ประเภทงานเขียน

"สวนดูซน" วิถีมุสลิมในมรสุมการเปลี่ยนแปลง
โดย สุพัตรา ศรีปัจฉิม
เผยแพร่ในหนังสือ "เมื่อปลาจะกินดาว 6" : รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อม 11 เรื่อง ในรอบปี 2549 โดย ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์คนร้ายบุกเข้าปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ 4 อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส สถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความขัดแย้งที่ถูกสร้างขึ้นจากกลุ่มคนเล็กๆ ที่ไม่ปรารถนาดีต่อผืนแผ่นดินและต่อชีวิตของคนไทยด้วยกันเอง ในอีกมุมหนึ่งของพื้นที่ที่ถูกระบุว่าเป็น "พื้นที่สีแดง" แห่งนี้ ชาวบ้านซึ่งเป็นชาวไทยมุสลิมท้องถิ่น ยังคงประกอบสัมมาอาชีพและปฏิบัติตามแนวทางของพระศาสดาอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักความพอเพียง ไม่โลภ ไม่กอบโกย และการอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข

ดังนั้นการดำเนินชีวิตของชาวมุสลิมตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอนจึงยึดเหนี่ยวอยู่กับหลักศาสนาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งยึดโยงกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวในลักษณะพึ่งพิงและสมดุล

ดือราแม ดาราแม ปราชญ์ชาวบ้านแห่งอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เล่าว่า ตามหลักศาสนาอิสลาม สอนให้คนมีความพอเพียงในการดำรงชีวิต อันเป็นการเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม พร้อมกับยกตัวอย่างว่าตามหลักศาสนา อัลลอฮอนุญาตให้บริโภคสัตว์ได้บางชนิด ส่วนบางชนิดไม่อนุญาตให้นำมารับประทาน เพราะจะส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อม และในที่สุดก็จะมีผลกระทบต่อมนุษย์

"คนมุสลิมไม่กินงูและหนู เพราะหนูเป็นอาหารของงู ถ้าเรากินงูจนหมดหนูจะระบาดมากขึ้น เพราะไม่มีงูมากำจัด จากนั้นหนูจะเข้ามาระบาดในนาข้าวทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน"

วิถีชีวิตของชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเป็นการใช้ชีวิตพอเพียงตามแนวทางของศาสนา คือเน้นการประกอบอาชีพตามแหล่งทรัพยากรในท้องถิ่นที่อยู่ เช่น การทำประมงแบบดั้งเดิม การพึ่งป่าปรุที่เปรียบเสมือนซูเปอร์มาเก็ตของชาวบ้าน และที่สำคัญคือ การทำสวนในลักษณะการพึ่งพาและดูแลป่าไม้ไปพร้อมๆ กันเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ที่เรียกกันว่า "สวนดูซน"

การทำสวนดูซนเป็นระบบการทำเกษตรที่พบเฉพาะแถบเทือกเขาบูโด และเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษนานกว่า 300 ปี

มะดามิง อารียู ชาวบ้านเกะรอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา อธิบายว่า "สวนดูซน" เป็นคำเรียกในภาษามลายู แต่หากเรียกตามหลักวิชาการ ก็คือ "วนเกษตร" นั่นเอง หัวใจหลักของสวนดูซน คือการปลูกพืชพันธ์หลากหลายชนิดบนพื้นที่เดียวกันเพื่อตอบสนองความต้องการของชาวบ้าน ทั้งไม้ผลที่ใช้เป็นอาหาร และไม้ใช้สอยที่ใช้ประโยชน์สารพัดในครัวเรือน โดยการทำสวนของชาวบ้านจะต้องคงสภาพป่าไว้เช่นกัน กล่าวคือไม่ตัดต้นไม้ขนาดใหญ่

จุดเด่นอีกอย่างของสวนดูซนที่แตกต่างจากสวนอื่นๆ คือ สวนดูซนไม่เป็นเพียงแหล่งทำมาหากินของชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นสายใยร้อยรัดคนในตระกูล คือทุกคนมีจิตสำนึกที่จะเป็นเจ้าของสวนร่วมกัน ทำให้เกิดความสัมพันธ์แน่นแฟ้นในระบบเครือญาติ เพราะทุกคนต้องอาศัยพึ่งพาซึ่งกันและกัน ต่างจากพื้นที่อื่นเมื่อมีการแบ่งมรดกเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล ความสัมพันธ์ฉันท์เครือญาติก็แทบจะล่มสลาย

