|
ประเภทกลุ่มเยาวชน
ชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมโรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก
นักปลูกป่า...ผู้รักษาทะเลขลุง
บุบผาทิพย์ แช่มนิล
ผู้นำกลุ่มรักษ์เขาชะเมา จังหวัดระยอง
คณะทำงานภูมิภาค ภาคกลาง-ตะวันออก

ในวันนี้
ชายฝั่งทะเลตะวันออกด้านทะเลขลุงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างช้าๆ
เนื่องเพราะมีมือเล็กๆ ที่เป็นสมาชิกของชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมโรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก
ได้ร่วมกันตั้งหน้าตั้งตาปลูกป่าชายเลนกันต่อไป จากรุ่นสู่รุ่น ปีแล้วปีเล่า
ด้วยความมุ่งหวังว่าสักวันหนึ่ง เมื่อกล้าไม้ทุกกล้าเติบโตขึ้นมา เมื่อนั้น
ความสมบูรณ์ของทะเลขลุงจะกลับฟื้นคืนมาอีกครั้ง
จากคำบอกที่เล่าขานสืบกันมา
"ขลุง" เป็นภาษาเขมร แปลว่า "ที่ลุ่ม" และที่ลุ่มแห่งนี้ยังมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
เพราะเป็นส่วนหนึ่งของที่ลุ่มแม่น้ำเวฬุ ลุ่มน้ำสำคัญของชายฝั่งทะเลตะวันออก
ที่สำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมได้เสนอคณะรัฐมนตรี จนได้รับการเสนอชื่อให้ประกาศเป็นลุ่มแม่น้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติด้วย
แต่ถ้าย้อนหลังกลับไปเมื่อประมาณ
ปี 2535 ที่ลุ่มชายฝั่งแถบนี้เต็มไปด้วยความหวังใหม่ด้านการลงทุนทางเศรษฐกิจ
"นากุ้ง" คือคำตอบของการได้มาซึ่งเงินทองมากมาย การเปลี่ยนพื้นที่ป่าชายเลนเป็นนากุ้งกลายเป็นขบวนการขนาดใหญ่อย่างไม่มีใครนึกถึงความเสื่อมที่จะตามมา
แต่ต่อมาไม่นานนัก ผลพวงของหลังเศรษฐกิจยุคฟองสบู่แตก พื้นที่ที่เคยรุกล้ำป่าชายเลนแถบทะเลขลุง
กลับกลายเป็นนากุ้งที่ล่มสลาย ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของความร่ำรวยในอดีตและคราบน้ำตาของเจ้าของกิจการ
รวมทั้งสภาพสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมทรามลงอย่างน่าสลดใจ
ก่อกำเนิด...เกิดนักปลูกป่า
ปี
2537 เริ่มเกิดแนวคิดเรื่องการฟื้นฟูป่าชายเลนโดยโรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก
โรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ในเขตอำเภอขลุง จังหวัดระยอง ได้เริ่มก่อตั้งชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
ที่มีอาจารย์เนตรนภิส เหสุขสวัสดิ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาและดูแล โดยการเสนอเป็นแผนงานของโรงเรียน
ซึ่งนักเรียนทุกคน จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ
ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยต้องผ่านการเป็นสมาชิกชมรมสิ่งแวดล้อมทุกคน
จวบจนเลื่อนชั้นขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จึงจะได้แยกไปตามชุมนุมที่ตนสนใจ
และมีชุมนุมอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม คอยรองรับสมาชิกผู้ที่ให้ความสนใจกับงานด้านการอนุรักษ์เป็นพิเศษ
เพราะผู้ที่สมัครเข้ามาอยู่ในชุมนุมฯ นี้จะได้เรียนรู้กิจกรรมต่างๆ
เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการปลูกป่า การเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์พลังงาน
รวมทั้งทำหน้าที่ในการเผยแพร่ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมให้เพื่อนๆ ในโรงเรียนและชุมชนรอบๆ
โรงเรียนได้รับรู้อีกด้วย
ในครั้งแรกของการก่อตั้งชมรม
ฯ มีนักเรียนขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เข้าร่วมกิจกรรมของชมรมประมาณ
100 กว่าคน กิจกรรมปลูกป่าฟื้นฟูธรรมชาติเป็นกิจกรรมที่ชมรมฯ เลือกกระทำ
โดยมีการประสานงานกับหน่วยจัดการป่าชายเลนที่ จบ.1 สังกัดกรมป่าไม้
