ประเภทความเรียงเยาวชน

ป่าไม้คือบ้านของฉัน
โดยเด็กชายธีระชาติ โขนภูเขียว

ฉันไม่ใช่นักอนุรักษ์ธรรมชาติ ฉันไม่ใช่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฉันไม่ใช่ปลูกต้นไม้สร้างผืนป่าอันกว้างใหญ่ไพศาล ฉันไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่มีอำนาจที่จะปกป้องด้วยชีวิต แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในชนบทที่ห่างไกลความเจริญ ท่ามกลางขุนเขาน้อยใหญ่ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ไม่มีตู้เย็น ทีวี ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด ของฉันไม่มีตลาด ไม่มีห้างสรรพสินค้า ไม่มีรถเมล์ รถไฟ รถยนต์ ไม่มีถนนลาดยางสี่เลน แปดเลน ไม่มีสะพานลอย ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวที่คนสร้างขึ้นมา ไม่มีสวนสนุก ไม่มีสวนสัตว์ บ้านของฉันสามารถมองเห็นหมอกในตอนเช้า มองเห็นดวงดาวบนท้องฟ้าในยามค่ำคืน บ้านของฉันไม่มีสนามกีฬา ไม่มีโรงฝึกกีฬาในร่มมีแต่สีเขียวของทุ่งนา ป่าไม้อันกว้างใหญ่มีสีเขียวอุดมสมบูรณ์ มีผีเสื้อสวยๆ บินมาอวดปีก มิใช่มีโรงงานอุตสาหกรรม ไม่มีน้ำเน่าเสีย ไม่มีกองขยะขนาดใหญ่ ฉันตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเห็นแต่นก หนู ปู ปลา ส่งเสียงร้องตามประสา เห็นหมอกควันสีขาวตามหุบเขา มีน้ำใสไหลเย็น อากาศเย็นสดชื่น มองเห็นวัวนอนเคี้ยวเอื้องอยู่ รอบๆ บริเวณบ้านมีทุ่งนา มีป่าอ้อย มีก้อนหินน้อยใหญ่เป็นเชิงเขา เดินไปอีกสิบก้าวก็ขึ้นเขาลูกใหญ่ นั่นคือบ้านที่ฉันอาศัยอยู่

อีกด้านเป็นวัดป่าภูรังที่มีต้นรังจำนวนมาก เป็นวัดเล็กๆ มีพระสงฆ์จำวัดอยู่ 2 รูป วัดนี้อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 20 เมตร แต่ที่น่าแปลกฉันมักจะเห็นผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 70 ปี สะพายย่ามขี่รถจักรยานแกนหล่อน (รถจักรยานเก่าๆ) พกมีดโต้และถือไม้กวาดทางมะพร้าวทุกๆ วันในฤดูแล้ง ชายผู้นี้จะเที่ยวมาที่เชิงเขาลูกนี้เป็นประจำ พยายามสังเกตจะเห็นชายคนนี้เดินกวาดใบไม้แห้งที่หล่นลงบนพื้นดินเป็นแนวทางเดินกว้างประมาณ 3 เมตร เป็นทางยาวมาก ตั้งแต่ฉันเรียนอยู่ชั้นป.1 จนทุกวันนี้ฉันเรียนอยู่ชั้นป.3 ผู้ชายคนนี้สอนฉันกับน้องเสมอว่า "อย่าตัดไม้ทำลายป่านะลูก" ไม่นานก็มีเสียงถามกลับ "ทำไมผมจึงตัดไม่ได้ครับ ผมเห็นชาวบ้านเข้ามาตัดครั้งละรถอีแต๋นเลย" ผู้ชายคนนั้นตอบอย่างใจเย็น "ก็เพราะมีคนตัดพ่อจึงต้องรักษาป่า ถ้าลูกไม่อยากให้พ่อเหนื่อย ลูกก็ไม่ควรตัดไม้ทำลายป่า หรือไม่ควรเล่นฟืนไฟใกล้ๆ ป่า ถ้าคนบ้านเราตัดไม้ทำลายป่ากันทุกคน ทุกวัน เผาป่าล่าสัตว์ เห็นแก่ตัว คิดอย่างนี้ทุกคนบ้านเราก็ไม่น่าอยู่ จะเกิดความร้อนแห้งแล้ง อากาศร้อน ขาดน้ำ ขาดอาหาร ฝนก็แล้ง เวลาตกหนักๆ ภูเขาจะถล่มทับบ้านเรา เราอาจตายกันทั้งครอบครัว โดยไม่รู้ตัวเหมือนกับหมู่บ้านน้ำก้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นบทเรียนสำหรับเราและทุกคนที่อาศัยอยู่เชิงเขา พ่อคงจะอยู่ช่วยรักษาป่าจนตลอดชีวิตไม่ได้หรอกลูก" แล้วผู้ชายคนนั้นก็หยิบผ้าขาวม้ามาเช็ดเหงื่อ พ่อทำให้เห็นอย่างนี้เป็นประจำ ทำให้คุ้นเคยกับการมองดูพ่อเก็บกวาดใบไม้ใบหญ้าล้อมรั้วทำแนวกันไฟป่า พ่อไม่เคยไปฆ่า ไปว่าคนตัดไม้ทำลายป่า เพราะพ่อไม่ใช่เจ้าหน้าที่คอยจับผู้กระทำผิด ไม่ใช่ตำรวจ ทหารคอยรักษาป่า แต่พ่อเป็นเพียงบุคคลคนหนึ่งที่มีจิตสำนึกต่อความเป็นอยู่ของคนและสัตว์ป่า พ่อไม่เคยขอให้ฉันทำแนวกันไฟหรือคอยห้ามไม่ให้ใครมาตัดไม้ ขอแต่อย่าตัด อย่าทำลายต้นไม้ พ่อบอกว่า "เราจำเป็นต้องใช้ฟืนหุงหาอาหาร เราก็ควรตัดเอากิ่งไม้ ไม่ควรตัดต้นมัน ถ้าเราตัดต้นมัน ถ้าเราตัดต้นมันจะจำเป็นต้องใช้ฟืนหุงหาอาหาร เราก็ควรตัดจากกิ่งไม้ พ่อยังตัดมาทำยาสมุนไพรรักษาโรค ตัดมาล้อมรั้วก็ได้ ทำด้ามจอบ เสียม ทำได้สารพัด พ่อสอนให้ฉันใช้ประโยชน์จากป่าหลากหลายรูปแบบ แต่ให้ฉันอนุรักษ์ไว้ใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนตราบเท่านาน"

