ประเภทชุมชน (ชุมชน ชุมชนเมือง เครือข่ายชุมชน)

เครือข่ายชุมชนเทศบาลตำบลปริก
ยุทธศาสตร์งานด้านสิ่งแวดล้อมภาคประชาชน

โดย สุริยา ยีขุน
นายกเทศมนตรีตำบลปริก

เทศบาลตำบลปริก มีพื้นที่ประมาณ 3,000 ไร่ หรือ 4.8 ตารางกิโลเมตร โครงการด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมของเทศบาลตำบลปริก เริ่มขึ้นในปี 2544 จากข้อมูลงานวิจัยของนักศึกษาปริญญาโทคนหนึ่ง ที่ทำให้ชาวบ้านตระหนักว่างานด้านสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ภาระของรัฐ แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน โดยเริ่มจากการจัดการขยะของ 7 ชุมชนในเขตเทศบาล ขยายผลมาสู่การเฝ้าระวังสภาพน้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำที่ปากทางทะเลสาบสงขลา และกลายเป็นเครือข่ายการจัดการสิ่งแวดล้อมภาคประชาชน ที่ขับเคลื่อนงานอย่างมียุทธศาสตร์และมีเป้าหมายชัดเจน

เทศบาลตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา แบ่งพื้นที่การบริหารออกเป็น 7 ชุมชน คือ ชุมชนตลาดปริก ชุมชนตลาดใต้-บ้านกลาง ชุมชนทุ่งออก ชุมชนร้านใน ชุมชนสวนหม่อม ชุมชนปริกใต้ และชุมชนปริกตก ครอบคลุมพื้นที่ 3,000 ไร่ หรือคิดเป็น 4.8 ตารางกิโลเมตร มีจำนวนประชากรประมาณ 6,139 คน หรือ 1,391 ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม

ชุมชนปริกเป็นชุมชนที่เก่าแก่ ผู้เฒ่าเล่าว่าชื่อ "ปริก" ของชุมชนมาจากชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ชอบขึ้นตามที่ราบลุ่มริมลำห้วย หนอง คลอง บึง หรือพื้นที่ชุ่มน้ำ ต้นปริกที่ว่า ไม่เหมือนปริกที่รู้จักกันทั่วไปที่จัดเป็นไม้ล้มลุกพวกเฟิร์น มีใบบางๆ เล็กๆ แต่ต้นปริกซึ่งเป็นที่มาของชื่อชุมชน เป็นต้นปริกที่เป็นไม้เนื้ออ่อนค่อนไปทางแข็ง เป็นสายพันธุ์ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างต้นปอกับพลา ลำต้นสูงเต็มที่ประมาณ 15 เมตร เมื่ออดีต ต้นปริกเหล่านี้ขึ้นเรียงรายตามลำคลอง และเป็นหย่อมๆ ในพื้นที่ราบลุ่ม จนชาวบ้านเรียกหมู่บ้านแห่งนี้ว่า บ้านปริก และคลองสายต้นปริกนี้ก็ไหลผ่านกลางหมู่บ้าน

ต้นปริกที่เคยขึ้นดาษดื่น กลายเป็นต้นไม้หายากเมื่อสภาพสังคมเปลี่ยนไป เมื่อชาวปริกต้องการรื้อฟื้นรากเหง้า ก็ต้องใช้เวลากว่า 3 ปี จึงค้นพบสายพันธุ์และนำมาขยายพันธุ์เพื่อปลูกในเขตเทศบาลและบริเวณริมลำคลองในช่วงปลายปี 2542

การกลับมาของต้นปริก ทำให้สิ่งดีๆ เกิดตามมาอีกมากมาย...

นโยบายเพื่อการมีส่วนร่วม

เทศบาลตำบลปริกเริ่มจัดทำนโยบายสาธารณะที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ประกอบด้วย 1) นโยบายการเมืองและการบริหาร 2) นโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นบ้าน 3) นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ 4) นโยบายจัดระเบียบชุมชน 5) นโยบายการพัฒนาสังคม 6) นโยบายพัฒนาสาธารณสุขและส่งเสริมคุณภาพชีวิต 7) นโยบายการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ 8) นโยบายพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม นโยบายเหล่านี้มุ่งเน้นที่การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีต่างๆ กิจกรรมที่เกิดจากนโยบายเหล่านี้ เน้นให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม อาทิ การจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน ตั้งแต่การเฝ้าระวังลำคลอง การจัดการขยะและมลพิษ เป็นต้น

งานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมเริ่มในกลางปี 2543 โดยเริ่มจากการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในระดับชุมชน พบว่า ชุมชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบมีปริมาณขยะค่อนข้างมากเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากร จำนวนขยะที่เทศบาลจัดเก็บในเวลานั้นประมาณ 8,000 กิโลกรัม หรือ 8 ตันต่อวัน คิดเฉลี่ยจากจำนวนครัวเรือน 1,100 ครัวเรือนเศษในขณะนั้น จะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ครัวเรือนละประมาณ 7.27 กิโลกรัมต่อวัน เมื่อคิดเฉลี่ยจากจำนวนประชากรที่มีอยู่ประมาณ 5,800 คนในขณะนั้น จะมีค่าเฉลี่ยการทิ้งขยะอยู่ที่คนละประมาณ 1.38 กิโลกรัมต่อวัน เมื่อเจาะลึกลงไปเป็นรายชุมชน กลับพบว่าชุมชนปริกตกมีปริมาณขยะในแต่ละวันมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับชุมชนอื่นๆ เทศบาลตำบลปริกจึงได้ประสานงานกับ ดร.ฉัตรชัย รัตนไชย คณบดีคณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (ตำแหน่งในขณะนั้น) เพื่อเชิญให้คณาจารย์ และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สาขาการจัดการสิ่งแวดล้อมและสิ่งแวดล้อมศึกษา ลงพื้นที่เพื่อนำมาทำงานวิจัยและทำวิทยานิพนธ์ โดยมุ่งเน้นการทำงานวิจัยเชิงปฏิบัติเป็นสำคัญ

ในปี 2544 นางสาวปานกมล พิสิฐอรรถกุล นักศึกษาปริญญาโท คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เข้ามาทำวิทยานิพนธ์ด้านการจัดการขยะในชุมชน โดยจัดกิจกรรมผสมผสานกันกับกิจกรรมของเทศบาลที่มีอยู่เดิม เช่น การประชุมเชิงปฏิบัติการ จัดกลุ่มย่อยวิเคราะห์ปัญหา การเดินรณรงค์ เคาะประตูบ้าน การศึกษาดูงานด้านการจัดการขยะของเทศบาลเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช และเทศบาลเมืองท่าข้าม จังหวัดสุราษฎร์ธานี และการสุ่มตัวอย่างขยะภายในชุมชน

จากการสุ่มตัวอย่างขยะในชุมชนปริกตก ทำให้เกิดผลงานวิจัยเรื่อง "การส่งเสริมการมีส่วนร่วมและกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนในการจัดการมูลฝอยชุมชน: กรณีศึกษาชุมชนปริกตก เทศบาลตำบลปริก" โดย นางสาวปานกมล พบว่า ปริมาณขยะและประเภทขยะที่มีมากที่สุด ได้แก่ ขยะอินทรีย์ มีปริมาณสูงถึงร้อยละ 64.17 ของปริมาณขยะทั้งหมด รองลงมาเป็นขยะกระดาษ พลาสติก โลหะ แก้ว อะลูมิเนียม จำนวนร้อยละ 32.62 ที่เหลือเป็นขยะทั่วไปที่ปะปนกันจำนวนร้อยละ 3.21

ตัวเลขเหล่านี้นำมาสู่แนวคิดการนำขยะไปแปรรูปให้เป็นประโยชน์ เช่น ทำปุ๋ยหมัก หรือเป็นอาหารสัตว์ ส่วนเศษวัสดุเหลือใช้พวกกระดาษ พลาสติก ขวดแก้ว และโลหะ ก็แยกขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าได้ร้อยละ 26.6 ด้วยวิธีนี้ จะทำให้ขยะมูลฝอยเศษวัสดุเหลือใช้ที่ต้องส่งไปยังหลุมฝังกลบของเทศบาลเหลือเพียงร้อยละ 11.8 เท่านั้น

