ประเภทชุมชน (ชุมชน ชุมชนเมือง เครือข่ายชุมชน)

ป่าชุมชนบ้านกลาง
การปรับตัวในสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง

โดย ดร.โกมล แพรกทอง
คณะกรรมการคัดเลือก

ป่าชุมชนบ้านกลาง เป็นชุมชนกระเหรี่ยงโปว์ที่ตั้งรกรากมานานกว่าร้อยปี เผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงของการทำสัมปทานป่าถึง 3 รอบ ส่งผลให้สภาพป่าเปลี่ยนแปลง ชาวบ้านทบทวนปัญหาเพื่อฟื้นฟูป่า ทั้งการจัดตั้ง คณะกรรมการป่าชุมชนบ้านกลาง การตั้งกองทุนหน่อไม้เพื่อตอบแทนป่า การลาดตระเวนไฟป่า รวมถึงการกันพื้นที่ส่วนหนึ่งให้เป็น "หมู่บ้านสัตว์ป่า" เพื่อเป็นแหล่งพักพิงและขยายพันธุ์ของสัตว์ป่า เพื่อให้ป่าเป็นแหล่งอาหารที่ยั่งยืนของชุมชน

ย้อนหลังกลับไปราว 100 ปี มีชาวกระเหรี่ยงกลุ่มหนึ่งเดินทางผ่านมาเห็นความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งแหล่งน้ำ สัตว์ป่า และป่าไม้ โดยเฉพาะไม้สัก พวกเขาพากันลงหลักปักฐานในแผ่นดินนี้ และเป็นจุดเริ่มต้นของชุมชนบ้านกลาง หมู่บ้านกลางหุบเขาหินปูน ล้อมรอบด้วยภูเขา 7 ลูก เป็นต้นน้ำของลำห้วยเล็ก 17 สาย ไหลลงสู่ห้วยแม่มายและห้วยแม่ต๋ำ ไหลลงสู่แม่น้ำยม

แต่ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร ก็เป็นที่จับจ้องของกลุ่มทุน ป่าบ้านกลางจึงเป็นพื้นที่ที่ได้รับการสัมปทานไม้สักถึง 3 รอบ รอบแรกในปี 2493 รอบที่สองในปี 2502 และรอบที่สามในปี 2514 แม้จะมีการยกเลิกสัมปทานในปี 2530 แต่ขบวนการตัดไม้ทำลายป่าก็ยังไม่หมดไปจากพื้นที่ ยังมีการลักลอบตัดไม้สักโดยกลุ่มทุนและผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น

ความแห้งแล้ง ปัญหาน้ำท่วม และดินถล่ม เข้ามาแทนที่ความสมบูรณ์ของป่าสัก ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของชาวบ้าน และได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการอนุรักษ์ของชุมชนบ้านกลาง มีการรวมตัวกันเป็นคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านกลาง ตั้งกติกาและกิจกรรมร่วมกันในการอนุรักษ์ป่าและสัตว์ ตามวัฒนธรรมการจัดการป่าที่ถ่ายทอดกันมาแต่เดิม นำหลักปฎิบัติทางศาสนาคริสต์ซึ่งเป็นศาสนาของหมู่บ้านมาใช้ในการอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่า เช่น การบวชป่า การห้ามล่าสัตว์ป่า เป็นต้น

ชุมชนบ้านกลาง มีพื้นที่โดยรวมประมาณ 18,125 ไร่ และได้มีการแบ่งพื้นที่ตามลักษณะการใช้ประโยชน์เป็น ป่าใช้สอย 3,000 ไร่ ป่าอนุรักษ์ 6,600 ไร่ หมู่บ้านสัตว์ป่า 1,025 ไร่ พื้นที่ป่าสาธารณะ 6,102 ไร่ พื้นที่ทำกิน 1,338 ไร่ และที่อยู่อาศัย 60 ไร่ หลังจากต้นไม้เบาบาง ไฟป่าก็เป็นปัญหาที่เริ่มเข้ามา เมื่อหมดไม้ใหญ่รุ่นแรก ต้นไผ่เข้ามาแทนที่ ขณะทำการปลูกป่า ชาวบ้านก็ได้ใช้หน่อไผ่เป็นอาหาร และมีรายได้เสริมส่วนหนึ่ง นอกจากนั้นป่าไผ่ยังเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าที่อยู่ใกล้ๆ หมู่บ้าน ชุมชนจึงมีการตั้งกติกาในการเว้นหน่อ เพื่อให้เป็นลำต้นและเป็นผลผลิตในปีต่อไป