การทำสวนดูซนยังมีฤดูของการแบ่งปัน เมื่อเจ้าของสวนเก็บเกี่ยวผลผลิตมาได้ หรือที่เรียกว่าการทำบุญผลผลิตจากสวนดูซน ด้วยการสวดขอพรเพื่อแสดงความเคารพต่ออัลลอฮที่ประทานทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์แก่มนุษย์ และเพื่อระลึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษที่ปลูกสวนดูซนไว้ให้สืบทอดกันมา

อย่างไรก็ตาม สวนดูซนในภาวะปัจจุบันกลับถูกคุกคามจากการสนับสนุนให้ปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น การทำสวนยางพารา หรือปลูกลองกองมากขึ้น นอกจากนั้นยังมีข้อพิพาทกับอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไงปาดี เนื่องจากพื้นที่สวนดูซนสวนใหญ่อยู่ในแนวเทือกเขาบูโดและถูกอุทยานฯ ประกาศพื้นที่ทับที่ทำกินของชาวบ้าน

ในสถานการณ์ที่เกิดความรุนแรงทางสังคมและกำลังหยั่งรากลึกลงไปในจิตใจของคนท้องถิ่น ปัญหาอุทยานฯ ทับที่ดินทำกิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการทำสวนดูซนที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ต่อทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น และต่อพื้นที่ทางศาสนาของชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าจะหาทางออกให้คนทำมาหากินในสวนดูซนและอยู่กับป่าอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

บนความพอใจและวิถีวัฒนธรรมของชาวบ้าน กับหลักการของภาครัฐ

ชื่อ - นามสกุล
:
นางสาวสุพัตรา ศรีปัจฉิม
ที่อยู่
:
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย 16/151 เมืองทองธานี ถ. บอนด์สตรีท ต. บางพูด อ. ปากเกร็ด
จ. นนทบุรี 11120
โทร. 081 750 4450
อายุ
:
32 ปี
การศึกษา
:
ปริญญาตรีศิลปศาสตร์บัณฑิต คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ประสบการณ์   - ร่วมอบรมทำข่าวสิ่งแวดล้อมเชิงสืบสวน จัดโดยชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
- วิทยากรอบรมการทำข่าวสิ่งแวดล้อม ให้กับนักศึกษาชมรมอนุรักษ์ราม มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
- วิทยากรอบรมการทำข่าววิทยุ ให้กับผู้สื่อข่าวสปป. ลาว ณ เมืองปากซัน สปป. ลาว
- วิทยากรอบรมการทำข่าววิทยุและข่าวสิ่งแวดล้อมเชิงสืบสวน ให้กับนักศึกษาฝึกปฏิบัติทำข่าวสิ่งแวดล้อม "พิราบเขียว รุ่น 1-2" จัดโดยชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม
- นักเขียนหนังสือชุดข่าวเจาะ "เรื่องขยะอิเล็กทรอนิกส์"
- นักเขียนหนังสือเมื่อปลาจะกินดาวเล่ม 4 "เรื่องความจริงหลังคำพิพากษา ของผู้ลี้ภัยใต้ร่มป่า" หนังสือเมื่อปลาจะกินดาว 5 "เรื่องงานวิจัยไทบ้าน อาวุธทรงพลังของคนชายขอบ" และเล่ม 6 ประจำปี 2549 "เรื่องสวนดูซน วิถีมุสลิมในมรสุมการเปลี่ยนแปลง"
- กรรมการชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม
การทำงาน   ในระหว่างการศึกษาจนกระทั่งจบการศึกษาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537-2547
พ.ศ. 2539-2541   ครูประจำการโรงเรียนอนุบาลสุพิชญา กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. 2541-2543   ครูประจำการศูนย์พัฒนาเด็กค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก
พ.ศ. 2544-2546   ผู้สื่อข่าวสายสิ่งแวดล้อม ศูนย์ข่าวแปซิฟิค บริษัทแปซิฟิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด
พ.ศ. 2546-2550   กองบรรณาธิการ นิตยสารโลกสีเขียว มูลนิธิโลกสีเขียว กรุงเทพฯ
พ.ศ. 2548-มีนาคม 2550   โปรดิวเซอร์ และผู้ดำเนินรายการ รายการ "เพื่อโลก...เพื่อเรา" ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 92.5 MHz. ทุกวันเสาร์ เวลา 15.00-16.00 น.
เมษายน 2550-ปัจจุบัน   ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการนักธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย (TBCSD) สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย