ประเภทงานเขียน

สารคดี "แก่งคอย : ผู้คน สายน้ำ ขุนเขา ใต้เงาหมอกควัน"
โดย สุเจน กรรพฤทธิ์
เผยแพร่ใน : นิตยสารสารคดี ฉบับเดือนเมษายน 2550


"แก่งคอย" เป็นอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี ซึ่งเมื่อ 50 ปีก่อนมีธรรมชาติอันงดงามและมีสภาพแวดล้อม ที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยมากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย ด้วยลักษณะทางกายภาพของตัวอำเภอ ที่มีแม่น้ำป่าสักไหลผ่านจากทิศเหนือไปสู่ทิศตะวันตก มีขุนเขาโอบล้อมถึง 3 ด้าน และมีอาณาเขตติดต่อกับป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างป่าดงพญาเย็น

ปัจจุบันแก่งคอยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หลังจากสายลมแห่งการพัฒนาพัดโหม ภูเขาหินปูนเกือบทุกลูกในอำเภอแห่งนี้ถูกระเบิด เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ โรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มจำนวนมากขึ้นถึง 197 แห่ง (ข้อมูลปี 2550) จนในที่สุด จากเดิมที่เป็นที่รู้จักกันในนามสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อแก่การอยู่อาศัยมากที่สุด ก็กลายเป็นสถานที่ที่ทุกคนรู้จักในนาม "ฐานผลิตอุตสาหกรรม" ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ

หากแต่ฉายาใหม่ที่อำเภอแห่งนี้ได้มา มันแฝงไปด้วยมลภาวะในดิน น้ำ อากาศ และชะตากรรมของผู้คนจำนวนมากที่ต้องเผชิญกับสภาวะแวดล้อมที่แย่ลงโดยไม่สามารถที่จะไปร้องเรียนกับใครได้ เพราะถูกเลือกแล้วว่าต้อง "เสียสละ" เพื่อเศรษฐกิจของชาติจะได้ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง

สารคดีเรื่องนี้จะพาย้อนวันเวลากลับไปยังช่วงที่แก่งคอยยังคงมีสภาพแวดล้อมอันบริสุทธิ์ ในบทที่ 1 "วันวานของแก่งคอย" แล้วพาไปดูต้นกำเนิดของมลภาวะอันเนื่องมาจากการพัฒนาในบทที่ 2 "จากโรงปูนสู่สารพัดโรงงาน เพื่อนบ้านที่ไม่ได้รับเชิญ" ก่อนจะนำเข้าสู่ความจริงที่เกิดขึ้นกับผู้คนอันเนื่องจากการเข้ามาของบรรดาโรงงานทั้งหลายในบทที่ 3 "หิมะตกที่สองคอนเมื่อโรงเรียนต้องย้ายหนีโรงงาน" บทที่ 4 "โรงไฟฟ้าปริศนาจากบ่อนอก" และบทที่ 5 "ท่อก๊าซและเสาไฟฟ้า" ก่อนจะเข้าบทสรุปในบทที่ 6 "วันนี้ที่แก่งคอย"

ทั้งหมดนี้คือสถานการณ์ล่าสุดของอำเภอแก่งคอยเมื่อต้นปี 2550 ที่สื่อกระแสหลักทั้งหลายพร้อมใจกันไม่ยอมนำเสนอให้ประชาชาชนรับทราบแต่อย่างใด

ชื่อ - นามสกุล
:
นายสุเจน กรรพฤทธิ์
ที่อยู่
:
28-30 ถนนปรินายก ต.บ้านพานถม อ.พระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทร. 02 282 7003, 089 798 9104
E-mail : helveglino@hotmail.com
อาย
:
25 ปี
การศึกษา
:
ปริญญาตรีศิลปศาสตร์บัณฑิต (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

การทำงาน
เกิดที่กรุงเทพมหานคร เติบโตช่วงหนึ่งที่สุพรรณบุรี ก่อนกลับมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ จนจบมัธยมปลายที่โรงเรียนราชวินิต มัธยม จากนั้นเข้าเรียนเป็นนักศึกษารุ่นแรกของโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เรียนจบปริญญาตรีศิลปศาสตร์บัณฑิต (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา) ในยุคแห่งความขัดแย้งว่าด้วยการย้ายมหาวิทยาลัยจากท่าพระจันทร์สู่รังสิต

ขณะเรียน เคยดำรงตำแหน่งประธานชุมนุมวรรณศิลป์ มธ. อันเป็นเหตุให้โดดเรียนไปทำค่ายอยู่บ่อยครั้งและมีโอกาสเห็นชีวิตผู้คนในพื้นที่ชนบทของประเทศ จนเกิดความรู้สึกอยากถ่ายทอดเรื่องราวออกมาทางงานเขียน ซึ่งต่อมาความรู้สึกเหล่านั้นได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้หันมาสนใจเขียนสารคดีเมื่อมีโอกาสพบกับคุณธีรภาพ โลหิตกุล อาจารย์ทางด้านงานเขียนคนแรก

เริ่มงานในวงการหนังสือครั้งแรกโดยประจำกองบรรณาธิการ นิตยสาร ADVANCED THAILAND GEOGRAPHIC อยู่ 6 เดือน

จากนั้นย้ายไปเริ่มอาชีพนักข่าวที่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน เซกชั่นปริทรรศน์ อยู่เกือบ 1 ปี ที่นี่ทำให้เจ้าตัวได้ตระหนักถึงพลังของงานสารคดีเมื่อสารคดีเรื่อง ตำนานคนขายถั่วแห่งรั้วท่าพระจันทร์ สามารถช่วยเหลือบังขายถั่วคนหนึ่งที่ชอบเอาถั่วปาหัวในสมัยเรียนให้ไม่โดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัยได้

กระทั่งปลายปี 2548 เข้าทำงานประจำกองบรรณาธิการนิตยสาร สารคดี จนถึงปัจจุบัน

ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ : "จากวังจันทน์สู่เวียงแหง ตามรอยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นอกกรอบประวัติศาสตร์ชาตินิยม (2550)" สารคดีเชิงประวัติศาสตร์สนทนาเกี่ยวกับเรื่องราวของมหาราชที่คนไทยรู้จักมากที่สุด