ประเภทบุคคล

ลุงสงัด อินมะตูม
ตำนานคนปลูกป่าแห่งพรหมพิราม

สมัชชา สุวรรณโชติ
ส่วนปลูกป่าภาครัฐ สำนักส่งเสริมการปลูกป่าสาขาจังหวัดพิษณุโลก
คณะทำงานภูมิภาค ภาคกลาง-ตะวันตก

กว่า 25 ปีแล้ว ที่ลุงสงัด อินมะตูม ชายชราแห่งพรหมพิราม เดินเท้าไปดูแลต้นไม้ที่ปลูกไว้ในวัดต่างๆ ทุกวัน พื้นที่ป่าของลุงไม่ได้ใหญ่โต เพียง 36 ไร่ มีต้นไม้หลากหลาย 17 ชนิด ราว 5,000 ต้น และเพาะชำกล้าไม้ให้แก่ผู้คนเพื่อนำไปช่วยกันสร้างโลกสีเขียวกว่าหนึ่งแสนต้น โดยไม่เคยต้องการค่าตอบแทน ด้วยตระหนักว่าการปลูกต้นไม้ คือการทำบุญ

เกือบทุกวันเป็นเวลา 25 ปีมาแล้วที่ชายชราร่างเล็กแห่งบ้านท่าไชย ต.มะตูม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เข้ามาดูแลพื้นที่ของวัดท่าไชย ที่อยู่ใกล้บ้านเนื้อที่กว่า 30 ไร่ ตามสัจจะสัญญาที่ให้ไว้กับพระอาจารย์สาม พระหมอยาเจ้าอาวาสวัดท่าไชย เมื่อก่อนปี 2524 ลุงสงัด อินมะตูม ดูแลป่าวัดท่าไชยตามลำพังด้วยความสุข ความว่างเปล่า ไม่มีสิ่งตอบแทน ด้วยความคิดที่ว่า "ที่เป็นของวัด ป่าเป็นของพระราชินี" จากประสบการณ์ที่สร้างสม ลุงสงัด ทิดผู้คงแก่เรียนที่เคยบวชเรียนมาแล้ว 3 พรรษา ใช้วนวัฒนวิธีภูมิปัญญา พื้นบ้านดูแลป่าวัดท่าไชยและขยายพันธุ์ไม้ในกระป๋องนม สู่วัดใกล้เคียงและผู้สนใจทั่วไปปีละเป็นหมื่นต้น เป็นตำนานคนดูแลป่าวัดท่าไชย

หนุ่มท้องทุ่งพรหมพิราม

ชีวิตลุงสงัด อินมะตูม ชายชราวัย 85 ปี คนนี้ก็เหมือนชาวบ้านในละแวกนี้ มีพี่น้องท้องเดียวกัน 8 คน ขณะนี้เหลือเพียงลุงสงัดกับพี่น้อง 2 คน ในวัยเด็กได้เรียนหนังสือแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 (ป.3) จากโรงเรียนวัดมะตูมที่อยู่ใกล้บ้าน แล้วออกมาช่วยครอบครัวทำนาเลี้ยงควายเหมือนกับบรรพบุรุษ พออายุได้ 21 ปี ก็บวชทดแทนคุณพ่อ แม่ 3 พรรษา พรรษาแรกที่วัดไผ่ขอดอน อีกสองพรรษาที่วัดท่าไชยกับหลวงพ่อสาม ระหว่างบวชเรียนได้ตักตวงความรู้ทั้งทางโลกทางธรรม ความเป็นระเบียบ ความดีงาม ความลึกซึ้งในพระพุทธศาสนาจึงซึมลึกอยู่ในหัวใจลุงสงัด สึกออกมาแล้วได้รักชอบกับ นางสาวปั่น สาวงามในละแวกนั้น ต่อมาได้อยู่กินกันมีลูกด้วยกัน 11 คน แต่ถึงแก่กรรมในวัยเยาว์ 5 คน ยังเหลือ 6 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 4 คน ลุงสงัดทุ่มเททำงานหนักเพื่อครอบครัวทำงานทุกอย่าง ทำนา เลี้ยงควาย จับปลาขาย แม้กระทั่งหารายได้เสริมจากวงมังคละ ดนตรีพื้นบ้านของจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะหัวหน้าวงที่รับงานมีชื่อกระฉ่อนไปทั่วคุ้มทุ่งพรหมพิราม

