ประเภทบุคคล

สายชล พวงพิกุล
สร้าง "แนวร่วม" เพื่อรวมพลัง
โดย สุภาภรณ์ วรพรพรรณ
คณะทำงานส่วนกลาง

"สายชล พวงพิกุล" ผู้นำสตรีที่มีบทบาทในการก่อตั้งกลุ่มงานอาชีพ รวมกลุ่มทำกิจกรรมงานพัฒนาชุมชนมากมายใน เริ่มงานอนุรักษ์ป่าเขาราวเทียนทอง และนำมาสู่การจัดการความมั่นคงทางอาหารท้องถิ่น ทำให้ป่าชุมชนกลายเป็นแหล่งสร้างรายได้เสริม เป็นห้องเรียนของชุมชน และนำไปสู่การจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นเรื่องการอนุรักษ์ป่าในโรงเรียน 10 แห่ง ผลงานที่ทำมาตลอดในช่วง 20 ปี ก่อให้เกิดความเชื่อมั่น จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นประธานเครือข่ายป่าชุมชนระดับภาคกลางตอนบน

นางสายชล พวงพิกุล พื้นเพเป็นชาวอำเภอหันคา ต่อมา ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่บ้านเขาราวเทียนทอง ตำบลเนินขาม กิ่งอำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท แต่งงานมีบุตร 2 คน ชีวิตเรียบๆ ที่เคยเป็นแม่บ้านต้องเปลี่ยนไปเมื่อสามีเสียชีวิต ในฐานะหัวหน้าครอบครัว นางสายชล เริ่มต้นทำงานตั้งแต่ขายอาหาร เป็นช่างทำผม ในปี 2530 เธอได้สัมปทานเดินรถประจำทางสายหันคา-เขาราวเทียนทอง และด้วยนิสัยโอบอ้อมอารี หลายครั้งที่รถเมล์สายนี้รับอาสาพาชาวบ้านไปติดต่อราชการโดยไม่คิดค่าโดยสาร

ด้วยบุคลิกผู้นำ ทำให้นางสายชลกลายเป็นประธานกลุ่มแม่บ้านต่างๆ ในชุมชน ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่ากลุ่มแม่บ้านก็คือกระเป๋าเงินของครอบครัว และหน้าที่การหาผลิตผลจากป่ามาแปรรูปเพื่อสร้างรายได้ ก็มักจะไม่พ้นผู้หญิง อย่างการหาหน่อไม้ในป่ามาทำหน่อไม้ปี๊บ เธอตระหนักว่าถ้าปล่อยให้เก็บหน่อไม้จากป่าโดยไม่มีกฎเกณฑ์ และไม่มีการดูแลรักษา ก็คือการทำลายแหล่งอาหารถาวรของชุมชน

ปี 2534 นางสายชลได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้นำสตรีคนแรกของหมู่บ้านนับตั้งแต่มีการตั้งหมู่บ้านมา ก่อนหน้านี้ บ้านเขาราวเทียนทองมีคดีอาชญากรรมบ่อยครั้ง จนพูดกันว่า ป่าเขาราวเทียนทองเป็นพื้นที่อันตราย เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ลักษณะเป็นป่าทึบ เอื้อต่อการหลบหนีและซ่อนตัวของผู้กระทำผิด ผู้ใหญ่สายชลก็ร่วมมือกับตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสอดส่องดูแลอย่างเข้มงวด

ปัญหาการเข้าไปเก็บหาของป่าและเอาประโยชน์จากป่าโดยไม่มีมาตรการรักษา ทำให้พื้นที่ป่าถูกบุกรุกทำไร่และที่อยู่ ป่าไม้ถูกทำลายเพื่อเผาถ่านอย่างไม่มีการกำหนดจำนวนที่เหมาะสม ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมาจำนวนไม้ใหญ่ในป่าเขาราวเทียนทองลดลงอย่างน่าใจหาย

"ถ้าเราใช้กันอย่างเดียวโดยไม่มีการให้กลับคืนบ้าง ในอนาคต คงไม่มีของให้ใช้ให้กินอีก ทุกวันนี้มีแต่คนใช้ประโยชน์ ทั้งคนในหมู่บ้าน คนนอกหมู่บ้าน คนต่างอำเภอ คนต่างจังหวัด มองดูแล้วไม่ใช่เป็นการร่วมใช้ประโยชน์ แต่เป็นการร่วมกันทำลาย" ผู้นำหญิงวัย 56 ปี ให้เหตุผล

และยังอีกมีหลายวิธีที่ทำให้ป่าเสื่อมโทรม ไม่ว่าจะเป็นการจุดไฟในป่าเพื่อดักไก่ป่า การหาของป่าอย่างไม่เหมาะสม จึงได้มีการจัดเวรยามเฝ้าระวังไฟป่า