จากขยะ...สู่การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ

ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชุมชนตระหนักว่าการจัดการขยะเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่ภาระของเทศบาลเพียงฝ่ายเดียว มีการขยายผลแนวคิดในการคัดแยกและจัดการขยะในแต่ละพื้นที่ของเทศบาลตำบลปริก และในปี 2545 ก็มีการจัดตั้งกลุ่มอาสาสมัครตรวจวัดคุณภาพน้ำคลองปริกและคลองอู่ตะเภา สมาชิกที่เป็นอาสาสมัครมาจากชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาล ได้แก่ ประชาชนจากชุมชนปริกตก ตลาดใต้ ร้านใน ปริกใต้ สวนหม่อม และเยาวชนโรงเรียนพัฒนาศาสตร์มูลนิธิ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตชุมชนตลาดใต้ พอถึงปี 2547 ก็มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโครงการที่ทำร่วมกันระหว่างเทศบาลตำบลปริกกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 16 ประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากชุมชนสวนหม่อม ชุมชนปริกใต้ ชุมชนตลาดปริก ชุมชนทุ่งออก ชุมชนตลาดใต้และชุมชนร้านในจำนวน 17 คน ตลอดจนมีการจัดตั้งธนาคารขยะขึ้นที่ชุมชนตลาดใต้ โดยเริ่มต้นจากกลุ่มแกนนำในชุมชนที่เป็นผู้ใหญ่ และปรับกระบวนการทำงานที่มีครู เยาวชน และนักเรียนเป็นแกนนำในเวลาต่อมา

ยุทธศาสตร์ในการจัดการขยะ แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ

       1. กิจกรรมต้นทาง ได้แก่ การรณรงค์ช่วยกันแยกขยะและนำขยะไปทำเป็นปุ๋ยหมัก และน้ำหมักชีวภาพ สมาชิกบางรายจำหน่ายเศษวัสดุให้กับผู้รับซื้อของเก่าโดยตรง และต่อยอดด้วยกิจกรรม "หน้าบ้านหน้ามอง"
       2. กิจกรรมกลางทาง ได้แก่ กิจกรรมธนาคารขยะ
       3. กิจกรรมปลายทาง เป็นหน้าที่ของเทศบาลซึ่งทำหน้าที่ในการเก็บขนไปยังหลุมฝังกลบ ให้คนงานช่วยกันคุ้ยเขี่ยและนำขยะเปียกหรือขยะอินทรีย์ที่ติดมากับขยะทั่วไปก่อนจะทิ้งลงหลุม แยกออกเพื่อนำไปทำปุ๋ยหมัก เป็นขั้นตอนสุดท้าย

ด้วยยุทธศาสตร์ดังกล่าวนี้ ทำให้ปริมาณขยะในแต่ละชุมชนลดลง เมื่อเปรียบเทียบจากปี 2542 เทศบาลตำบลปริกเคยมีปริมาณขยะที่จะต้องขนถ่ายและนำไปทิ้งประมาณ 8 ตัน/วัน ปัจจุบัน ปริมาณขยะลดลงเหลือประมาณไม่เกิน 3 ตัน/วัน พฤติกรมการทิ้งขยะของชาวบ้านเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น และมีเป้าหมายที่จะนำไปสู่การจัดการ "ขยะแบบฐานศูนย์" (Zero Waste Management) ในอนาคต

ยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างเทศบาลฯ กับชาวบ้านในชุมชนทั้ง 7 แห่ง นี้เอง เป็นที่มาของของการจัดตั้ง "เครือข่ายชุมชนเทศบาลตำบลปริก"

