ประเภทกลุ่มเยาวชน

กลุ่ม ว.ส.รักษ์สิ่งแวดล้อม โรงเรียนแกลง "วิทยสถาวร"
ผู้ปกป้องแม่น้ำประแส
โดย บุบผาทิพย์ แช่มนิล
คณะทำงานภูมิภาค ภาคกลาง-ตะวันออก

กลุ่ม ว.ส.รักษ์สิ่งแวดล้อม โรงเรียนแกลง "วิทยสถาวร" เป็นเยาวชนที่รวมตัวกันทำกิจกรรมนักสืบสายน้ำ ตั้งแต่ปี 2528 โดยเน้นการเฝ้าระวังแม่น้ำประแส เส้นเลือดหลักของชาวเมืองแกลง กิจกรรมนักสืบสายน้ำ นำไปสู่การต่อยอดกิจกรรมด้านอื่นๆ ที่สอนให้เด็กรู้จักกระบวนการถนอมสิ่งแวดล้อม สอนให้เด็กๆ เป็นคนช่างสังเกต และนำผลมาวิเคราะห์เพื่อนำไปสู่การตอบคำถาม พัฒนากลายเป็นบทเรียนที่สนุกสนานในชั้นเรียน และเป็นประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าในชีวิตจริง

กลุ่มเยาวชน "ว.ส. รักษ์สิ่งแวดล้อม" เป็นกลุ่มนักเรียนในโรงเรียนแกลง "วิทยสถาวร" ที่รวมตัวกันทำกิจกรรมนักสืบสายน้ำ ก่อตั้งเมื่อปี 2548 มีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ นักสืบสายน้ำรักษ์ประแส ปลูกป่าชายเลน เก็บยะมูลฝอยบริเวณน้ำประแส เพาะเลี้ยงปลาม้าลายเพื่อเป็นดัชนีชี้วัดคุณภาพน้ำ ทำน้ำชีวภาพจากขยะเหลือใช้ ปุ๋ยดินเพื่อการเกษตร กำจัดลูกน้ำยุงลาย ดับกลิ่นห้องน้ำห้องส้วม เป็นนักรบขยะ เก็บขยะสารพิษ รณรงค์ลดใช้สารพิษ และปลูกพืชสมุนไพร เป็นนักบุกเบิกน้อย ทำกระสุนจุลินทรีย์ ผักปลอดสารพิษ รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากไขมันบำบัด เช่น เทียนไข สบู่กรด และน้ำยาล้างมือ ฯลฯ มีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมเพื่อประสานงานกับชุมชนและสถาบันการศึกษาอื่นๆ ในพื้นที่ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมทำกิจกรรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมกัน รวมทั้งนำกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ เข้าไปเชื่อมโยงกับการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน มีสมาชิก 85 คน เป็นนักเรียนทั้งระดับประถมและมัธยมศึกษา

กลุ่มฯ สามารถเชื่อมโยงกิจกรรมให้เข้ากับการดำรงชีวิตของชุมชน เช่น การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ แม้ในเบื้องต้นจะมีแนวความคิดการใช้งานจำกัดวงแคบเพียงพื้นที่ในโรงเรียนและจุดอนุรักษ์เพียงบางจุด แต่การทำปุ๋ยชีวภาพถือเป็นพื้นฐานของการนำแนวคิดเศรษฐกิจพอพียงมาใช้ ซึ่งชาวบ้านทั่วไปสามารถศึกษาเรียนรู้ นำไปใช้ในกระบวนการผลิตทางการเกษตร และในชีวิตประจำวันได้จริง ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ก็มีการการคิดค้นหานวัตกรรมมาเสริมการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพ เช่น การนำปลาม้าลายมาใช้เป็นเครื่องมือเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในธรรมชาติ โดยนำมาเพาะเลี้ยงในโรงเรียน ศึกษาเฝ้าการสังเกตการณ์ผ่านวงจรชีวิตของปลา เพื่อนำมากำหนดและตีค่าความแตกต่าง ผ่านทางวงจรนิเวศวิทยาทั้งระบบ ก่อนจะนำเอาผลการศึกษาที่ได้ มาใช้เป็นตัวชี้วัดการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ในแม่น้ำประแส การทดลองนี้ นอกจากจะเอื้อประโยชน์ต่อการอนุรักษ์แล้ว ยังเสริมสร้างศักยภาพให้เด็กเป็นคนช่างคิด ใฝ่หาความรู้

