ประเภทกลุ่มเยาวชน

กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์ป่าชุมชน โรงเรียนบ้านเขาชะโงก
"เมล็ดพันธุ์" คนรุ่นใหม่เพื่อการอนุรักษ์
โดย สุธิดา แสงเพชร
คณะทำงานภูมิภาค ภาคกลาง-ตะวันตก

บ้านเขาชะโงก อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ เผชิญกับปัญหาไฟไหม้ป่าแทบทุกปี ทำให้แกนนำชาวบ้าน ครู และนักเรียนในโรงเรียนบ้านเขาชะโงก ร่วมกันหาวิธีแก้ไขป้องกันโดยการจำกัดวัชพืช เพื่อมิให้ไฟไหม้ลาม และเปิดพื้นที่ให้ต้นไม้ได้เติบโตเต็มที่ มีกิจกรรปลูกป่า ทำปุ๋ยหมักชีวภาพ จุลินทรีย์ดินระเบิด ยาฆ่าหญ้าชีวภาพ เพื่อเป็นการฟื้นฟูสภาพป่า และส่งเสริมให้ชุมชนทำเกษตรปลอดสารเคมี จัดประชาสัมพันธ์เสียงตามสายเพื่อรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมการประชุมประชาคมหมู่บ้านเพื่อนำเสนอแนวคิดในการจัดการด้านสาธารณาสุข นี่คือ "เมล็ดพันธ์" คนรุ่นใหม่ที่ขึ้นมายืนแถวหน้าในการทำงานเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมในชุมชน

โรงเรียนบ้านเขาชะโงก อยู่ที่ตำบลบ้านกล้วย อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นโรงเรียนเล็กๆ อยู่ในพื้นที่ชนบท ชาวบ้านมีฐานะยากจน บ้านเรือนส่วนใหญ่มุงจาก มุงสังกะสี อาชีพทำสวน ทำไร่ เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่พื้นบ้าน มีพืชผักสวนครัวไว้กินเองภายในเขตบ้านของตน รวมทั้งแบ่งปันกันเองในหมู่บ้าน ไม่มีอะไรดึงดูดความสนใจของผู้ผ่านไปมา ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ไม่มีวัดวาอารามใหญ่

แต่ภายใต้ความเรียบง่ายและธรรมดานี้เอง กลับซุกซ่อนความงามในหัวใจของผู้คน มีการทำงานจริงจังเพื่อ ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและถ่ายทอดเจตจำนงค์ให้งานนี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จากรุ่นสู่รุ่น...

ในวันนี้ "เมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่" ของชุมชนที่ได้รับการบ่มเพาะจากรุ่นก่อน กำลังหยั่งราก เรียนรู้ตามวัยอย่างกระตือรือร้น มุ่งมั่น อดทน และเพียรพยายามตามรอยรุ่นพี่ๆ พวกเขาเป็นกลุ่มเด็กนักเรียนตัวเล็กทั้งหญิงและชาย อายุระหว่าง 11-13 ปี ในโรงเรียนบ้านเขาชะโงก

ด้วยเหตุที่บ้านเรือนในชุมชน เป็นบ้านหลังคามุงจากที่ทำจากหญ้าคาเป็นส่วนใหญ่ ในฤดูร้อนมักเกิดไฟป่าในพื้นที่ใกล้เคียงและไฟป่าก็จะลุกลามมาถึงหลังคามุงแฝกหรือหญ้าคาของชาวบ้านไปด้วยเสมอๆ สร้างความเดือดร้อนมากบ้าง น้อยบ้างตามสภาพความรุนแรงของไฟป่าในแต่ละปี ผู้ใหญ่หลายๆ ฝ่ายของชุมชนจึงหันหน้าปรึกษาหารือกัน แก้ปัญหาที่ต้นตอ และพึ่งตนเองก่อนโดยมีผู้ใหญ่บ้านและครูเป็นแกนนำในการฟื้นฟูและรักษาป่าใกล้บ้าน พร้อมกันนั้นได้รวมกลุ่มนักเรียนภายในโรงเรียนบ้านเขาชะโงกซึ่งมีชั้นเรียนสูงสุดเพียงชั้น ม.3 มีนักเรียนจำนวนน้อยในแต่ละชั้นเรียน แต่ทั้งจำนวนนักเรียนและระดับชั้นเรียนไม่ได้เป็นปัญหาและอุปสรรค ในการสร้างสรรค์กิจกรรมและการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้ใหญ่ในชุมชนและเยาวชนในโรงเรียน ถึงความจริงในวิถีชีวิต ซึ่งอาจแตกต่างจากหนังสือในห้องเรียน "กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์ป่าชุมชน" จึงได้เกิดขึ้นในโรงเรียนบ้านเขาชะโงก

