ประเภทชุมชน (ชุมชน ชุมชนเมือง เครือข่ายชุมชน)

ชมรมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าเขาถ้ำบ้านคลองแสง
สัมพันธภาพ "คนกับป่า"

โดย ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคตะวันออก (สกว.)
มหาวิทยายาลัยราชภัฏรำไพพรรณี

บ้านคลองแสงเป็นชุมชนที่เรียกตัวเองว่า "กะซอง-ซำเร" อาศัยอยู่กับป่า นับถือผี มีชีวิตเรียบง่าย มีภาษาพูด วัฒนธรรมประเพณีเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง การเข้ามาของคนต่างถิ่น สัมปทานไม้ สงครามจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ชีวิตของชาวบ้านคลองแสงเปลี่ยนแปลงไปเมื่อ "ป่าเขาถ้ำ" ที่เคยเป็นที่พึ่งเสื่อมโทรม การเริ่มต้นแก้ปัญหายาเสพติดเป็นต้นกำเนิดของการรวมพลังชุมชน และนำมาสู่การก่อตั้ง "ชมรมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าเขาถ้ำบ้านคลองแสง" เพื่อช่วยกันฟื้นฟูอดีตที่เคยงดงามให้กลับมา

ชุมชนบ้านคลองแสง มีประชากรจำนวน 575 คน 140 ครัวเรือน ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 ตำบลด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด มีเนื้อที่ประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 31,250 ไร่ สภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นที่ราบสลับเนินเขาเตี้ยๆ และภูเขา อากาศอยู่ในเขตร้อนชื้น ฝนตกชุกทั้งปี มีพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์ประมาณ 9,375ไร่ เป็นป่าเสื่อมโทรมที่กำลังฟื้นตัวประมาณ 6,250 ไร่ และเป็นพื้นที่การปลูกป่าของสวนป่าประมาณ 3,125ไร่ นอกนั้นเป็นพื้นที่อยู่อาศัยและทำกินของประชาชน

หมู่บ้านขนาดกลางแห่งนี้มีประวัติมานานนับร้อยปี...

กว่าร้อยปีมาแล้ว ชาวพื้นเมืองในตะวันออกกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง เรียกตัวเองว่า "ชาวกะซอง-ซำเร" อาศัยอยู่กับป่า นับถือผี มีชีวิตเรียบง่าย มีภาษาพูด วัฒนธรรมประเพณีเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง มารวมกันก่อตั้งหมู่บ้านขึ้นบริเวณใกล้ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านคลองแสง" ตามชื่อ "ต้นชุมแสง" ที่ขึ้นเรียงรายสองฝั่งคลองที่ไหลผ่านชุมชน ต้นชุมแสงเป็นต้นไม้ที่หิ่งห้อยมักเกาะอาศัยในเวลาค่ำคืน ส่องแสงระยิบระยับสวยงาม จึงเป็นที่มาของชื่อ "คลองชุมแสง" และเมื่อเวลาผ่านมา ก็ถูกเรียกสั้นขึ้น จนเหลือเพียงชื่อ "คลองแสง" จนทุกวันนี้

ราวปี 2514 เริ่มมีคนต่างถิ่นเข้ามาจับจองและก่อร่างสร้างเรือนในพื้นที่แห่งนี้มากขึ้น สวนยางพารา สวนผลไม้ ไร่มันสำปะหลัง และไร่สับปะรดผุดขึ้นผิดหูผิดตา ชาวกระซอง-ซำเร ที่เคยใช้ชีวิตเรียบง่าย หิวก็หา อิ่มก็พัก ไม่เคยสะสมเงินทองหรือที่ดิน ก็เริ่มเลียนแบบวิถีชีวิตใหม่ ที่มาพร้อมความสะดวกสบาย ผืนป่าที่เคยเป็นของทุกคน ก็มีป้ายจับจองเพื่อปลูกพืชส่งขายท้องตลาด