ความเปลี่ยนแปลงจากการพัฒนา

แม่น้ำประแส เป็นแม่น้ำสายสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ที่ถูกกล่าวถึงมาตั้งแต่ปี 2347 เมื่อครั้งมหากวีสุนทรภู่ได้มาเมืองแกลง หรือแม้เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสบริเวณปากอ่าวแม่น้ำประแส ยังได้ทรงบันทึกไว้ในจดหมายเหตุรายวันอีกด้วย

สมัยก่อน เมื่อถนนสุขุมวิทยังไม่ได้สร้างขึ้น การเดินทางล้วนอาศัยเกวียนและการเดินเท้า รวมถึงการใช้เรือเป็นพาหนะสำคัญในการลำเลียง ขนส่งสินค้าและผู้คน ได้ใช้แม่น้ำประแสเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญทั้งในระดับจังหวัดสู่จังหวัดคือ ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี กรุงเทพฯ และระดับหมู่บ้านสู่หมู่บ้าน จากหลักฐานการบันทึกถึงสินค้าส่งออกของเมืองแกลงตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ว่ามีทั้งเยื่อเคย (กะปิ) ไม้ พริกไท ฯลฯ ก็ล้วนลำเลียงโดยใช้แม่น้ำประแสเป็นเส้นทางทั้งสิ้น

ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาแม่น้ำประแสถูกเปลี่ยนสถานภาพจากเส้นทางคมนาคม กลายเป็นที่รองรับการบำบัดน้ำเสียในเขตเมืองของเทศบาลตำบลเมืองแกลง และโรงงานอุตสาหกรรม รวมไปถึงการใช้สารเคมีจากภาคเกษตรกรรมและการบุกรุกทำลายระบบนิเวศน์ต่างๆ ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมทั้งทางกายภาพและชีวภาพของแม่น้ำประแสอย่างเห็นได้ชัด

จากการสนับสนุนของหน่วยงานท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลตำบลเมืองแกลงหรือภาคธุรกิจเอกชน เช่น บริษัทเอพิน่าและโรงเรียนแกลง "วิทยสถาวร" ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ประจำอำเภอแกลง จึงได้เกิดเป็นกลุ่มนักเรียนที่สนใจและมีความตระหนักถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมในนาม "กลุ่มว.ส. รักษ์สิ่งแวดล้อม" โดยนำเอาตัวย่อของชื่อโรงเรียนมาเป็นชื่อกลุ่ม ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมกราคมปี 2548 เริ่มแรกมีสมาชิกทั้งสิ้น 85 คนปัจจุบันมีสมาชิกเพิ่มเป็น 679 คน โดยมีวัตถุประสงค์ คือ สร้างจิตสำนึกและแนวความคิดให้แก่เยาวชนเพื่อให้เกิดความรัก และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ และช่วยกันอนุรักษ์ฟื้นฟู ตลอดจนเฝ้าระวังคุณภาพในลุ่มน้ำประแสให้มีความสมดุลทางธรรมชาติและระบบนิเวศวิทยา

สร้างกระบวนการเรียนรู้..สู่...การอนุรักษ์

โครงการ "ว.ส.รักษ์สิ่งแวดล้อม" มีกิจกรรมหลายหลาก อาทิ
1. กลุ่มนักสืบสายน้ำรักษ์น้ำประแส มีกิจกรรมคือ

