ประเภทงานเขียน

วรรณกรรมเยาวชน "พ่อนายกฯ สายไหม บ้านหนองฮี"
โดย สมคิด สิงสง
สำนักพิมพ์ : บริษัท ชนนิยม จำกัด

"พ่อบุญเติม" เป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองฮี ครอบครัวพ่อบุญเติมน้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน "แม่สายบัว" เมียพ่อบุญเติมมีร้านค้าย่อยในหมู่บ้าน ส่วนพ่อบุญเติมทำเกษตรครัวเรือนในเนื้อที่เล็กๆ หลังบ้าน นอกจากเก็บผลผลิตกินในครัวเรือนแล้ว ที่เหลือยังได้เผื่อแผ่แก่เพื่อนบ้านเป็นการสร้างทานบารมี และสาธิตเรื่องการใช้ทรัพยากรดิน น้ำ อย่างคุ้มค่า สมประโยชน์ ลดรายจ่าย สร้างรายได้เสริมให้แก่ครัวเรือนได้อีกทางหนึ่งด้วย

"สายไหม" เป็นลูกสาวคนสุดท้องของพ่อบุญเติมแม่สายบัว เธอมีพี่ชายสองคน ตอนที่สายไหมเรียนจบหลักสูตรประถมศึกษา พี่ต้นเรียนจบ ปวส. ได้งานทำในเมือง เป็นพนักงานเทศบาล และพี่ไผ่ได้อาศัยพี่ต้นไปเรียนหนังสือในเมืองอีกคน ต่อมาเมื่อเรียนจบได้ทำงานเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นเช่นเดียวกับพี่ต้น

ส่วนสายไหม พ่อให้เรียนต่อในโรงเรียนมัธยมประจำตำบลหนองฮี เธอเป็นประธานชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของโรงเรียน พวกเธอพากันผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากใบไม้และวัสดุท้องถิ่น และจัดตั้งธนาคารขยะเพื่อจัดการกับปริมาณขยะในชุมชนหมู่บ้านของพวกเธอ

นอกจากเป็นผู้บริหารท้องถิ่นแล้ว พ่อบุญเติมยังได้รวมกลุ่มชาวบ้าน จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันเรื่องเกษตรอินทรีย์และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต่อมากลายเป็นมูลนิธิเติมบุญทดแทนคุณแผ่นดิน ชมรมของสายไหมผลิตปุ๋ยอินทรีย์จำหน่ายให้กลุ่มเกษตรอินทรีย์ของพ่อด้วย พร้อมกันนั้นกลุ่มของสายไหมยังเป็นกำลังสำคัญได้ช่วยงานมูลนิธิของพ่อในวันหยุดสุดสัปดาห์ เมื่อพ่อมีกิจกรรมกลุ่มเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

ต่างจากวีนัส หลานสาวอดีตกำนันที่เป็นคู่แข่งทางการเมืองในท้องถิ่นของกลุ่มพ่อบุญเติม เธอเป็นคนหยิบโหย่ง รังเกียจการใช้แรงงาน รังเกียจท้องถิ่น และชอบดูหมิ่นเพื่อนๆ ที่มีฐานะต่ำกว่า วีนัสได้เงินไปโรงเรียนมากกว่าเพื่อนๆ แต่ไม่เข้าใจเรื่องการออมวันละบาทที่พวกสายไหมถือปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนชั้นประถม

บัญชา ปลัด อบต.หนองฮีได้ซึมซับรับรู้แนวความคิดของพ่อนายกฯ บุญเติม ทำให้ อบต.หนองฮีมีการบริหารในแนวทางธรรมาภิบาล จึงไม่เคยมีประวัติในเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวงเหมือนบาง อบต.ที่มักมีข่าวเสื่อมเสียมาถึงวงการส่วนท้องถิ่นเสมอ

พนักงาน อบต.หนองฮี ส่วนใหญ่อยู่ในวัยหนุ่มสาว ทั้งปลัดบัญชาและพี่วรรณาที่เป็นหัวหน้าส่วนการคลังยังเป็นโสดด้วยกันทั้งคู่ และต่างมีใจมั่นหมายที่จะสร้างครอบครัวร่วมกันหลังจากพี่วรรณาเรียนจบหลักสูตรปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยเปิด ส่วนช่างไก่ผู้เป็นหัวหน้าส่วนโยธา ทั้งๆ ที่มีครอบครัวแล้วยังชอบทำตัวเป็นเจ้าชู้ไก่แจ้กับสาวๆ ในสำนักงาน

เมื่อพ่อนายกฯ บุญเติมจัดตั้งมูลนิธิเติมบุญทดแทนคุณแผ่นดิน ปลัดบัญชาอาสามาช่วยเป็นผู้จัดการมูลนิธิ และเสนอให้พ่อนายกฯ อบต.หนองฮี ตั้งงบประมาณอุดหนุนเป็นทุนการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเพื่อส่งเสริมเยาวชนในท้องถิ่นที่เรียนดี มีความประพฤติอยู่ในกรอบแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งจะเป็นการตระเตรียมบุคลากรไว้รองรับงานของท้องถิ่นด้วย