สร้างภาคีพันธมิตร

พื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลปริก มีสายน้ำหลักสำคัญไหลตัดผ่าน 2 สาย คือ คลองอู่ตะเภาและคลองปริก กิจกรรมด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมจึงไม่ได้หยุดนิ่งเพียงแค่เรื่องขยะ แต่ยังให้ความสำคัญเรื่องลำน้ำด้วย

ปี 2548 เทศบาลตำบลปริกได้จัดทำโครงการคลองสวยน้ำใส มีอาสาสมัครทำงานนี้จากชุมชนทุ่งออก ชุมชนตลาดใต้ ชุมชนตลาดปริก เยาวชนโรงเรียนบ้านปริก (ตลาดปริก) เยาวชนโรงเรียนพัฒนศาสตร์มูลนิธิ เยาวชนโรงเรียนบ้านปริกใต้ ชุมชนปริกใต้ ชุมชนร้านใน ชุมชนปริกตก และชุมชนสวนหม่อม จำนวน 152 คน กิจกรรมประกอบด้วยการปรับปรุงตกแต่งพื้นที่ริมคลองปริก การตรวจวัดคุณภาพน้ำในคลองปริกและคลองอู่ตะเภา การเฝ้าระวังลำคลองด้วยการสุ่มตรวจวัดคุณภาพน้ำตามจุดต่างๆ ในสายคลองอู่ตะเภาและคลองปริกจำนวน 3 จุด ได้แก่ ที่ชุมชนปริกใต้ 1 จุด และชุมชนร้านใน 2 จุด รวมทั้งติดตั้งบ่อดักไขมันตามบ้านเรือนที่เป็นกลุ่มสมาชิกนำร่อง ที่ได้รับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์บางส่วนโดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา

หลังจากทดลองกิจกรรมนำร่องไปแล้ว จึงได้มากำหนดพื้นที่รับผิดชอบเพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังลำคลองอย่างต่อเนื่อง โดยประสานกับชุมชนตลอดลำคลอง กำหนดว่าพื้นที่กลางน้ำตอนต้นของคลองปริก เป็นเขตรับผิดชอบของชุมชนในเขตเทศบาลตำบลปริก ถัดมาเป็นการดูแลชุมชนในตำบลสำนักแต้วที่อยู่ริมคลองอู่ตะเภา ลัดเลาะลงมาในเขตเทศบาลเมืองสะเดา องค์การบริหารส่วนตำบลปริก ไปจนถึงกลางน้ำ เป็นเขตรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลพังลา เทศบาลตำบลพะตง และตอนปลายน้ำเป็นเขตรับผิดชอบของเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่ดูแลไปจนถึงปากคลองที่ติดกับทะเลสาบสงขลา

โครงการอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่เทศบาลตำบลปริก จัดขึ้นเพื่อให้ชุมชนมีเวทีในการร่วมคิดเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมของชุมชนด้วยกันเอง โครงการนี้มีสมาชิกเข้าร่วมจาก 7 ชุมชนจำนวน 105 คน มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มีการจัดฝึกอบรมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสิ่งแวดล้อม แกนนำกลุ่มมีโอกาสไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับองค์กรอื่นๆ และกลับมานำเสนอโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาชุมชน เช่น โครงการปลูกผักสวนครัวในชุมชน การจัดทำโครงการปุ๋ยหมักชีวภาพ ฯลฯ กิจกรรมเหล่านี้สามารถต่อยอดด้วยการเชื่อมกับเครือข่ายที่มีอยู่ตลอดคลองปริกและคลองอู่ตะเภา

การเปิดพื้นที่ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการ "บ้าน" ร่วมกับหน่วยงานของภาครัฐ และผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เทศบาลตำบลปริกได้รับรางวัลพระปกเกล้า ด้านความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำปี 2548