- การจัดอบรมเสริมความรู้กระบวนการนักสืบสายน้ำ และมีการถ่ายทอดจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ลงพื้นที่สำรวจจุดเฝ้าระวังประมาณ 4 จุดได้แก่ จุดสำรวจบ้านทะเลน้อย/บ้านแหลมตะเคียน/จุดศาลาต้นโพธิ์และจุดสะพานโรงเลื่อยเก่า ที่อยู่ในพื้นที่ของเทศบาลตำบลเมืองแกลง เป็นระยะทางความยาวประมาณ 10 กว่ากิโลเมตร โดยจะมีการสำรวจทุกๆ 3 เดือนเพื่อตรวจวัดคุณภาพของน้ำในแต่ละจุดว่ามีคุณภาพอย่างไรและใช้สัตว์เล็กน้ำจืดเป็นตัวชี้วัด ข้อสำคัญของการลงจุดสำรวจนั้นคือการได้สัมพันธ์กับผู้คนที่อยู่ริมน้ำ ได้เรียนรู้วิถีของชุมชนคนเมืองแกลง

- การเพาะเลี้ยงปลาม้าลาย หลังจากที่ได้รับความรู้จากสถาบันวิจัยการแพทย์จุฬาลงกรณ์ว่าปลาม้าลาย สามารถเป็นตัวบ่งบอกคุณภาพของน้ำดีได้ จึงให้สมาชิกในกลุ่มที่สนใจเป็นผู้เพาะเลี้ยง พร้อมกับการทำวิจัยถึงวงจรชีวิตของปลาม้าลายอีกด้วย รวมทั้งนำปลาม้าลายที่เพาะได้ไปศึกษาวิจัยการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรม และศึกษาพฤติกรรมของปลาเมื่ออยู่ในน้ำแหล่งต่าง ๆ

- การบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนร่วม เช่น ปลูกป่าชายเลนโดยสามารถฟื้นฟูป่าชายเลนได้เพิ่มขึ้นจำนวน 50 ไร่และจัดกิจกรรมเก็บขยะบริเวณแม่น้ำ

- จัดทำจุลสาร "รักษ์น้ำประแส"จัดนิทรรศการในวันสำคัญต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับการอนุรักษ์น้ำประแส

- มัคคุเทศก์สายน้ำ โดยให้สมาชิกทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ ให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวที่มาลงเรือล่องแม่น้ำประแส เพื่อบรรยายข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำประแสและเชิญชวนให้ร่วมทำกิจกรรมอนุรักษ์แม่น้ำ โดยการเทน้ำหมักจุลินทรีย์และโยนกระสุนจุลินทรีย์ลงในน้ำ เพื่อเป็นการฟื้นฟูและบำบัดน้ำประแสให้มีสภาพดีขึ้น

2. กลุ่มจุลินทรีย์ผู้พิชิต สมาชิกในกลุ่มนี้จะมีกิจกรรมคือ

- จัดทำน้ำหมักจุลินทรีย์ โดยนำเศษอาหารจากโรงอาหารในโรงเรียนมาหมักกับกากน้ำตาล ด้วยกระบวนการทางชีวภาพ จนเกิดเป็นน้ำหมักจุลินทรีย์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น นำไปกำจัดลูกน้ำยุงลาย/ดับกลิ่นทำความสะอาดในโรงเรียน โรงอาหาร อาคารเรียน ห้องน้ำและห้องส้วม รวมทั้งแจกจ่ายให้กับผู้ที่สนใจและจำหน่ายได้อย่างน้อย 500 ขวด ที่สำคัญคือได้นำไปให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการเทราดในแม่น้ำประแสด้วย
- จัดทำปุ๋ยชีวภาพ โดยใช้น้ำหมักจุลินทรีย์และส่วนผสมอื่นๆ เพื่อนำไปใช้กับแปลงเกษตรผักปลอดสารพิษในโรงเรียน เพื่อให้สมาชิกได้เรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงภาคการเกษตรในโรงเรียนจากแปลงสาธิตด้วย

3. กลุ่มนักรบขยะ ในส่วนของกลุ่มนักรบขยะนี้มีการจัดทำเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับขยะดังนี้