ความไม่สงบในประเทศกัมพูชา ในช่วงปี 2518 ทำให้ผู้อพยพหนีร้อนเข้ามาอาศัยร่วมกับชาวคลองแสง การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิ่งทำให้จำนวนผู้อพยพตามตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา ทวีขึ้นเป็นหลักแสน กองกำลังของฝ่ายต่างๆ ที่ซ่อนตัวตามแนวป่า ทำให้ชาวบ้านไม่กล้าเข้าป่าหากินเหมือนเดิม เพราะกลัวการปล้นฆ่าและจับตัวเรียกค่าไถ่ คนต่างถิ่นที่เคยอพยพเข้ามาในช่วงปี 2514 บางส่วนหนีภัยกลับภูมิลำเนา ทิ้งผืนป่าเสื่อมโทรมจากการแผ้วถางจับจองเอาไว้

หน่วยงานสวนป่า ได้เข้ามาฟื้นฟูพื้นป่าเขาถ้ำที่ถูกทิ้งร้างไว้ โดยนำร่องปลูกไม้เบิกไพร เช่น ประดู่ กระถินยักษ์ กระถินณรงค์ กระถินเทพา ยูคาลิปตัส และนนทรี แต่ระบบนิเวศไม่ฟื้นฟู เพราะต้นไม้ที่นำมาปลูกไม่เหมาะกับพื้นที่ สัตว์ไม่สามารถใช้เป็นอาหารหรืออาศัยได กลับเป็นการซ้ำเดิมให้ป่ามีความเสื่อมโทรมลงไปอีก

อาศัยความเสื่อมโทรมของป่า ทำให้นายทุนกลุ่มหนึ่งเข้ามาขอสัมปทานทำป่าไม้ในปี 2522 ป่าที่เคยหากิน กลับมีเจ้าของ พรานไพรผู้เคารพนบนอบต่อวิถีธรรมชาติ เปลี่ยนมาจับเลื่อยยนต์รับจ้างล้มไม้ ผืนป่าอุดมสมบูรณ์กลายเป็นท่อนซุงจำนวนมหาศาลที่สร้างรายให้กับกลุ่มทุน สัตว์ป่าลดจำนวน บางชนิดสูญพันธุ์ ชาวบ้านไม่สามารถหากินหาอยู่กับป่า ครั้นจะทำการเกษตร ที่ดินที่เคยแผ้วถางจับจองก็กลายเป็นแปลงฟื้นฟูของทางการ ส่วนใหญ่ออกไปรับจ้างตัดไม้ ขนซุง หรือไปค้าแรงงานในเมือง

สัมปทานยุติ เสียงเลื่อยยนต์สงบ เหลือไว้เพียงกิ่งก้านและใบแห้งแล้งของต้นไม้ที่กลายเป็นเชื้อไฟอย่างดี ส่งผลให้ไฟป่าซึ่งไม่เคยเกิดมาก่อน กลับกระพือทุกปีในช่วงหน้าแล้ง เมื่อที่เรียบโล่ง คนในหมู่บ้านและต่างถิ่นต่างก็พากันเข้ามาแผ้วถางป่าบางส่วนเพื่อปลูกพืชไร่ เช่น สับปะรด ข้าว และข้าวโพด เพื่อหารายได้แทนการเลื่อยไม้

ในปี 2534 กองกำลังสหประชาชาติได้นำชาวกัมพูชาประมาณ 40,000 คน เข้ามาตั้งศูนย์อพยพชั่วคราวใกล้หมู่บ้าน เพื่อความอยู่รอด ผู้อพยพได้แผ้วถางหาของป่าและล่าสัตว์ทุกประเภท จนสัตว์บางชนิดสูญพันธุ์ อาทิ ช้าง ควายป่า กูปรี วัวป่า กระทิง สัตว์บางชนิดใกล้สูญพันธุ์ไป เช่น เสือโคร่ง เลียงผา ลิง ชะนี เก้ง กวาง พังพอน กระจง นางอาย นกยูง เป็นต้น

ปี 2536 เหตุการณ์สงบ ผู้อพยพกลับภูมิลำเนา ชาวบ้านที่เคยหนีภัยสงคราม ก็กลับเข้าป่าไปหากินเหมือนเดิม ยิ่งทำให้ป่าเสื่อมโทรมหนักขึ้น