ผู้ใหญ่สายชลเริ่มวางแผนงานรักษาป่าและสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ป่าเขตเขาราวเทียนทอง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ทั้งเห็ดโคน หน่อไม้ไผ่รวก น้ำผึ้งป่า สมุนไพร และของป่านานาชนิด แต่กิจกรรมก็ยังไม่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เพราะปัญหาเฉพาะหน้าที่ควรแก้ไขก่อน คือปัญหาไฟป่า ผู้ใหญ่สายชล ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดชัยนาท และได้รับคำแนะนำจาก ดร.ประทีป วีระพัฒนนิรันดร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ ว่าควรพัฒนาโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุนชุมชน ธนาคารออมสิน ผู้ใหญ่สายชลจึงได้เรียกประชุมหมู่บ้าน เพื่อหาแนวร่วมในการทำงานและเป็นเวทีสร้างความเข้าใจให้กับทุกๆ คนในชุมชน ให้เข้าใจถึงความสำคัญของป่า มีการประชุมร่วมกันหลายครั้ง มีการร่วมมือกันดับไฟป่า ทางกรมป่าไม้ เห็นว่าชุมชนทำงานจริงจัง จึงเข้ามาช่วยฝึกอบรมการดับไฟป่าให้กับชาวบ้าน

ประเด็นร้อนที่เข้ามาพิสูจน์พลังชาวบ้านว่า "พร้อมจริง" คือการคัดค้านธุรกิจขุดดินลูกรังบนภูเขาของนักการเมืองรายหนึ่ง ธุรกิจนี้ทำให้เกิดการรุกป่า ชาวบ้านเกิดการตื่นตัวจากเรื่องนี้ และนำมาสู่การตั้งกฎระเบียบต่างๆ เพื่อดูแลรักษาป่าเขาราวเทียนทอง การผลักดันธุรกิจลูกรังประสบความสำเร็จ และส่งผลให้งานรักษาป่าขยายผลเรื่อยมา จนกระทั่งปี 2542 พื้นที่ป่ากว่า 20,000 ไร่ แห่งนี้ก็กลายเป็น "ป่าชุมชนเขาราวเทียนทอง" มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชาวบ้าน การแบ่งงานรักษาป่าเป็นคุ้มบ้าน ในหน้าแล้งทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่า จัดเวรยามเฝ้าระวังไฟป่า

แต่งานดูแลป่าจริงๆ กลับมีจุดเริ่มต้นจาก "ผู้หญิง"

"ปี 2540 กลุ่มแม่บ้านที่ตกงานจากกรุงเทพฯ เดินทางกลับภูมิลำเนา เข้ามาหาดิฉัน บอกว่า...ผู้ใหญ่...ช่วยหางานให้ทำที ดิฉันจึงได้แนะนำให้ไปหารายชื่อสมาชิกมาเพื่อจัดตั้งกลุ่มแม่บ้านเขาราวเทียนทอง ไม่เกิน 2 วัน คุณดวงกมล นุ่มดี และคุณสศินัน มณีวงศ์ ก็ส่งรายชื่อมาให้"

หลังจากนั้น ผู้ใหญ่สายชล ก็นำรายชื่อไปเสนอเกษตรอำเภอ ใช้เวลาประมาณ 2 เดือนเศษ ก็ได้รับหนังสือแจ้งให้กลุ่มฯ ไปประชุมที่สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท และทำโครงการเสนอเพื่อของบประมาณสำหรับแปรรูปอาหาร เช่น ให้แปรรูปหน่อไม้ และอีกกลุ่มเป็นกลุ่มตัดเย็บ เมื่อได้รับงบประมาณสนับสนุน ผู้ใหญ่สายชลก็ "ตีกลอง" ประชุม

"พ่อบ้านก็มาฟังด้วย เราก็เลยจัดตั้งกลุ่มพ่อบ้านขึ้นมาดูแลรักษาป่าซึ่งเป็นวัตถุดิบ เช่น หน่อไม้ น้ำผึ้ง ส่วนกล่าแม่บ้านก็ทำเรื่องการแปรรูป แต่ต้องมีการดูแลเรื่องเวลาการเข้าไปหน่อไม้"

นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปิด-ปิดป่า เป็นระยะเวลาที่เหมาะสม ผู้ใหญ่สายชล นำแนวคิดนี้ไปปรึกษากับ ดร.ประทีป ท่านให้คำแนะนำว่า แทนที่จะทำงานในรูปกลุ่มแม่บ้านหรือพ่อบ้าน ควรจัดตั้งเป็นกลุ่มป่าชุมชนจะเหมาะสมกว่า