- ธนาคารขยะ ดำเนินการโดยมีคณะกรรมการดำเนินการ ด้านจัดระบบการรับฝากและคัดสรรขยะชนิดต่างๆ ซึ่งจะเปิดธนาคารทุกวันพุธ ธนาคารขยะจะเปิดโอกาสให้นักเรียนในโรงเรียนนำขยะทั้งจากบ้านและที่โรงเรียนมาขายให้ โดยทางธนาคารเป็นผู้รับซื้อและมีกระบวนการเรียนรู้ ให้กับสมาชิกที่นำขยะมาฝากคือ ให้สามารถแยกแยะขยะได้ด้วยตนเองโดยแบ่งเป็นขยะสารพิษ(อันตราย)/ขยะรีไซเคิล (กระดาษและขวดพลาสติก) ซึ่งทางคณะกรรมการจะเป็นผู้คัดกรองอีกครั้งหนึ่ง นอกเหนือจากรายได้แต่ละบุคคลที่มาจาการขายขยะแล้ว ในทุกห้องเรียนจะมีตะกร้าวางไว้หลังห้องเพื่อให้นักเรียนแต่ละห้อง นำขยะของห้องเรียนไปใส่ไว้ในตะกร้า ซึ่งจะมีพนักงานจัดเก็บไปไว้ที่จุดแลกซื้อขยะ เพื่อจะนำไปเป็นเงินส่วนรวมของห้องเรียนในการทำกิจกรรมต่างๆด้วย ในการนี้ก็จะมีการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองแกลงสมทบทุนให้ 1 กิโลกรัม/1 บาท เพื่อให้นักเรียนได้นำเงินไปทำกิจกรรมต่างๆ ต่อไป

- ผ้าป่าขยะ จะจัดขึ้นในวันสิ่งแวดล้อมโลกของทุกปี โดยจะมีการเชิญชวนให้นักเรียนนำขยะมาบริจาคที่โรงเรียน และโรงเรียนก็นำขยะไปขายเพื่อนำเงินที่ได้ไว้ทำกิจกรรมของโรงเรียน

- การแปรรูปขยะ ให้กลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ชนิดต่างๆ เช่น หมูออมสินและนำไปตกแต่งสถานที่ให้สวยงาม รวมถึงการรณรงค์ลดการใช้สารพิษและเผยแพร่ความรู้ต่างๆ

4. กลุ่มนักบุกเบิกน้อย สมาชิกอีกกลุ่มหนึ่งในโครงการ ว.ส.รักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำกิจกรรมตามนี้คือ

- กระสุนจุลินทรีย์ คือการนำดินเหนียวมาปั้นกับน้ำหมักจุลินทรีย์ให้เป็นก้อนกลมๆ คล้ายกระสุนตากแห้งใช้สำหรับนำไปโยนลงแม่น้ำประแส เพื่อให้กระสุนได้สามารถตกลงไปในก้นแม่น้ำที่มีเลนและแตกตัว เพื่อให้จุลินทรีย์ได้ขยายตัวทำให้ใต้ท้องน้ำได้รับการบำบัดมากขึ้น

- ผลิตภัณฑ์จากไขมันบำบัด เป็นการนำไขมันจากโรงอาหารของโรงเรียนมาผ่านกระบวนการคัดแยกไขมัน โดยแบ่งเป็นเกรดต่างกันและเพิ่มส่วนผสมชนิดต่างๆ เช่น โซดาไฟ/พาราฟิน ฯลฯ กลายเป็นผลิตภัณฑ์จากไขมันบำบัดเช่น แวกซ์ ขัดพื้น/เทียนไข/สบู่กรด/น้ำยาล้างมือและครีมขัดรองเท้า ซึ่งนอกจากจะเป็นกระบวนการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกรูปแบบหนึ่งด้วย