ปัจจุบัน เยาวชนรุ่นก่อตั้งได้จบการศึกษาและมาประกอบอาชีพกันแล้ว แต่ยังติดพันอยู่กับกิจกรรมของเยาวชนรุ่นต่อๆ มาจนถึงปัจจุบัน และได้พัฒนากิจกรรมสร้างสรรค์ในโรงเรียน โดยให้นักเรียนไดเลือกทำกิจกรรมตามความสนใจในลักษณะของชุมนุมและกลุ่มสี 4 สี มีแผนงานกิจกรรม ที่แบ่งพื้นที่การทำงานเพื่อดูแลสภาพสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนอันเป็นพื้นที่ส่วนรวม โดยใช้ช่วงเวลาระหว่าง 07.30-08.00 น. ของทุกวันที่เปิดเรียนทำกิจกรรมตามแผนงาน อาทิ การกวาดใบไม้ใบหญ้าต่างๆ ที่ร่วงหล่นจากไม้ยืนต้นที่มีอยู่อย่างร่มรื่นหนาแน่นในบริเวณโรงเรียนโดยกวาดมากองเป็นกองปุ๋ยหมักและใช้น้ำชีวภาพ ที่ฝึกฝนหมักเองเป็นตัวช่วยย่อยปุ๋ยหมักดังกล่าว และนำมาใช้กับต้นไม้ประดับอื่นๆ ในสวนหย่อมโรงเรียนโดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี รวมทั้งการช่วยกันขุดลอกร่องน้ำรอบสนามฟุตบอล ซึ่งเด็กๆ ในโรงเรียนได้เรียนรู้ถึงหน้าที่ของตนในฐานะสมาชิกกลุ่มสี และมีความรับผิดชอบต่อพื้นที่ส่วนรวมของโรงเรียนด้วยความสามัคคี เสียสละ ได้เรียนรู้ถึงประชาธิปไตยในโรงเรียน ได้รู้จักใช้วัสดุเหลือใช้และเวลาว่างที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะกิจกรรมการอนุรักษ์ที่เชื่อมโยงทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า เข้าสู่ "วิถีชีวิตพอเพียง" ทั้งในครอบครัวและโรงเรียนเล็กๆ แห่งนี้ อย่างมีคุณค่า