เย็นวันนั้น ผู้ใหญ่สายชล เปิดประชุม แจ้งข่าวแก่กลุ่มพ่อบ้านเรื่องการจัดการทำกลุ่มป่าชุมชนให้ถูกต้อง โดยให้นายศักดิ์ชัย เหลืองรุ่งทรัพย์ เป็นแกนนำจัดตั้งกลุ่ม เพราะเป็นผู้ริเริ่มดูแลรักษาป่ามาก่อนหน้านี้ หลังการประชุมวันนั้น กีก็มีการประชุมติดต่อกันอีก 3 ครั้ง พอครั้งที่ 4 ผู้ใหญ่สายชล ก็เชิญตัวแทนชาวบ้านหมู่ 13 ตำบลเนินขาม และหมู่ 14 ตำบลกระบกเตี้ย และหมู่ 10 ตำบลเนินขาม จำนวน 160 คน มาร่วมประชุมเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการป่าชุมชน มีสมาชิกเข้าร่วม 147 ครัวเรือน และขยายเครือข่ายไปนอกหมู่บ้าน ได้แก่ ตำบลเด่นใหญ่ ตำบลไพรนกยูง อำเภอหันคา และหมู่ 10 บ้านเด่นใหญ่ โดยใช้ชื่อว่า "เครือข่ายฟื้นฟูป่าชุมชนเขาราวเทียนทอง"

ทุกวันนี้ งานของเครือข่ายไม่ได้มีแค่การฟื้นฟูป่า หรือเฝ้าระวังไฟป่า แต่ยังเน้นการปลูกจิตสำนึกในกลุ่มเยาวชน โดยนำเรื่องป่าชุมชนและองค์ความรู้มาจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นและขยายผลไปถึง 10 โรงเรียน ทำให้ป่าเขาราวเทียนทองเป็นห้องเรียนธรรมชาติ ส่วนพื้นที่เครือข่ายก็ขยายออกเป็น 4 ตำบล คือ ตำบลเนินขาม ตำบลกระบกเตี้ย ตำบลไพรนกยูง และตำบลเด่นใหญ่ รวมพื้นที่ป่ากว่า 10,000 ไร่ ปัจจุบัน นอกจากจะเป็นผู้นำของชุมชนแล้ว ผู้ใหญ่สายชล ยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นประธานเครือข่ายป่าชุมชนระดับภาคกลางตอนบน อีกด้วย

หลักการทำงานของผู้ใหญ่สายชล คือ "การรวมมวลชน" ไม่ว่ากิจกรรมใดๆ ก็ตาม ผู้ใหญ่สายชลจะ "หารือ" เพื่อหาแนวร่วมเสมอ เป็นทั้งหลักประชาธิปไตยพื้นฐาน และเป็นทั้งกุศโลบายในการสร้างความรัก ความสามัคคีในชุมชน ชาวบ้านที่มาร่วมกันทำงาน จะมากันด้วยใจ ไม่ต้องอาศัยงบประมาณ หรือการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาป่าไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำมัน ค่ารถขนสัมภาระ ค่าอาหาร ก็ล้วนมาจากการลงขันตามศรัทธา

พวกเขารู้ว่า สิ่งตอบแทนจากการเสียสละเหล่านี้ คือการรักษาแหล่งอาหาร แหล่งยารักษาโรค และห้องเรียนธรรมชาติของเด็กๆ ไว้ ให้คงอยู่กับชุมชนตราบนานเท่านาน

ชื่อ-นามสกุล
:
นางสายชล พวงพิกุล
ที่อยู่
:
ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 10 บ้านเขาราวเทียนทอง ต.เนินขาม กิ่ง อ.เนินขาม จ.ชัยนาท 17130
โทร. 056 453 699, 086 037 3837
อายุ
:
56 ปี
การศึกษา
:
จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
การทำงาน
:
- ผู้ใหญ่บ้านเขาราวเทียนทอง หมู่ 10
- ประธานเครือข่ายป่าชุมชนระดับภาคกลางตอนบน
ระยะเวลาการทำงาน
:
16 ปี (พ.ศ. 2534 - ปัจจุบัน)

ผลงาน :

  • เป็นผู้นำที่กระตุ้นให้เกิดการบริหารจัดการป่าและฐานทรัพยากรในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ขยายแนวคิดไปสู่ชุมชนใกล้เคียง จนมีเครือข่ายการดูแลป่า 4 ตำบล ในพื้นที่ป่ากว่า 10,000 ไร่
  • จัดทำหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อสร้างคนรุ่นใหม่
  • เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้บทเรียนและประสบการณ์ในการจัดการป่าและทรัพยากร ระหว่างภาคประชาชนกับภาครัฐ