แผนภูมิกิจกรรม ว.ส.รักษ์สิ่งแวดล้อม

ขยายผลจากโรงเรียน..สู่..ชุมชน

กิจกรรมต่างๆ ของกลุ่มฯ มิได้จำกัดอยู่ในรอบรั้วโรงเรียน แต่ยังมีส่วนร่วมกับชุมชนในกิจกรรมต่างๆ อาทิ ร่วมจัดกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆ ในชุมชน เช่น วันทำบุญกลางบ้านที่ทางเทศบาลจะจัดขึ้นทุกปีหรือการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ อย่างชมรมร้านอาหารเมืองแกลง

สมชาย จริยเจริญ นายกเทศบาลตำบลเมืองแกลง เคยพูดถึงการทำงานของเด็กๆ ในกลุ่มฯ ว่า เป็นเรี่ยวแรงสำคัญที่เทศบาลขาดไม่ได้

"เมื่อมาร่วมงาน เด็กๆ จะนำความรู้ที่ได้จากโรงเรียนมาร่วมแลกเปลี่ยน เช่น การนำไขมันจากถังดักไขมันมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สบู่กรดหรือครีมขัดรองเท้า ทำให้ผู้ประกอบการงานอาหารเห็นว่าพวกของเหลือทิ้งก็มีประโยชน์ส่งผลให้พวกแม่ค้าเห็นประโยชน์ของการดักไขมัน" เห็นว่าเด็กทำจริง นายกเทศบาลฯ ก็สนับสนุนเต็มที่ ด้วยการสมทบให้โครงการนี้ในราคา 1 กิโลกรัม/1 บาท

ส่วนการจัดการขยะ เด็กๆ มีฐานความรู้ความเข้าใจเรื่องขยะมากขึ้น ทำให้ขยะของเมืองแกลงลดลงมาก

"กลุ่มทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง วัดได้จากมักจะมีการต่อยอดกิจกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ พูดได้ว่าการทำกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเด็กๆ ว.ส.รักษ์สิ่งแวดล้อมในวันนี้ สามารถช่วยงานเทศบาลและชุมชนได้เป็นอันมาก" นายกฯ ยืนยันเสียงหนักแน่น

กิจกรรมคือเครื่องมือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

กิตติกร กุลประยงค์ อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และมีตำแหน่งเป็นประธานกลุ่มว.ส.รักษ์สิ่งแวดล้อมโดยการคัดเลือกของสมาชิกเมื่อปี 2549 ได้เล่าถึงตนเองในการเข้าร่วมมาเป็นสมาชิกกลุ่มว่า ตนเองมีความสนใจด้านวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมากๆ จึงได้มาสมัครเป็นสมาชิก เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมและเห็นว่าหลายๆ กิจกรรมของกลุ่มเป็นการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไม่ว่าจะเป็น นักสืบสายน้ำ/การจัดการกับของเสีย เช่น ไขมันจากถังดักไขมันของโรงเรียนที่นำมาแปรรูป ก็เห็นได้ว่าเป็นการนำเอาความรู้ในห้องเรียน มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติการได้ ในทางกลับกัน การเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างการลงชุมชน ก็ทำให้รู้อะไรได้กว้างขึ้นด้วย

"หลังจากทำกิจกรรมก็เกิดการเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วย เช่น ทำให้มองเห็นอะไรเป็นความจริงมากขึ้น ทัศนคติในการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป เพราะการเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมทำให้รู้ว่าจะลดการใช้ทรัพยากรอย่างไรบ้าง ทำให้ต้องคิดเยอะในเรื่องการจะกระทำการสิ่งใด เพราะต้องดูว่าจะมีผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือไม่ และภูมิใจที่ได้เห็นน้องๆ และเพื่อนๆ ในกลุ่มมีใจทำงานอย่างจริงจัง งานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นงานที่ต้องอาศัยเวลาพิสูจน์ผลงาน"

ในมุมมองของอาจารย์รัชนี พรมจันทร์ อาจารย์ที่ปรึกษาผู้รับผิดชอบหน้าที่ในการดูแลและสนับสนุนกลุ่ม ว.ส. รักษ์สิ่งแวดล้อม ก็ได้สะท้อนถึงสิ่งที่รู้สึกและเห็นพฤติกรรมของสมาชิกในกลุ่ม