จนกระทั่งปี 2544 ตำรวจชุดมวลชนสัมพันธ์ สถานีตำรวจภูธรตำบลด่านชุมพล เข้ามาทำโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน โดยชักชวนให้ชุมชนร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการนี้ทำอยู่ 2 ปี ส่งผลให้ยาเสพติดหมดไปจากชุมชน ชาวบ้านจึงเริ่มรวมตัวกันตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดูแลความเป็นไปของหมู่บ้านในด้านต่างๆ เมื่อโครงการฯ จบ คณะกรรมการก็พบว่าพลังการร่วมมือทำให้แก้ปัญหาได้ จึงได้ประชุมชาวบ้าน เพื่อใช้พลังที่ได้เริ่มต้นด้วยกันไว้ มาต่อยอดแก้ไขปัญหาอื่นๆ

มติที่ประชุมเลือกการฟื้นฟูป่าเขาถ้ำ

ชุมชนจึงมีการสรรหาคณะกรรมการเพื่อจัดกิจกรรมในการบริหารจัดการป่าเขาถ้ำ แหล่งต้นน้ำของแม่น้ำตราด ซึ่งมีพื้นที่ราว 3,000 ไร่ ป่าซึ่งมีพื้นที่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว และพื้นที่ทหาร ชุมชนได้ทำข้อตกลงกับกรมป่าไม้ว่าจะกันไว้เป็นป่าที่ให้ชุมชนร่วมดูแล

ปี 2545 หน่วยงานอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้วได้เข้ามาปักแนวเขตเพื่อขยายพื้นที่ในการอนุรักษ์ ชาวบ้านเดิมขัดใจกับการทำงานของสวนป่าอยู่แล้ว ก็เกิดการกระทบกระทั่งกัน แต่ก็สามารถเจรจาหาข้อยุติได้ในที่สุด จึงทำให้การทำงานป่าชุมชนดำเนินต่อไปได้ ต่อมาทางสถานีตำรวจภูธรตำบลด่านชุมพล ได้ประสานงานกับศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคตะวันออก ให้เข้ามาช่วยสนับสนุนด้านการเรียนรู้ เพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานของชาวบ้าน ด้วยฐานการรวมตัวที่เข้มแข็งของชุมชน ผ่านการพูดคุยในพื้นที่เพียง 2-3 เดือนก็สามารถเขียนเอกสารโครงการร่วมกัน เพื่อขอการสนับสนุนทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จึงเป็นจุดเริ่มของการทำวิจัยโดยชาวบ้านภายใต้ชื่อโครงการ "การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าเขาถ้ำอย่างยั่งยืน บ้านคลองแสง ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ จ.ตราด ระยะที่ 1" มีเป้าหมายเพื่อหาแนวทางในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าเขาถ้ำ

หลังจากการมีส่วนร่วมในการวิจัย ชุมชนจึงร่วมกันร่างกฎระเบียบในการดูแลป่าและการแบ่งโซนพื้นที่ การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน เนื่องจากป่าผืนนี้ นอกจากจะมีพืชป่าสมุนไพรมากมายแล้ว ยังอุดมด้วยหวายหลากหลายสายพันธุ์ และหวายก็เป็นพืชวัตถุดิบสำหรับการจักสาน งานฝีมือที่เป็นรายได้เสริมของชาวบ้าน

ระเบียบในการดูแลป่ามี ดังนี้

  • ห้ามตัดหวายที่มีความยาวน้อยกว่า 3 เมตร
  • ห้ามนำกล้วยไม้ทุกชนิดออกจากป่าอนุรักษ์เขาถ้ำ
  • ห้ามตัดไม้ในป่าอนุรักษ์เขาถ้ำ
  • ห้ามล่าสัตว์ป่าในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์เขาถ้ำ
  • ห้ามขยายพื้นที่ทำประโยชน์ในเขตป่าอนุรักษ์เขาถ้ำ และในพื้นที่ป่าชุมชนบริเวณพื้นที่ 3,000ไร่ ได้แบ่งเป็น พื้นที่ป่าอนุรักษ์ (พื้นที่ไข่แดง) สำหรับเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ จำนวน 200ไร่ พื้นที่ป่าฟื้นฟูจำนวน 800ไร่ และพื้นที่ป่าใช้ประโยชน์ จำนวน 2,000ไร่