เด็กๆ ได้เรียนรู้ที่จะทำหน้าที่ลูกของครอบครัวเกษตรกร ด้วยการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในครอบครัวโดยการปลูกผักปลอดสารพิษ ที่ใช้ปุ๋ยหมักและปุ๋ยน้ำชีวภาพทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี และเป็นการปลูกเพื่อกินบนที่ดินที่มีของครอบครัว เพื่อแบ่งปันกันในระหว่างบ้านใกล้เรือนเคียง และนำที่เหลือมาขายในตลาดชุมชนโดยตัวเอง เด็กๆ เฝ้าทดลองสิ่งใหม่ๆ ที่แตกต่างจากความคุ้นชินเดิม อย่างการเลี้ยงหมูหลุม ที่ดูแลความสะอาดของคอกหมูและกลิ่นขี้หมู ด้วยการใช้น้ำหมักชีวภาพกำจัดกลิ่นขี้หมู จนกลายเป็นการเลี้ยงหมูที่ไม่เหม็นขี้หมูเหมือนที่เคย รวมทั้งทดลองให้รู้ถึงอัตราการเจริญเติบโตของหมู ที่สัมพันธ์กับชนิดและประเภทของอาหารหมู มีการจดบันทึกกันเอง "คิดว่าจะทำให้รู้ว่าเลี้ยงแบบไหนจะดีกว่ากันประหยัดกว่ามากไหม ถ้าดีก็จะได้ให้ที่บ้านทำดูด้วยค่ะ" เด็กหญิงเล็กๆ หนึ่งในสมาชิกกลุ่มเยาวชนอนุรักษ์ป่าชุมชน พูดจาให้ฟังด้วยท่าทีที่เหนียมอายแต่แววตามีประกายสดใสมากนัก เป็นความขยันหมั่นเพียร และมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้เกินกว่าความรู้จากตำราในห้องเรียนมากนัก มีการปลูกป่าทั้งการปลูกเสริมป่าเดิมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น จนปัจจุบันสามารถแก้ปัญหาไฟป่าได้ ไม่มีการลุกไหม้เพราะความแห้งแล้งมาหลายปีแล้ว และปลูกเพิ่มในพื้นที่ใหม่ใกล้ชุมชนอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และเป็นไม้ใช้สอยทั้งประดู่และไผ่

เรียนรู้และสืบสานปนิธานของรุ่นพี่และผู้ใหญ่รุ่นพ่อแม่เพื่อปกป้อง รักษา และฟื้นฟู "ดิน น้ำ ป่า" ฐานทรัพยากรที่สำคัญของชุมชน ถ้า "ป่า" หมายถึงความหลากหลาย มีทั้งต้นไม้ใหญ่และต้นไม้เล็ก มีทั้งอะไรต่อมิอะไรที่ทุกอย่างเติบโตขึ้นมาอย่างเกื้อกูลเสริมเติมกันและกัน เด็กเยาวชนรุ่นนี้และเยาวชนรุ่นพี่ของโรงเรียนเขาชะโงก รวมทั้งผู้ใหญ่ผู้มุ่งมั่นสร้างสรรค์ของชุมชนแห่งนี้ ก็เปรียบเสมือนป่าในความหมายที่กล่าวถึงนี่เอง

ถ้าเยาวชนคือทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าของชาติ เป็นกำลังสำคัญของท้องถิ่น และเป็นผู้สืบทอดการพัฒนาของบ้านเมือง กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์ป่าชุมชนโรงเรียนเขาชะโงก ก็เป็นเยาวชนที่ชาวบ้านมั่นใจว่า พวกเขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจความสำคัญของสิ่งแวดล้อม สามารถรักษาและพัฒนาวิถีเกษตรกรรมดั้งเดิมของบรรพบุรุษไว้ได้ตามแนวทางความพอเพียง

พวกเขาเข้าใจ เพราะได้เริ่มต้นลงมือทำแล้ว

หมูหลุม

ย้อนหลังไปเมื่อปี 2543 นายโชคชัย สารากิจ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้การพัฒนายั่งยืนภาคเหนือ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย (ขณะนั้น)ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานการเลี้ยงหมูชีวภาพ จากสถาบันเกษตรธรรมชาติ ประเทศเกาหลี และนำมาทดลองในประเทศไทย พบว่าสามารถลดต้นทุนได้ร้อยละ 50

วิธีการนี้ อาจารย์โชคชัย เรียกมันว่า "หมูหลุม"
และนี่คือขั้นตอน ตอลดจนวิธีการเลี้ยงหมูหลุม