เมื่อเรียนจบ ม.6 เพื่อนๆ ในกลุ่มสายไหมได้รับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีของ อบต.หลายคน ส่วนสายไหม พ่อนายกฯ ให้ถอนตัว ด้วยเกรงจะเป็นที่ครหาของอีกฝ่ายหนึ่ง และพ่อนายกฯ ได้เตรียมเก็บออมเงินทุนเพื่อการศึกษาไว้ให้ลูกสาวของท่านจนเพียงพอแล้ว เพราะพ่อบุญเติมมีรายได้จากสวนเกษตรครัวเรือนอยู่เป็นประจำ

เด็กๆ ที่ได้ทุนการศึกษาของ อบต. ตัดสินใจลงทะเบียนเรียน มสธ.ตามอย่างพี่วรรณาหัวหน้าส่วนการคลัง เพื่อจะได้อยู่ช่วยงานมูลนิธิของพ่อนายกฯ ส่วนวีนัสหลานสาวอดีตกำนัน หลังจบ ม.6 แล้วถูกส่งไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยเอกชนในกรุงเทพฯ ปีหนึ่งๆ ใช้เงินหลายแสนบาท ขณะที่กลุ่มของสายไหมพากันเรียนผ่านสื่อทางไกลและสื่ออินเตอร์เน็ต พร้อมกับเดินท่อมๆ อยู่ตามหัวไร่ปลายนาในฐานะอาสาสมัครของมูลนิธิเติมบุญฯ ซึ่งกำลังบุกเบิกโครงการข้าวอินทรีย์ และเกษตรอินทรีย์แขนงต่างๆ

ต่อมาเมื่อสิ้นวาระ พ่อนายกฯ บุญเติมวางมือจากการเป็นผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นหลังได้แสดงความสามารถ และตัวเองจะได้มีโอกาสทำงานของมูลนิธิได้อย่างเต็มกำลัง

งานส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรอินทรีย์ดำเนินไปอย่างราบรื่น กิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกันของมูลนิธิฯ ก็ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ขยายจำนวนครัวเรือนสมาชิกออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง และพวกเด็กๆ พากันเรียนจบหลักสูตรภายในระยะเวลาที่กำหนด เตรียมรับพระราชทานปริญญาบัตร ขณะที่ปลัดบัญชากับคู่รักก็ถึงเวลาได้แจกซองสีชมพู

ชื่อ - นามสกุล
:
นายสมคิด สิงสง
ที่อยู่
:
1/1 หมู่ 5 บ้านซับแดง ต.ซับสมบูรณ์ กิ่งอำเภอโคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น 40160
โทร. 089 529 5204 โทรสาร. 02 552 4070
E-mail : somkistsingsong@hotmail.com
การศึกษา
:
มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม

การทำงาน
ชีวิตหันเหเข้าสู่วงการวิชาชีพการเขียนหนังสือ เมื่อต้องทำงานหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนหนังสือที่แผนกอิสระวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน (ภาคค่ำ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2512 พร้อมกับทำงานหนังสือพิมพ์ไปด้วย

ชีวิตนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยสิ้นสุดลงเมื่อเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เมื่อนิสิตนักศึกษาและประชาชนเรือนแสนเรือนล้านลงสู่ถนนราชดำเนิน ขับไล่รัฐบาลถนอม-ประภาส และเขาเป็นผู้หนึ่งในขบวนผู้นำนักศึกษาในเวลานั้น

จากนั้นจึงหันหลังให้มหาวิทยาลัย แล้วเดินทางกลับสู่บ้านเกิด นำพาชาวบ้านเคลื่อนไหวต่อสู้ เพื่อสิ่งที่ถูกต้องเป็นธรรม จนในที่สุดก็กลายเป็นปฏิปักษ์กับอำนาจรัฐในขณะนั้น จนต้องหลบลี้หนีภัยไปพำนักอยู่ต่างประเทศระยะหนึ่ง

เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองสงบลงจึงเดินทางกลับสู่มาตุภูมิอีกครั้ง และลงสมัครรับเลือกตั้งหลายครั้ง โชคดีที่ไม่ประสบผลสำเร็จ ขณะที่เพื่อนมิตรหลายคนโชคร้าย ได้นั่งเก้าอี้เสนาบดี บริหารบ้านเมืองในระดับชาติ ส่วนเขาผันตัวเองเข้าเป็นผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นระดับล่างสุด โดยผ่านระบบการเลือกตั้ง (ขณะนี้สิ้นวาระการดำรงตำแหน่งแล้ว) และยืนหยัดอยู่กับผู้คนชนชั้นล่างอยู่จนถึงเวลานี้

เพื่อนพ้องน้องพี่วงการต่างๆ ร่วมกันจัดงานแสดงมุทิตาจิตแก่เขาในโอกาส กึ่งศตวรรษ "สมคิด สิงสง" และ รำลึก 27 ปีเพลง "คนกับควาย" เมื่อเดือนตุลาคม 2543 และจัดกันเป็นประเพณีสืบต่อมาทุกวันที่ 27 ตุลาคมของทุกปี
สำหรับปีนี้ 27 ตุลาคม 2550 วันคล้ายวันเกิดครบรอบ 57 ปี จะมีงานเลี้ยงสังสรรค์ที่ซับแดง เพื่อระดมทุนสมทบ "กองทุนลุ่มน้ำสาขาห้วยสามหมอ"