพื่อให้คนในชุมชนมีร่มเงาอาศัยในฤดูร้อนหรือเวลาพักผ่อน และความสดชื่นกับความสวยงามของคนในชุมชน ชุมชนของดิฉันเป็เพียงชุมชนเล็กๆ อยู่กันตามประสาชาวบ้าน เมื่อถึงฤดูฝนชุมชนของดิฉันก็พร้อมใจกันปลูกพืชต่างๆ เช่น บางครอบครัวก็ทำการปลูกข้าวโพด ปลูกถั่วชนิดต่างๆ เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับโรงสี ถ้าครอบครัวไหนไม่มีทุนมากก็จะปลูกข้าวโพดที่สามารถกินได้ เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับคนในชุมชน หรือต่างชุมชน ข้าวโพดที่ชาวบ้านนิยมรับประทานคือ ข้าวโพดข้าวเหนียว เพราะทั้งหวานและยังถูกด้วย แต่กว่าจะมาเป็นข้าวโพดแต่ละฝัก ชาวบ้านต้องผ่านความยากลำบากมาก

ชาวบ้านต้องดูแลต้นข้าวโพดตั้งแต่เริ่มหยอดเมล็ดข้าวโพด จนถึงมันโตเป็นต้นต้องคอยดูแลวัชพืชให้มัน ต้องรดน้ำถ้าฝนไม่ตก และดูแลหลายๆ อย่าง แต่ชุมชนของดิฉันก็ยังสู้เพื่อความสบายของตน ต้องทำเพื่อให้ตนเองมีอยู่มีกิน และเพื่อความอิ่มใจของตนเองที่ได้ทำให้คนอื่นนั้นได้กินอิ่ม แค่นี้ชาวบ้านก็พอใจ และชุมชนของข้าพเจ้าจะต้องมีอะไรทำกันทั้งปี ถ้าช่วงฤดูไหนไม่ได้ทำก็จะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป และอาจเสียรายได้ในส่วนนั้นไป

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของชุมชนชองดิฉันก็ได้ร่วมมือกับสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือชาวบ้านเรียกสั้นๆ ว่า อบต. ชุมชนของข้าพเจ้าได้ร่วมมือทำงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น ร่วมกันปลูกต้นไม้ตามเส้นทางตามถนนที่อยู่ในตำบลของดิฉัน และยังได้จัดตั้งองค์กรหรือหน่วยงานที่ดูแลสภาพสิ่งแวดล้อมของชุมชน มีกฏเกณฑ์ว่าถ้าชุมชนไหนดูแลความสะอาด อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนตนเองให้ดี ก็จะได้รับรางวัลชื่นชมและเป็นชุมชนตัวอย่าง ส่วนชุมชนไหนที่ไม่ค่อยใส่ใจกับชุมชนของตนก็ต้องได้รับการจับตาดูเป็นพิเศษ และต้องดูแลความสะอาดเป็นพิเศษ

ในโรงเรียนของดิฉันก็ได้มีการรักษาสิ่งแวดล้อม มีการทำความสะอาดโรงเรียน โดยนักเรียนรดป็นตนทำเองเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกให้นักเรียนเป็นคนรักษาสิ่งแวดล้อมเอง ส่วนนักเรียนที่เป็นลูกเสือ ระดับชั้น ม.3 ก็จะมีต้นไม่ประจำตัวเองคนละต้น ลูกเสือจะต้องดูแลความสะอาดบริเวณต้นไม้ของตน ให้เอี่ยมห้ามมีขยะอยู่ตามโคนต้น ถ้าต้นไม้ของลูกเสือคนใดมีขยะก็จะถูกหักคะแนน นี่ก็เป็นอีกอย่างที่ทางโรงเรียนได้ปลูกฝังให้นักเรียนมีใจรักธรรมชาติ รักสิ่งแวดล้อม ในความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม

โรงเรียนของข้าพเจ้ายังแบ่งให้มีพื้นที่เขตสี หรือการแบ่งกลุ่มนัดเรียนเป็นสีๆ ซึ่งโรงเรียนของดิฉันมีทั้งหมด 4 สี และถ้าสีไหนทำความสะอาดดูแลความสะอาดบริเวณสีของตนได้สะอาด ธงสีของตนหรือของสี สีนั้นก็จะขึ้นสู่ยอดเสาเป็นเวลา 1 สัปดาห์ และสีไหนที่พื้นที่เขตสีไม่สะอาด ธงสีก็จะไม่ขึ้นถึงยอดเสาก็จะอยู่แค่ครึ่งเสา แต่ถ้าสัปดาห์ต่อมาทำได้ดีขึ้นธงสีก็จะชึ้นสู่ยอดเสา

