ประเภทความเรียงเยาวชน

ตามรอยพระราชดำริ
นางสาวอริสา ข่วงทิพย์

จากกระแสพระราชดำรัสของในหลวงที่พระราชทานพระราชดำริให้ประชาชนชาวไทย รู้จักการพึ่งพาตนเอง มีวิถีชีวิตแบบพอเพียงนั้น ถ้าใครสามารถปฏิบัติตามได้ก็จะทำให้มีชีวิตที่มีความสุข ครอบครัวฉันเองก็มีความตั้งใจที่จะตามรอยพระราชดำรินั้น ฉันจะเล่าให้ฟังว่าครอบครัวของฉันตามรอยพระราชดำริอย่างไร

ครอบครัวของฉันเป็นครอบครัวเล็กๆ มีเพียง พ่อ – แม่ ตัวฉันและน้องสาว พ่อกับแม่ทำนาเลี้ยงฉันกับน้องมาจนโต ตั้งแต่จำความได้ก็จะเห็นพ่อแม่ไม่เคยอยู่เฉยๆ ท่านสอนให้เรารู้จักประหยัดและฝึกให้ฉันกับน้องช่วยงานบ้านเท่าที่จะทำได้

บางครั้งฉันกับน้องก็จะช่วยกันให้อาหารปลาดุกที่เลี้ยงไว้ในบ่อพลาสติกข้างบ้าน หรือตักน้ำรดผักที่แม่กับฉันช่วยกันปลูกไว้ ผักเหล่านี้ช่วยให้ครอบครัวของฉันไม่เสียเวลาหรือค่าน้ำมันไปซื้อผักมากิน หน้านาฉันกับน้องก็จะไปช่วยพ่อกับแม่ทำงานในนา

การทำนาของพ่อกับแม่จะเริ่มต้นตั้งแต่การไถดะ เพื่อเตรียมแปลงนาให้พร้อมที่จะหว่านเมล็ดพันธุ์ทำเป็นต้นกล้าและเตรียมแปลงเพื่อเพาะปลูกต่อไป เพื่อนบ้านบางคนเก็บเกี่ยวข้าวในนาเสร็จแล้วก็จะเผาตอซังหรือตอเฟืองเพื่อเป็นปุ๋ย แต่พ่อฉันไม่เผา เพราะเป็นการทำลายธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตที่อยู่หน้าดิน นอกจากนี้พ่อยังนำเอาแกลบหรือปุ๋ยคอกมาวางเป็นกองๆ ในนา พอฝนแรกตก ดินชุ่มน้ำพ่อก็จะไถ เพื่อพลิกหน้าดินสลับกันให้ปุ๋ยแกลบและกินได้คลุกเคล้ากับหญ้า หรือตอซังข้าวที่ถูกกลบทับเน่าเปื่อยย่อยสลาย

วันแรกของการเริ่มดำนา พ่อกับแม่จะเลือกวันที่เป็นมงคล ซึ่งส่วนมากจะเป็นวันพุธหรือวันศุกร์ ก่อนจะลงปักดำ ปู่ ย่า ตา ยายหรือผู้ใหญ่ที่เรานับถือหรือเจ้าของนาจะนำสิ่งของไปให้ผีตายแฮก (ผีนา) คือ หมาก 4 คำ ยาสูบ 4 กอก (มวน) แล้วจึงจะเอาต้นกล้าที่เตรียมไว้ไปปักดำก่อน 9 ต้นเพื่อเป็นศิริมงคล

ในตอนเย็นๆ หน้านาเป็นช่วงที่สนุกมากเพราะฉันจะได้วิ่งเล่นไล่จับกับน้องในทุ่งนาที่มีน้ำขัง ก่อนจะถึงเวลาอาหารกลางวันแม่จะให้ฉันกับน้องไปตลาดหากับข้าว โดยที่ฉันกับน้องไม่ต้องใช้เงินหรือถือตะกร้าหรือถุงหูหิ้ว ใช้เพียงคุถัง สวิงหรือข้องแทน อาหารที่ฉันไปเลือกจากตลาดทุ่งนามีหลายอย่าง เช่น ปลาซิว กุ้งฝอย บางครั้งโชคดีก็จะได้ปลาตะเพียนหรือปลาซ่อน ปลาหมอด้วย บางครั้งฉันกับน้องก็ได้ปูนาก้ามโตๆ มาด้วย ปูนาเหล่านี้พ่อบอกว่ามันกัดกินข้าวที่เราปลูกไว้ทำให้ต้นข้าวตาย เวลาฉันไปตลาดฉันจะได้อะไรกลับมาให้แม่ทำกับข้าว