เมื่อครอบครัวมีฐานะมั่นคงพออยู่พอกินและลูกๆ ช่วยตัวเองได้แล้ว ลุงสงัดขณะนั้นอายุใกล้ๆ 60 ปี จึงเข้าวัดอีกครั้งเพื่อศึกษาธรรมะที่เคยบวชเรียนและช่วยงานวัด เช่น ปัดกวาด ทำความสะอาดแผ้วถางวัชพืช เพราะหลวงพ่อสาม พระหมอยา เจ้าอาวาสวัดท่าไชยมีความรู้ความสนใจและรักต้นไม ้และก็มีพระลูกวัดอีกรูปหนึ่งมีวัตรปฎิบัติคล้ายๆ กัน ลุงสงัดจึงซึมซับความรู้สึก จนกระทั่งเอาจริงจังกับการปลูกต้นไม้ การเพาะต้นไม้และดูแลรักษาต้นไม้ในพื้นที่ของวัด โดยเฉพาะส่วนที่เป็นธรณีสงฆ์ที่บรรพบุรุษลุงสงัดถวายให้แก่วัดท่าไชย

ในที่สุดวันแห่งสัจจะสัญญาก็เกิดขึ้น เมื่อหลวงพ่อสาม เจ้าอาวาสวัดท่าไชยได้เรียกลุงสงัดมาพบแล้วบอกว่าท่านคงอยู่ได้ไม่นาน หากแม้นชีวิตหาไม่ ก็ขอลุงสงัดดูแลพื้นที่วัดท่าไชยให้มีป่ามีต้นไม้ต่อไปตราบเท่าจะทำได้ ด้วยสัจจะสัญญาระหว่างหลวงพ่อสามกับลุงสงัด ตำนานคนดูแลป่าวัดท่าไชยจึงเกิดขึ้นตั้งแต่บัดนั้น

คนปลูกป่าแห่งพรหมพิราม

วัดท่าไชยกับบ้านลุงสงัดอยู่ใกล้กันระยะไม่เกิน 150 เมตร การไปมาทุกๆ วันทำให้เสียเวลา ลุงสงัดจึงไปนอนในพื้นที่แล้วกลับมากินข้าวเช้าที่บ้าน ความเพลิน ความมุ่งมั่นให้พื้นที่วัดท่าไชยที่ตนดูแลให้เป็นป่าที่สมบูรณ์ ทำให้หลายครั้งลืมกินข้าวเที่ยง ข้าวเย็น งานครั้งแรกลุงคิดว่าจะทำอย่างไรกับพื้นที่วัดที่เป็นหลุมเป็นบ่อไม่ราบเรียบ มีผู้ใจดีมีฐานะข้างวัดเห็นความตั้งใจของลุงสงัดได้ออกเงินเป็นค่ารถไถ ปรับที่โดยเว้นต้นไม้เดิมหรือไม้พื้นถิ่น ที่ลุงสงัดบอกว่ามีมาตั้งแต่บรรพบุรุษส่วนใหญ่เป็นไม้สัก ไม้ยาง หลังจากนั้นลุงสงัดไปหากล้าไม้มาปลูก ที่ในส่วนที่เป็นที่ว่างจากสวนรุกขชาติสกุโณทยาน อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ได้มาจำนวนเล็กน้อย แต่ปลูกแล้วตายค่อนข้างมาก ไม่ได้ผล แล้วลุงสงัดพบว่ามีลูกไม้จำนวนมากมายที่ขึ้นอยู่ใต้โคนต้นไม้เดิม น่าจะถอนออกแล้วมาชำไว้ระยะหนึ่งให้แข็งแรง แล้วนำไปปลูก น่าจะดีที่สุด เพราะเป็นลูกไม้จากแม่ไม้พื้นเดิมที่มีความทนทานอยู่แล้ว ไม่ต้องไปหาจากที่อื่น ดังนั้นให้ติดดินเล็กน้อย แล้วห่อด้วยใบยางนา นำมาลงชำในกระป๋องนมแทนถุงพลาสติก รดน้ำจนกล้าไม้แข็งแรง แล้วนำไปปลูกในบริเวณที่ว่างเปล่า
ลุงสงัดจัดทำที่เพาะชำกล้าไม้หรือลูกไม้ในวัดท่าไชย บริเวณใกล้กับพื้นที่ตนดูแล แล้วก็มีภาระต้องหากระป๋องนมที่ใช้นับหมื่นๆ กระป๋อง มาเป็นที่เพาะชำกล้าไม้หรือลูกไม้ ลุงสงัดไปเสาะหากระป๋องนมจากร้านขายกาแฟ ร้านขายของชำ ที่ทิ้งขยะ ใครที่เห็นลุงเดินเก็บกระป๋องก็มักจะลงความเห็นว่าลุงสงัดเป็นคนบ้า