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนดิฉันก็มีบ้าง เช่น การนำไปใบไม้ที่เก็บจากการทำความสะอาดนำไปทำปุ๋ยหมัก เพื่อนำปุ๋ยที่ได้ไปบำรุงรักษาต้นไม้ภายในโรงเรียน โดยลดค่าใช้จ่ายด้านการซื้อปุ๋ยไป และนำต้นไม้ภายในโรงเรียน โดยลดค่าใช้จ่ายการซื้อปุ๋ยไป และนำต้นไม้ภายในโรงเรียนมาตอนพันธุ์เพื่อนำไปปลูกให้โรงเรียนมีความสดชื่นมากขึ้น ไม่อบอ้าว ไม่ร้อน เวลาเรียนจะได้ไม่หงุดหงิด โดยการนำสิ่งที่เปลี่ยนสภาพเปลี่ยนแปลงเป็นต้นไม้เราก็นำมาขยายพันธุ์ให้มีมากขึ้นให้อยู่ในสิ่งที่ตนมี พอในสิ่งที่ตนมี และ สามารถนำของเหล่านั้นมาแปรสภาพใหม่ให้ตนเองได้ผลผลิตมากขึ้น

ทั้งโรงเรียน ชุมชน และองค์การในชุมชนก็ได้ร่วมมือกันทำทุกทางเพื่อให้หมู่บ้านได้ร่วมมือร่วมแรงกันรักษาสิ่งแวดล้อม ช่วยกันคนละไม้คนละมือต่างคนต่างช่วยกัน งานที่จะออกมาก็ต้องออกมาดีและเหตุที่ออกมาดีก็เกิดกับตัวของเราเอง ตัวเราเองก็จะได้อยู่กับสภาพสิ่งแวดล้อมที่สะอาด มลพิษก็จะไม่มี อากาศก็บริสุทธิ์ สิ่งแวดล้อมก็ไม่สกปรก งานทางด้านการทำการเกษตรก็จะไม่มีสารพิษ ได้รับวิตามินของพืชผักโดยเฉพาะ

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบเศรษฐกิจพอเพียงทุกคนจึงทำได้เพราะว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวของเรามากที่สุด สภาพแวดล้อมที่ดี อากาศบริสุทธิ์ก็อยู่ใกล้ตัวเราหรืออยู่กับตัวเราในชีวิตประจำวัน ถ้าบ้านไหนไม่มีต้นไม้หรือต้นดอกไม้เป็นไปได้ยากเพราะทุกคนต้องการความเย็นจากต้นไม้กันทั้งนั้น อนุรักษ์ต้นไม้ อนุรักษ์ธรรมชาติ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อนุรักษ์แบบเศรษฐกิจพอเพียง อนุรักษ์ให้ตนเองอยู่สบายไม่ไปรบกวนใคร อยู่อย่างพอเพียงไม่ไปทำให้ใครเดือดร้อน อนุรักษ์ไว้เพื่อตนเองเป็สุข สุขกายสุขใจ ไม่ทำให้ใครเขานำไปนินทา อยู่อย่างมีน้ำใจ มีอะไรก็แบ่งปัน มีน้อยก็แบ่งน้อยมีมากก็แบ่งมาก ต่างคนต่างแบ่ง ต่างคนต่างมีน้ำใจ เราไม่มีทางอดตาย กินอย่างพอ ทำอะไรก็ให้พอดี สิ่งที่ออกมาก็จะพอกับตัวเรา

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสามารถสอนคนได้หลายอย่าง สอนให้เป็นคนอดทน อดทนต่อความยาวนานของเวลา การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบเศรษฐกิจพอเพียงอาจมีความหมายมากมาย แล้วแต่แนวคิดของแต่ละคน เพราะคนเรามีความคิดที่แตกต่างกันออกไปล้วนมีแง่คิดต่างกันออกไป เพราะการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนั้นมีหลากหลายวิธี มีหลายด้าน แต่การอนุรักษ์ธรรมชาติแบบเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเป็นการดูแลแบบพอเพียง ไม่มากหรือน้อยเกินไป ให้พอเหมาะแล้วสิ่งแวดล้อมก็จะสดชื่น อากาศดี ลมเย็นสบาย ไม่มีมลพิษ ร่างกายก็จะแข็งแรง

จากที่ดิฉันได้บอกถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียน ชุมชนของดิฉันแล้ว ดิฉันยังอยากให้ใครสักคนหรือทุกคนได้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกันบ้าง หันมาสนใจให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความพอเพียงที่เป็นแนวทางพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว ผู้ที่ทรงให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เราก็นำหลักคำสอนของความพอเพียงมาใช้ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะสิ่งแวดล้อมก็อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา เราเองก็จะไม่เหนื่อยมาก อยู่อย่างพอ ใช้ชีวิตอย่างพอ ไม่พยายามแสวงหาความสุขมาใส่ตัวถ้าตัวเราเองไม่สร้างความสุขให้กับตัวเราเอง รักษาสิ่งแวดล้อมแบบเศรษฐกิจพอเพียงแค่นี้ชีวิตของเราเองก็จะพอ ไม่มีเรื่องทุกข์ใจใช้ชีวิตในสังคมอย่างสุขสมบูรณ์ไม่ต้องการอะไร

ชื่อ
:
นางสาวกาญจนา บุญเลิศ
วัน/เดือน/ปีเกิด
:
28 มกราคม 2535
ที่อยู่
:
28/2 หมู่ 12 บ้านท่าไม้งาม ตำบลหนองกุลา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก 65140
โทร. 085 269 9447
การศึกษา
:
มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนประชาสงเคราะห์วิทยา