(ปัจจุบัน คือสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 3 (ขลุง) สังกัดกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง)
ปลูกป่าชายเลนจำนวน 250 ไร่ (แปลงปลูกป่า FPT 14) ในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในวโรกาสครองราชย์ปีที่ 50 เป็นการนับหนึ่งของชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
โรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก
สืบทอด...สืบสานจากรุ่นสู่รุ่น
นับเป็นเวลา
10 ปีแล้ว ที่ชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมโรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก
ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกิจกรรมด้านการปลูกป่าชายเลน
ดูแลรักษาพันธุ์ไม้ที่ปลูกและกิจกรรมต่างๆ ที่ปฏิบัตินั้นจะใช้วิธีสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
"ผมเริ่มเข้าชมรมฯ
ตอนอยู่ชั้น ม.4 ก็ได้รับความรู้เรื่องป่าชายเลน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลูกป่าหรือการดูแลสิ่งแวดล้อมในป่าชายเลน
โดยจะมีรุ่นพี่ๆ คอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลพวกเรา พอขึ้นชั้น ม.5 ก็เลยเลือกอยู่ชุมนุมอนุรักษ์ฯ
ต่อ เพราะตอนที่ไปปลูกป่าชายเลนได้เห็นความร่วมมือของชาวบ้าน มันเป็นภาพที่ประทับใจมาก
อีกอย่างการปลูกป่าชายเลนจะมีความยากลำบากเยอะ อุปสรรคมาก เพราะต้องลุยโคลน
ลุยเลน และต้องรู้เวลาน้ำขึ้นน้ำลง จึงรู้สึกว่าการปลูกป่าชายเลน มีคุณค่ามาก
กว่าจะปลูกได้ต้องใช้ความพยายามมาก แต่เห็นพวกพี่ๆ เขายังทำได้ เลยคิดว่าพวกเราต้องทำต่อไป"
วีรชัย ใจกว้าง อดีตประธานชมรมฯ ปี 2546 ถ่ายทอดความรู้สึก ปัจจุบัน
วีรชัยจบจากที่นี่ไปแล้ว และแม้จะไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว
เขาก็ยังกลับมาร่วมกิจกรรมของชมรมฯ อยู่เป็นประจำ เพราะต้องกลับมาให้ความรู้กับน้องๆ
สืบต่อไปเหมือนรุ่นพี่ๆ
ส่วนสมาชิกรุ่นปัจจุบันอย่างนายธีระยุทธ
ริมแจ้ง ก็กล่าวถึงความรู้สึกในการเข้าร่วมกิจกรรมกับชมรมฯ อย่างชัดเจนว่า
"การมาเป็นสมาชิกชมรมฯ ทำให้เห็นความสำคัญของป่าชายเลนมากขึ้น
ผมได้เพื่อนใหม่จากโรงเรียนอื่น เวลามีกิจกรรมร่วมกัน ได้รู้วิถีชุมชนรอบๆ
โรงเรียนด้วย และที่สำคัญยังได้ร่วมแนะนำชาวบ้านเรื่องการดูแลป่าชายเลนไม่ให้ถูกบุกรุกด้วย
เพราะสมาชิกของเราจะทำกิจกรรมให้ความรู้โดยผ่านเพื่อนๆ ในโรงเรียนให้ไปบอกพ่อแม่ของพวกเขา
จะได้เข้าใจ และเกิดจิตสำนึกในการเลิกบุกรุกป่าชายเลนอีกด้วย"
ประสานภาคีความร่วมมือกับหน่วยงานและชุมชนเพื่อความหวังในอนาคต
ในการทำงานของสมาชิกชมรมฯ
นั้น นอกจากทำงานกับสมาชิกในรั้วโรงเรียนแล้ว อย่างหนึ่งที่เป็นความร่วมมืออย่างเหนียวแน่น
คือการประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ด้านทรัพยากรชายฝั่งคือ สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่
3 (ขลุง) โดยได้รับคำยืนยันจากนายปรีชา ยวงเงิน หัวหน้าสถานีฯ ถึงความร่วมมือกันอย่างจริงจังว่า
"หลังจากที่ทางชมรมฯ ได้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพป่าชายเลนที่เคยเสื่อมโทรมได้รับการฟื้นฟูมากขึ้น
และตอนนี้ชุมชนเองก็มีความตื่นตัวมากขึ้นโดยเฉพาะชาวบ้านแถบบางชัน
พวกผู้ใหญ่เวลาเห็นเด็กๆ โดยเฉพาะลูกหลานตนเองมาตั้งใจทำกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมกัน
ก็ทำให้เกิดความสำนึกว่าถึงเวลาที่ต้องร่วมกันดูแลแล้ว"
ส่วนความร่วมมือกับชุมชนไม่ว่าจะเป็นเขตตำบลบ่อ
ตำบลบางชัน หรือตำบลเกวียนหักนั้น ได้จัดโครงการปลูกป่าประชาอาสา และจัดเวทีประชาคมเพื่อชี้แจงให้ช่วยกันดูแลป่าชายเลนในชุมชนแต่ละแห่งอีกด้วย