ผ่านไปไม่นานจากการคุ้นเคยที่ดูผู้ชายคนหนึ่งทำแนวกันไฟป่า ก็เริ่มมีเด็กตัวเล็กๆ สามคนพี่น้องและผู้หญิงใจดีอีกคนหนึ่งจับไม้กวาดกวาดใบไม้แห้งด้วยกัน เริ่มจากรอบๆ บ้านแล้วค่อยๆ ขยายออกไปในทุกที่ที่มีช่องทางเดิน จนเป็นความเคยชินของครอบครัว ในทุกๆ วันตอนเย็นฉันจะได้ยินเสียงที่คุ้นเคยตั้งแต่เกิดเสียงที่บอกให้ฉันกับน้องๆ ให้รู้จักทำความสะอาดบริเวณบ้านและภูเขาใกล้บ้าน เสียงนั้นผ่านเสียงตามสายในชุมชนใกล้ๆ ภูเขาด้วยประโยคคล้ายๆ กับที่สอนฉัน น้องๆ "ผมขอเชิญชวนพี่น้องในชุมชนทุกคนดูแลป่าใกล้บ้านเรา ด้วยการไม้ตัดไม้ทำลายป่า ช่วยกรุณาอย่าตัดไม้"

ฉันพยายามศึกษาวิธีการยังชีพของพ่อและบรรพบุรุษต่อไป พ่อเล่าว่า "สมัยพ่อเป็นเด็ก ภูรังจะมีป่าหนาทึบ มีสัตว์ป่าชุกชุม อย่างเสือ สิงโต หมาป่า เม่น เก้ง กวาง หมี งูเหลือม" พ่อไม่กล้ามาคนเดียวต้องชวนเพื่อนมาด้วยหรือไม่ก็มีอาวุธป้องกันตัว นอกจากมีป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่าชุกชุมแล้ว ยังมีน้ำซับใสสะอาดไหลตลอดปี มีต้นไม้ยักษ์กอดสามคนหกคนไม่รอบเลย แต่ทุกวันนี้มันเป็นตรงกันข้าม ป่าไม้ถูกบุกรุกทำลาย ทำไร่ทำสวน ทำนาหมดเลย คนก็เกิดมากต้องแย่งกันทำมาหากิน สัตว์ป่าก็ตายหมด น้ำซับก็หยุดไหลก็เป็นเพราะว่าไม่มีต้นไม้ดูดซับน้ำไว้ แต่พ่อไม่เคยมาตัดไม้ทำลายป่า มีแต่จะปกป้องผืนป่าเอาไว้ให้ลูกหลาน แต่พ่อห้ามคนตัดไม่ได้ ไปห้ามเขาก็โกรธก็เลยปล่อยเลยตามเลย ไม่รู้จะทำอย่างไร พ่อนึกขึ้นมาแล้วเสียดายต้นไม้ อยากจะปลูกทดแทน พ่อเลยไปปลูกที่หน้าตัวเองจะได้ไม่มีใครมาตัด

แม้วันนี้ฉันจะไม่ใช่นักอนุรักษ์ธรรมชาติ ฉันไม่ใช่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฉันไม่ใช่นักปลูกต้นไม้สร้างผืนป่าอันกว้างใหญ่ไพศาล ฉันไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่ที่มีอำนาจที่จะป้องธรรมชาติด้วยชีวิต เป็นเพียงคนหนึ่งมีสองมือที่ไม่ทำลาย ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร และพร้อมจะใช้สองมือนี้เพื่อดูแลบ้านของฉัน ฉันจะดูแลที่อยู่ของฉันด้วยคำของพ่อ

"เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคนอื่นได้ เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ จงเริ่มที่ตัวเองก่อนนะลูก"

ชื่อ
:
เด็กชายธีระชาติ โขนภูเขียว
ที่อยู่
:
17 หมู่ 7 บ้านนาไฮ ตำบลบ้านหัน อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ 36120
การศึกษา
:
ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนาไฮ (ประชาอุปถัมภ์)