แผนงานในอนาคต เทศบาลตำบลปริกตั้งเป้าหมายในการขยายเครือข่ายงานด้านการจัดการขยะให้กว้างขวางออกไป เพื่อเป็นชุมชนที่สามารถจัดการขยะแบบขยะฐานศูนย์ โดยให้ชาวบ้านในชุมชนเครือข่ายจัดการขยะจากต้นทางด้วยการคัดแยก และนำไปใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด เป็นสมาชิกธนาคารขยะให้มากขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 60-75 ประชาชนสมารถนำขยะอินทรีย์หรือขยะเปียก มานับคำนวณเพื่อเป็นจำนวนหุ้นกับโครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งเป็นงานปลายทางของเทศบาลตำบลปริก โดยมีผู้ดูแลรับผิดชอบโครงการในลักษณะการทำงานแบบหุ้นส่วนหรือแบบพหุภาคี ได้แก่ คณะกรรมการจากแต่ละชุมชน
การจัดการขยะในเทศบาลตำบลปริก ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ทำให้ชุมชนสะอาด แต่ยังนำมาสู่พลังความรัก ความสามัคคี เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดแนวคิดที่เป็นประโยชน์ของส่วนรวมในอีกหลายเรื่อง การจัดการขยะ ยังหมายถึงการจัดการความเป็นอยู่ตามหลักความพอเพียง

ท่านนบีมูฮัมหมัด (ซล.) ศาสดาแห่งศาสนาอิสลาม กล่าวว่า "ความสะอาด คือ ส่วนหนึ่งของการศรัทธา"
และศรัทธา ก็คือพลังที่ยิ่งใหญ่

ชื่อชุมชน
:
เครือข่ายชุมชนเทศบาลตำบลปริก
ที่ทำการเทศบาลตำบลปริก อ.สะเดา จ.สงขลา 90120
โทร. 074 298 297
ผู้ประสานงาน
:
นายสุริยา ยีขุน (นายกเทศบาลตำบลปริก)
โทร. 074 298 297, 08 1959 8802
พื้นที่
:
ในเขตเทศบาลประมาณ 3,000 ไร่ คิดเป็น 4.8 ตารางกิโลเมตร
ประชากร
:
7 ชุมชน จำนวน 1,472 หลังคาเรือน ประชากร 5,997 คน

กิจกรรม

  • ปี 2544 เริ่มต้นจัดการคัดแยกขยะเพื่อลดปริมาณขยะให้เหลือปลายทางในการฝังกลบน้อยที่สุด และนำไปสู่การจัดการขยะของครอบครัวเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่การใช้ขยะเปียกทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ ธนาคารขยะ จนสามารถขยายเครือข่ายความร่วมมือในการคัดแยกขยะได้ถึง 7 ชุมชน และเป็นที่มาของการจัดตั้ง "เครือข่ายชุมชนเทศบาลตำบลปริก"
  • ปี 2545 จัดตั้งกลุ่มอาสาสมัครตรวจวัดคุณภาพน้ำคลองปริก และคลองอู่ตะเภา มีสมาชิกตลอดสองลำน้ำ
  • ปี 2547 เกิดเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระหว่างเทศบาลตำบลปริกกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 16 และสมาชิกชุมชน มีการจัดตั้งธนาคารขยะ โดยให้ครูและนักเรียนเป็นแกนนำ จนเกิดการทำโรงงานผลิตปุ๋ย
  • ปี 2548 จัดทำโครงการคลองสวยน้ำใส เพื่อเฝ้าระวังและการตรวจวัดคุณภาพน้ำ
  • ก่อตั้งกลุ่มปุ๋ยชีวภาพ กลุ่มเครื่องแกงกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ กลุ่มธนาคารขยะ และกลุ่มทำเรือถีบในคลองปริกเพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำ

ผลสำเร็จ :

  • เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน ในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม และนำไปสู่ความร่วมมืออื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม
  • เกิดการขับเคลื่อนแผนงานในเชิงนโยบาย ที่นำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
  • เกิดเครือข่ายการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในชุมชนเขตเทศบาล นอกเขตเทศบาล ตั้งแต่ต้นน้ำที่คลองปริกไปจนถึงปลายน้ำที่ปากทะเลสาบสงขลา
  • เกิดการก่อตั้งกลุ่มอาชีพเพื่อเสริมรายได้ และมีผลเชื่อมโยงต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม

กลับหน้า ประจำปี 2550