ป่าเขาถ้ำเป็นที่พึ่งของชาวกะซอง-ซำเร แห่งบ้านคลองแสงมาหลายชั่วอายุคน ก่อเกิดเป็นองค์ความรู้การอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่า แต่ผู้คนที่นี่ก็ผ่านประสบการณ์ร้ายๆ มานาน ทำให้ชีวิตเรียบง่ายในป่าสะดุดหยุดหายไปพักใหญ่

แต่บัดนี้ อดีตอันงดงามกำลังกลับมา

"หวาย" ในป่า

พืชประเภทหวาย มีคุณสมบัติพิเศษ คือมีความอ่อนตัว ทว่าเหนียว จึงสามารถนำไปใช้ดัดให้เป็นรูปทรงอิสระได้ระดับหนึ่ง ความเหนียวของหวายช่วยรับน้ำหนักได้ดี จึงกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญในการทำข้าวของเครื่องใช้ โดยเฉพาะเครื่องเรือน หวายมีลำต้นขนาดเท่ากัน ผิวเป็นมัน ขนาดของลำต้นมีตั้งแต่ 3-60มม. ความยาวแล้วแต่สภาพแวดล้อม
หวายมีหลายชนิด อาทิ

หวายหางหนู หรือ หวายตะค้าทอง เปลือกผิวสีเหลือง มีความเหนียว เส้นเท่าๆ กัน เป็นหวายเส้นเล็กมีขนาด 10 -15 เมตร เลื้อยตามต้นไม้ ขึ้นในป่าทึบที่มีความชื้น ใช้ลำต้นแก่จัดอายุ 6-7 ปี นำมาดัดทำลายลูกกรง หรือผ่าเป็นเส้นเล็กๆ รีดเป็นเส้นบางๆ เพื่อจักสาน หรือร้อยรัดเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน

หวายน้ำ เป็นหวายเส้นใหญ่กว่าหวายหางหนู ลำต้นกลมขนาดราวนิ้วก้อย ความยาว 8-10 เมตร ชอบขึ้นตามริมน้ำ เช่น แม่น้ำชี แม่น้ำมูน ใช้ทำโครงสร้างงานจักสาน หรือจักตอกเป็นเส้น

หวายนิ่ม เปลือกสีผิวมันวาวคล้ายหวายตะค้าทอง ลำต้นยาวเสมอกัน ขนาดเท่ากับหวายน้ำซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 -15 มม. แต่มีลำต้นยาว 10-50 เมตร ขึ้นในป่าดิบ ใช้ทำโครงสร้างงานจักสาน มีความอ่อนตัว ดัดง่าย แต่เนื้อเหนียว

หวายขยายพันธุ์ได้ทั้งเมล็ดและหน่อ ยิ่งตัดต้น หน่อยิ่งออก ถ้าขยายพันธุ์ด้วยหน่อจะสามารถขยายพันธุ์ได้เร็วกว่าการเพาะเมล็ด

ชื่อชุมชน
:
ชมรมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าเขาถ้ำบ้านคลองแสง
22/1 หมู่ 3 บ้านคลองแสง ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ จ.ตราด 23140
ผู้ประสานงาน
:
นายวิเชียร เอกนิกร (ประธานกลุ่ม)
โทร. 089 246 3652
ประชากร
:
45 หลังคาเรือน ประชากร 177 คน

กิจกรรม :

  • อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าเขาถ้ำ
  • ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ทำวิจัยชุมชน
  • ร่วมกันร่างกฎระเบียบในการดูแลป่าและการแบ่งโซนพื้นที่ การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

ผลสำเร็จ :

  • ชุมชนเกิดความสามัคคี ช่วยกันแก้ปัญหา โดยเริ่มจากปัญหายาเสพติด และนำมาสู่การฟื้นฟูสภาพป่าเขาถ้ำ
  • ชุมชนเรียนรู้กระบวนการสังเคราะห์ปัญหา ด้วยวิธีวิจัยแบบพื้นบ้าน
  • แหล่งอาหารของชุมชนได้รับการฟื้นฟู โดยเฉพาะป่าหวาย ที่เป็นพืชรายได้ที่ชาวบ้านใช้ในการจักสาน

กลับหน้า ประจำปี 2550