การเตรียมงาน

โรงเรือน : โรงเรือนหมูหลุม ปลูกสร้างด้วยวัสดุในท้องถิ่น โครงไม้ไผ่ หลังคามุงหญ้าคา ขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 5 เมตร สูง 1.8 เมตร เลี้ยงสุกรได้ 20 ตัว หรืออัตราส่วน สุกร 1 ตัว ต่อ 1 ตารางเมตร
การเตรียมพื้นคอก (หลุม) : ขุดดินพื้นคอก กว้าง 4 เมตร ยาว 5 เมตร ลึก 90 เซนติเมตร แล้วก่อกำแพงอิฐบล็อค รอบภายในหลุมทั้งสี่ด้าน
วัสดุที่ใช้ในการเตรียมพื้นคอก : แกลบ มูลโค-กระบือ รำข้าว และสารจุลินทรีย์ อี.เอ็ม.

วิธีทำ (ในแต่ละชั้น ชั้นละ 30 เซนติเมตร)

  1. ใส่แกลบให้ได้ความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร
  2. ใส่มูลโค-กระบือ 8 ถุงปุ๋ย และ รำข้าว 8 ถุงปุ๋ย (192 กิโลกรัม) ให้ทั่ว
  3. ผสมสารจุลินทรีย์ อี.เอ็ม. ขนาด 2 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำ 10 ลิตร รดให้ทั่วพอชุ่ม
    ชั้นต่อไปทำเหมือนเดิมจนครบ 3 ชั้น แล้วทิ้งไว้ 7 วัน จึงนำสุกรลงเลี้ยง

พันธุ์สุกร
เป็นลูกสุกร 3 สายเลือด หย่านมแล้ว อายุประมาณ 1 เดือน

อาหารและวิธีการเลี้ยง

การเลี้ยงในระยะ 1 เดือนแรก : ใช้อาหารสำเร็จรูปชนิดเม็ด ผสมกับรำข้าว ในอัตราส่วน อาหาร 1 ส่วน รำ 3 ส่วน ให้กินเป็นเวลา เช้า กลางวัน เย็น โดยอัตราส่วนนี้ ให้อยู่ในระยะ 15 วันแรก หลังจากนั้นลดอาหารสำเร็จรูปลง จนถึงครบ 1 เดือน และงดใช้อาหารสำเร็จรูป

การเลี้ยงระยะเดือนที่ 2 จนถึงจำหน่าย : งดการให้อาหารเม็ดสำเร็จรูป ใช้เฉพาะรำข้าวผสมกับน้ำปลาร้าต้ม และเศษพืชผักเป็นอาหารเสริม โดยระยะการเลี้ยงนับแต่วันที่เริ่มนำสุกรลงเลี้ยงจนถึงจำหน่าย ใช้ระยะเวลาประมาณ 4 เดือน-5 เดือน จะได้น้ำหนักประมาณ ตัวละ 80-100 กิโลกรัม

ชื่อกลุ่มเยาวชน
:
กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์ป่าชุมชน โรงเรียนบ้านเขาชะโงก
ที่อยู่ :
:
13 หมู่ 4 ต.บ้านกล้วย อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ 67190
โทร. 089 272 0681
ผู้ประสานงาน
:
นายเครือพันธ์ บุญจันทร์ (ที่ปรึกษากลุ่ม)
165 หมู่ 4 ต.บ้านกล้วย อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ 67190
โทร. 089 272 0681
จำนวนสมาชิก
:
สมาชิกกลุ่ม 60 คน (แกนนำ 11 คน)

กิจกรรม

  • ดูแลป่า ปลูกป่า
  • ทำปุ๋ยหมักชีวภาพ จุลินทรีย์ดินระเบิด ยาฆ่าหญ้าชีวภาพ
  • การเพิ่มรายได้จากการเลี้ยงหมูหลุม การปลูกผักปลอดสารพิษ
  • กิจกรรมเสียงตามสาย เพื่อรณรงค์ให้ชาวบ้านช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
  • ร่วมประชุมประชาคมหมู่บ้าน นำเสนอแนวคิดในการอนุรักษ์