นอกจากนั้น ยังได้จัดตั้ง "กองทุนหน่อไม้" ด้วยแนวคิดที่ว่า เมื่อได้ประโยชน์จากป่า ก็ต้องตอบแทนป่า ด้วยการเก็บเงินจำนวนหนึ่งจากการขายหน่อไม้ เพื่อมาทำกิจกรรมการอนุรักษ์ป่า โดยช่วงแรกของการจัดตั้งกองทุนได้จัดเก็บหลังคาละ 20 บาท/เดือน ต่อมาเปลี่ยนเป็น 2 บาท/คน/เดือน ปรับเพิ่มมาเป็น 50 บาท/คน/เดือน แต่ก็ไม่เพียงพอ จึงเปลี่ยนมาเป็นการเก็บรายได้จาก 3 วันของการเก็บหน่อไม้ (ปีที่ผ่านมาเก็บได้ 30,000 บาท) ซึ่งรายได้จากการเก็บหน่อไม้ปีละประมาณ 600,000 บาท ส่งผลให้เยาวชนในหมู่บ้านไม่ต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่ และกลายเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์ป่า
นอกจากนั้นยังมีการจัดทำ "หมู่บ้านสัตว์ป่า" พื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่าให้มีการแพร่พันธุ์มากขึ้น โดยจะใช้ประโยชน์เพียงการหาเห็ดหรือดอกดินเท่านั้น และจะมีการทำแนวกันไฟตลอดพื้นที่โดยรอบ จัดเวรยามเดินตระเวนตรวจไฟป่า และบุคคลภายนอกที่จะเข้ามาล่าสัตว์ สำหรับสัตว์ที่พบในหมู่บ้านสัตว์ป่าได้แก่ เก้ง ไก่ป่า หมูป่า กระรอก กระต่าย ตะกวด ฯลฯ

หมู่บ้านสัตว์ป่าเป็นวิถีของชุมชนที่ทำพืชไร่หมุนเวียน การปล่อยพื้นที่ไว้สัก 3-4 ปี จะทำให้สัตว์เล็กและสัตว์ขนาดกลาง เข้ามาหาอาหารกิน เช่น พวกเมล็ดพืชพันธุ์ที่เหลือ พื้นที่ที่ไม่ได้ถูกรบกวนจะกลายเป็นแหล่งขยายพันธุ์ของสัตว์ต่างๆ พื้นที่นี้ชาวบ้านจะไม่ล่าสัตว์ เพื่อปล่อยให้ปริมาณสัตว์มีเพิ่มขึ้น และเมื่อหมุนเวียนกลับมาทำพืชไร่ในพื้นที่นี้อีกครั้ง บรรดาสัตว์ป่าก็จะย้ายไปแหล่งใหม่ ซึ่งได้แก่พื้นที่ที่เพิ่งจบรอบการทำเกษตร และวัฏจักรของหมู่บ้านสัตว์ป่าก็จะเริ่มขึ้นอีกครั้ง โดยมีอาณาบริเวณอยู่รอบๆ หมู่บ้านนั่นเอง

บทเรียนการจัดการป่าของชุมชนบ้านกลาง เป็นบทเรียนของการจัดการป่าไม้ที่มีคนอยู่ในป่า เมื่อป่าสักหมด ป่าไผ่มาแทน คนที่อยู่ป่าก็ปรับตัวเพื่อความอยู่รอดตามลักษณะป่าไผ่ และปรับวิถีชีวิต พัฒนาองค์ความรู้ในการจัดการป่าไผ่ที่เหมาะสม

เป็นตัวอย่างของการพัฒนาด้านวัฒนธรรมของคนกับป่าที่เกิดขึ้น

ชื่อชุมชน
:
ป่าชุมชนบ้านกลาง
หมู่ 5 ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง
ผู้ประสานงาน
:
นายสมชาติ หลักแหลม (ผู้ใหญ่บ้าน)
ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 52220
โทร. 081 027 9750
พื้นที่ป่า
:
พื้นที่รวมของ 18,125 ไร่ แบ่งตามลักษณะการใช้ประโยชน์หลัก คือ
- ป่าใช้สอย 3,000 ไร่
- ป่าอนุรักษ์ 6,600 ไร่
- หมู่บ้านสัตว์ป่า 1,025 ไร่
- พื้นที่ป่าสาธารณะ 6,102 ไร่
ประชากร
:
53 ครอบครัว หรือ 222 คน

กิจกรรม :

  • พ.ศ. 2538 จัดตั้งกลุ่มองค์กรชาวบ้าน คือ คณะกรรมการป่าชุมชนบ้านกลาง
  • การตั้งกฎระเบียบการใช้ป่าของชุมชน
  • จัดทำหมู่บ้านสัตว์ป่า
  • ทำแนวกันไฟต่อเนื่องทุกปี ทุกเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน
  • การลาดตระเวนตรวจป่า จัดเวรยามหมุนเวียนวันละ 3 คน ตลอดเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน
  • การทำป้ายรณรงค์
  • การอนุรักษ์พันธุ์ปลา กำหนดพื้นที่ในการอนุรักษ์ กำหนดเครื่องมือในการจับปลา
  • การบวชป่า
  • จัดตั้งกองทุนหน่อไม้
  • กำหนดพื้นที่ส่วนกลางในการทำไร่หมุนเวียน

ผลสำเร็จ :

  • ชุมชนมีแหล่งอาหาร และมีรายได้จากการเก็บหน่อไม้ ปีละประมาณ 600,000 บาท
  • ผืนป่าเป็นแหล่งสมุนไพร
  • สามารถรักษาแหล่งต้นน้ำลำธาร
  • สามารถรักษาพื้นที่ขยายพันธุ์สัตว์ป่า จนกลายเป็น "หมู่บ้านสัตว์ป่า"
  • จัดกองทุนหมู่บ้านเพื่อนำมาทำกิจกรรมในการดูแลรักษาป่า
  • เยาวชนในพื้นที่ ไม่ออกไปทำงานต่างถิ่น เพราะมีอาชีพและรายได้จากการเก็บของป่า

กลับหน้า ประจำปี 2550