"เห็นเด็ก ๆ ตั้งใจและมีความพยายามมาก ในการจะร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาลงไปทำกิจกรรมในชุมชนที่จะต้องมีการพูดคุยกับชาวบ้าน เด็กบางคนไม่ค่อยกล้าพูดคุยกับผู้ใหญ่ก็จะกล้ามากขึ้น ผู้ใหญ่ในชุมชนก็เห็นความสำคัญของเด็กๆ และให้ความรู้สึกเหมือนเป็นลูกหลาน ทำให้ความสัมพันธ์ในชุมชนดีขึ้น จนถึงตอนนี้คิดว่าเด็กๆ มีความสุขที่ได้ทำงานตรงนี้ ในฐานะอาจารย์ผู้สนับสนุนก็จะคอยให้ข้อคิดและคำแนะนำกับเด็กๆ รวมทั้งพยายามชักจูงเด็กคนอื่นๆ ในโรงเรียนให้ได้มาเห็นผลงานและร่วมกิจกรรมกับกลุ่ม ว.ส. รักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะเห็นได้ชัดแล้วว่า กิจกรรมคือเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กๆ ได้จริง"

จากวันวานสู่วันนี้ แม่น้ำประแสได้กลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยความร่วมมือของหลายหน่วยงาน รวมทั้งความมุ่งมั่นของกลุ่ม ว.ส. รักษ์สิ่งแวดล้อมที่สร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ อย่างเต็มพลัง

เพราะทุกคนเชื่อว่าสายน้ำคือชีวิต และตระหนักว่า ตนคือ ผู้ปกป้อง...แม่น้ำประแส

ชื่อกลุ่มเยาวชน
:
กลุ่ม ว.ส. รักษ์สิ่งแวดล้อม โรงเรียนแกลง "วิทยสถาวร"
164 บ้านพลงช้างเผือก ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง 21110
โทร. 038 671 160 แฟกซ์.038 884 067
อีเมล์ . klaengwitt@maidoZy.com
ผู้ประสานงาน
:
อาจารย์รัชนี พรมจันทร์
จำนวนสมาชิก
:
679 คน
ลักษณะสมาชิก
:
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 6
ระยะเวลาดำเนินงาน
:
ปี 2548 - ปัจจุบัน

เกียรติประวัติ :

  • ได้รับรางวัลชนะเลิศ โครงการสร้างสิ่งแวดล้อมในหัวใจไทย กับ ปตท. เคมีคอล ปี ๒๕๕๐ (ในรายการหัวใจไทย หัวใจสิ่งแวดล้อม)
  • ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ (ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น) จากการประกวดโครงงานพลังงานจากขยะของกระทรวงพลังงาน ในหัวข้อ เทียนไขไมโครแว๊คปี ๒๕๕๐
  • ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) จากการประกวดโครงงานพลังงานจากขยะของกระทรวงพลังงาน ในหัวข้อการผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะ ปี ๒๕๕๐

กิจกรรม :

  • สำรวจคุณภาพน้ำในแม่น้ำประแสด้วยกระบวนการนักสืบสายน้ำทุก ๓ เดือน
  • ได้ฟื้นฟูป่าชายเลน เพิ่มขึ้นประมาณ ๕๐ ไร่ และพื้นที่ป่าร้อนชื้น ๙๐ ไร่
  • ผลิตน้ำหมักจุลินทรีย์ แจกจ่ายให้ผู้ที่สนใจอย่างน้อย ๕๐๐ ขวด
  • ธนาคารขยะมีการรับซื้อและขายขยะได้มากกว่าปีละ ๕,๐๐๐ บ.
  • สร้างผลิตภัณฑ์เพื่อการพึ่งตนเอง ได้จำนวน ๑๐ ชนิด
  • เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ด้านสิ่งแวดล้อม (นิทรรศการเคลื่อนที่)
  • รณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับเทศบาลตำบลเมืองแกลง ภาคเอกชนและชุมชน