พ่อกับใครอีกหลายคนนิยมกำจัดหอยเชอรี่ด้วยการเก็บหอยใส่ในถุงปุ๋ย แล้วเอาไปขายให้คนเลี้ยงเป็ด ซึ่งเขาจะนำไปบดผสมอาหารอย่างอื่น เป็ดที่กินหอยเชอรี่เป็นอาหารจะได้ไข่ฟองโต ไข่แดงก็จะน่ากิน ส่วนปูนาพ่อจะให้ฉันกับน้องไปเก็บใส่ถังเอามาทำอาหารกินหรือดองไว้ใส่ส้มตำก็อร่อยมาก

ตลาดกลางทุ่งนาของฉันยังมีอาหารประเภทผักอีก บางครั้งฉันจะพาน้องเดินไปตามลำห้วย ถือเอาเสียม สวิงและกะหยังไปด้วยเพื่อจะได้ช้อนกุ้งและปลาตามลำห้วยมาให้แม่แกงหรือทำอาหารอย่างอื่น ลำห้วยบางตอนจะมีกอไผ่ขึ้นหนาแน่น ฉันจะใช้เสียมแซะเอาหน่อนางดินคือ หน่อไม้ที่ยังไม่โผล่พ้นดินขาวอวบน่ากินให้น้องเก็บใส่กะหยัง บางครั้งก็จะเก็บเอาผักที่อยู่ตามทุ่งนาติดมือกลับมา เช่น ผักบุ้ง ผักกะเฉด ผักพาย ฯลฯ ผักเหล่านี้แม่จะให้ฉันล้างน้ำสะอาดหลายๆ น้ำเพื่อล้างไข่พยาธิที่อาจจะติดมากแล้วจึงนำไปลวก นึ่งหรือแกงตามแต่จะอยากกิน ถ้ากินสดๆ แม่จะเอาน้ำมวกหรือน้ำแช่ข้าวเหนียวมาแช่ผักเพื่อล้างสารพิษหรือไข่พยาธิ แม่บอกว่าปู่ย่าตายายสอนไว้ พอโตขึ้นฉันอดคิดไม่ได้ว่าปู่ย่าตายายของเราช่างเก่งและฉลาดจริงๆ ที่เอาของง่ายๆ ในครัวเรือน ไม่ต้องซื้อหาไม่มีสารพิษมาช่วยล้างสารพิษช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของเราได้อย่างวิเศษ

ในฤดูทำนายังมีสิ่งหนึ่งที่ฉันชอบมากก็คือ การละวานหรือวานญาติพี่น้องมาช่วยดำนาตามแต่ว่านาของใครจำเป็นต้องปักดำก่อน เมื่อเขามาช่วยเราพอนาของเราเสร็จเราก็จะไปช่วยเขาตอบแทน ที่ฉันชอบอีกอย่างก็คือ บางครั้งญาติหรือเพื่อนบ้านเหล่านั้นจะพาลูกหลานวัยเท่าๆ ฉันกับน้องมาด้วย ทำให้ได้เพื่อนเล่นมากขึ้น เราพากันไปหาของกิน เช่นไปเก็บลูกตะขบสีแดงๆ ดำๆ หวานอร่อยหรือลูกสมอมาจิ้มพริกเกลือกิน พ่อจะบอกเสมอว่าเวลาไปเก็บอะไรมากินให้เลือกลูกโตหรือแก่พอที่จะกินได้และต้องกินให้หมดอย่ากินทิ้งกินขว้าง

พอข้าวที่เราปลูกเริ่มตั้งตัวได้ พ่อจะเดินตรวจดูในแปลงข้าวว่ามีวัชพืชขึ้นแซมหรือเปล่า พ่อไม่ใช้ยาปราบวัชพืชเลย พอข้าวโตได้ระยะหนึ่งพ่อก็จะใส่ปุ๋ย ซึ่งเป็นปุ๋ยที่พ่อทำขึ้นมาเองคือปุ๋ยหมัก โดยใช้พืชที่มีสรรพคุณทางยา เช่น ตะไคร้เครื่อง ใบสะเดา ใบสาบเสือ พ่อจะนำพืชเหล่านี้มาหมักกับปุ๋ยคอก เศษหญ้า ใบไม้อื่นๆ ปุ๋ยที่เราทำเองจะช่วยกำจัดแมลง บำรุงดินบำรุงข้าวและไม่ทำให้ดินแข็ง สภาพแวดล้อมเสียหาย

วิธีการใส่ปุ๋ยของพ่อแบ่งการใส่เป็นระยะๆ ครั้งที่ 1 หลังปักดำ 7 – 10 วัน ครั้งที่ 2 ใส่ปุ๋ยข้าวแต่งหน้าระยะข้าวตั้งท้องหรือ 30 วันก่อนข้าวออกดอก แต่ก็มีบางปีที่น้ำมากเกินไปทำให้ที่นาบางแห่งของเราได้รับความเสียหายแต่พ่อก็ไม่เคยโทษธรรมชาติ พ่อบอกว่าธรรมชาติให้สิ่งที่ดีที่สุด