อย่างไรก็ตามปัญหาเรื่องพื้นที่ส่วนใหญ่ของชายฝั่งทะเลขลุงนั้นก็ยังคงถูกยึดครองโดยชาวบ้านทั้งในพื้นที่และต่างท้องถิ่น
สิ่งที่ชมรมฯ สามารถเข้าไปฟื้นฟูยังคงเป็นเพียงพื้นที่แปลงขนาดเล็กหรือใช้พื้นที่หาดเลนน้ำลด
แทน แต่จากการร่วมมือทำงานกันอย่างจริงจัง ก็เริ่มมีความหวังว่า วันหนึ่งป่าชายเลนฝั่งทะเลขลุงจะเกิดเครือข่ายในการดูแลทรัพยากรร่วมกัน
ป่าผืนใหญ่...เกิดได้ด้วยพลังเยาวชน
จากการทำงานอย่างมุ่งมั่น
10 ปีที่ผ่านไป ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก
สามารถปลูกป่าไปแล้วทั้งสิ้นจำนวน 980 ไร่ แปลงปลูกป่าทุกแปลงในปัจจุบัน
มีสภาพเป็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์ตามธรรมชาติระดับหนึ่ง ส่งผลทำให้เกิดห่วงโซ่อาหาร
ทำให้คนในพื้นที่โดยเฉพาะชาวประมงชายฝั่ง สามารถเก็บหาสัตว์น้ำได้ดีขึ้น
โดยเฉพาะมีการพบว่า "หอยนน" ซึ่งเป็นสัตว์น้ำที่ชาวบ้านบอกว่
าแสดงถึงความสมบูรณ์ของท้องทะเลได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง การบุกรุกป่าชายเลนก็น้อยลง
เนื่องเพราะชุมชนหันมาดูแลป่าชายเลนกันมากขึ้น เด็กนักเรียนในโรงเรียนขลุงรัชดาภิเษกเริ่มรับรู้ถึงประโยชน์ของป่าชายเลน
โดยเฉพาะพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตามคำบอกเล่าของภูมิปัญญาในชุมชน
ก่อให้เกิดโครงงานต่างๆ อาทิ การนำต้นจากมาวิเคราะห์ส่วนต่างๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์
เรียกว่า "โครงการจากครบวงจร" ที่มีทั้งผลิตภัณฑ์จากลูกจาก
เช่น แยมลูกจาก ลูกจากกวน การนำน้ำใบจากไปรักษาแผลให้ไก่ชน การนำงวงจากไปทำแส้ไล่แมลงวัน
เป็นต้น การทดลองวิทยาศาสตร์ในการทำยาหม่องจากดอกปอทะเล ยาหม่องจากเหงือกปลาหมอหรือการทำเจลล้างมือที่มีสีของปอทะเล
รวมทั้งสีของไม้ฝาดดอกแดง และใบโปรงที่นำไปทำผ้ามัดย้อม ก็ก่อให้เกิดความรู้มากมายสำหรับเด็กๆ
ในวันนี้
ชายฝั่งทะเลตะวันออกด้านทะเลขลุงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างช้าๆ
เนื่องเพราะมีมือเล็กๆ ที่เป็นสมาชิกของชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมโรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก
ได้ร่วมกันตั้งหน้าตั้งตาปลูกป่าชายเลนกันต่อไป จากรุ่นสู่รุ่น ปีแล้วปีเล่า
ด้วยความมุ่งหวังว่าสักวันหนึ่ง เมื่อกล้าไม้ทุกกล้าเติบโตขึ้นมา เมื่อนั้น
ความสมบูรณ์ของทะเลขลุงจะกลับฟื้นคืนมาอีกครั้ง
จึงเป็นความชอบธรรมอย่างยิ่งที่จะเรียกสมาชิกน้อยๆ ของชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมโรงเรียนขลุงรัชดาภิเษกว่า...นักปลูกป่า
ผู้รักษาทะเลขลุง
 
|
ชื่อกลุ่มเยาวชน
: ชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมโรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก
47 หมู่ที่ 4 ถนนสุขุมวิท ต.วันยาว อ.ขลุง จ.จันทบุรี 22110
โทร. 039 441 789
ผู้ประสานงาน : อาจารย์เนตรนภิส เหสุขสวัสดิ์
จำนวนสมาชิก : 200 คน
ลักษณะสมาชิก : นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของทุกปี
และรุ่นพี่ๆ ที่จบไปแล้ว
ระยะเวลาดำเนินงาน : ปี 2547-ปัจจุบัน
เกียรติประวัติ : โล่และเข็มทองคำเครื่องหมายโครงการปลูกป่าจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ปี 2545
กิจกรรม
:
- ปลูกป่าชายเลนจำนวน
980 ไร่
- ปลูกป่าบกร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น
- สานต่อโครงการรุ่งอรุณเรื่องการอนุรักษ์พลังงานกับสิ่งแวดล้อม
- เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้านสิ่งแวดล้อม
(นิทรรศการเคลื่อนที่)
- จัดค่ายสิ่งแวดล้อมสร้างจิตสำนึกปีละ
1 ครั้ง
|
กลับหน้า
ประจำปี 2548
|