พอข้าวเริ่มตั้งท้องพ่อกับแม่ยิ่งดูแลมากขึ้นกว่าเก่า พอข้าวเริ่มตั้งท้องก็เหมือนคนที่กำลังท้องอ่อนๆ ต้องดูแลประคบประหงมให้ดียิ่งขึ้นไปอีก แต่ละวันพ่อจะคอยเดินตรวจตราดูแลแปลงข้าว

ประมาณเดือนพฤศจิกายนข้าวจะเริ่มทยอยแก่และสุกเต็มที่พร้อมที่จะเก็บเกี่ยวได้ พ่อกับแม่มีงานหนักที่จะต้องทำ ฉันและน้องก็จะช่วยเต็มที่เท่าที่ทำได้ เช่น ช่วยขนมัดข้าว ช่วยปัดกวาดลานนวดข้าว บางปีถ้าข้าวที่จะเก็บเกี่ยวมีมากและแก่พร้อมๆ กัน พ่อก็จะไปบอกละวานเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องมาช่วย

เมื่อขนข้าวขึ้นลานจนเสร็จก็จะถึงตอนที่จะต้องฟาดข้าว ในเวลากลางวันพ่อกับแม่ก็จะช่วยกันไปเรื่อยๆ พ่อจะเป็นคนนอนเฝ้ากองข้าวโดยจะทำตูบซึ่งมุงด้วยฟางข้างๆ ลานนวดข้าว เพื่อนบ้านของเราบางคนจะใช้เครื่องสีสีเอาเมล็ดข้าวออกแต่พ่อไม่ทำ พ่อบอกว่าหนวกหูและเหม็นกลิ่นน้ำมันและกลัวจะเป็นโรคปอดฝุ่นจากเครื่องสีข้าว ดังนั้นบ้านของฉันจึงใช้วิธีฟาดข้าวมาโดยตลอด

เมื่อฟาดข้าวเสร็จแล้วแม่จะใช้กระด้งฟัดให้เศษฟางข้าวและเศษสิ่งสกปรกต่างๆ ปลิวออกไป ก่อนจะใช้พลั่วตักเมล็ดข้าวสาดขึ้นไปกองเป็นกองสูง ปีไหนกองข้าวสูงมากพ่อกับแม่ก็จะยิ้มแทบจะไม่หุบ

เมื่อทุกบ้านขนข้าวขึ้นยุ้งขึ้นฉางแล้วในหมู่บ้านของฉันจะมีบุญสำคัญที่ทำกันมาทุกปี นั่นก็คือบุญกองข้าว ซึ่งจัดที่วัดในหมู่บ้าน โดยทุกบ้านจะนำข้าวเปลือกมาร่วมบริจาคตามศรัทธา ตอนเด็กพ่อกับแม่จะให้ฉันไปด้วยทุกครั้ง

พอตกตอนเย็นทุกคนก็จะอาบน้ำแต่งตัวมาฟังเทศน์ที่วัด พระท่านจะเทศน์ถึงอานิสงส์ของการถวายข้าวเปลือก เป็นการย้ำและบอกว่าการถวายข้าวเปลือกร่วมทำบุญเป็นการทำดีแล้วและหลังจากนั้นก็จะมีมหรสพสมโภช เช่น หมอลำ ภาพยนตร์ ชาวบ้านก็จะหอบลูกจูงหลานมานั่งชมนั่งฟัง พอรุ่งเช้าก็จะถวายภัตตาหารพระภิกษุ

พอหมดหน้านาพ่อของฉันจะไปทำไร่ปลูกมันสำปะหลังขายซึ่งก็จะเหมือนครอบครัวอื่นๆ ในหมู่บ้านของเรา ส่วนแม่และแม่บ้านคนอื่นๆ ก็จะทอผ้าขายทำให้ครอบครัวเรามีเงินเก็บและมีเงินจับจ่ายใช้สอยเมื่อถึงคราวจำเป็น

ฉันรู้สึกถึงความโชคดีที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อและแม่ ได้เกิดมาในหมู่บ้านที่ยังยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีที่เคยมีมาแต่อดีต ทุกคนในหมู่บ้านใช้ชีวิตที่มีความพอเพียงถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน มีความรักความผูกพันและเอื้ออาทรกันระหว่างคนกับธรรมชาติ แม้ครอบครัวของฉันจะเป็นเพียงครอบครัวเล็กๆ แต่ฉันก็ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ดำเนินชีวิตตามรอยพระราชดำริในหลวง