แต่กับลูกๆ โดยเฉพาะนางสางปรารมย์ อินมะตูม บอกว่า สิ่งนี้เป็นความสุขของพ่อ และก็เป็นการทำความดี
ลุงสงัดรวบรวมกระป๋องนมที่ใช้ภายในวัดท่าไชย พร้อมที่จะนำไปปลูกในปี 2524 จากนั้นก็เริ่มลงมือปลูกต้นไม้ ร่วมกับพระและเณรในวัดท่าไชย ปลูกไม้สักไปกว่า 4,000 ต้น ในพื้นที่ว่างเปล่า ปลูกเสร็จแล้วก็ต้องดูแล ยามหน้าแล้ง ลุงสงัดต้องไปหาบน้ำจากแม่น้ำน่านที่อยู่ใกล้ๆ วัด ไปรดต้นสัก หน้าฝนก็แผ้วถางวัชพืช เถาวัลย์รอบโคนต้น เฝ้าดูจนต้นไม้เจริญเติบโต ในระหว่างนั้นการเพาะชำกล้าไม้ในกระป๋องนมก็ยังทำต่อไป

สำหรับลุงสงัด การปลูกต้นไม้คือการทำบุญอย่างหนึ่ง เมื่อวัดท่าไชยเริ่มร่มรื่นด้วยแมกไม้ ลุงสงัดก็มีความคิดว่าน่าจะขยายพื้นที่สีเขียวอย่างนี้ไปยังวัดอื่นๆ ในอำเภอพรหมพิราม จึงได้ทำการแจกจ่ายกล้าไม้ไปยังวัดที่ต้องการ ที่สุด ก็ถึงกับหาบกล้าไม้ไปให้พร้อมวางปลูกให้เสร็จสรรพ อย่างเช่น วัดหลวงพ่อแดง วัดมะตูม วัดสุนทรประดิษฐ์ ใครมาเห็นแล้วต้องการกล้าไม้ ลุงสงัดก็แจกจ่ายไปไห้ฟรีๆ บางทีก็จำหน่ายต้นละ 3-5 บาท เพื่อมาเป็นค่าวัสดุ เฉพาะกล้าไม้อย่างเดียวก็ดูเหมือนลุงสงัดจะเพาะแจกชาวบ้านไปแล้วหลายหมื่นต้น

ในปี 2538 เกิดน้ำท่วมใหญ่ ต้นสักที่ปลูกไว้ตายเกือบหมด มีผู้มาขอซื้อไม้ตาย ลุงสงัดจำหน่ายได้เงินมา 7,000 บาท เอาเงินจำนวนนี้ถวายวัดท่าไชย สมทบสร้างฌาปนสถาน บทเรียนจากน้ำท่วมต้นสักตายครั้งนั้น ทำให้ลุงสงัดหันไปพิจารณาไม่อื่น เช่น ไม้ยางนา ไม่ประดู่ ไม้ตะเคียนทอง โดยเฉพาะไม้ยางนา ลุงสงัดบอกว่าโตเร็ว ทนต่อน้ำท่วม ลูกไม้มีอยู่เป็นจำนวนมากใต้โคนต้นแม่

ที่พักของลุงสงัดบริเวณพื้นที่ป่าวัดท่าไชย เป็นที่ที่พระเณรช่วยกันปลูกไว้ให้ลุงสงัดนอนค้าง มีลักษณะคล้ายๆ กุฎิพระ ลุงสงัดมาอาศัยนอนในระหว่างปี 2524-2538 หลังจากนั้น ก็กลับไปนอนบ้าน ห้องที่วัดจึงไว้คงเป็นที่พักผ่อนและเก็บวัสดุเท่านั้น ทั้งนี้เพราะการที่ลุงสงัดเคยป่วยเกือบปางตายถึง 3 ครั้ง โดยไม่มีใครรู้เห็น ลูกๆ จึงได้ขอร้องไม่ให้ไปค้าง หน้าห้องพักหรือกุฎิหลังนี้มีเสาธง ลุงสงัดจะเชิญธงชาติทุกวัน

"คงมีสักวันที่ทั้งสองล้นเกล้า เสด็จฯ โดยเครื่องบินผ่านมาทางนี้ พระองค์จะได้ดีใจที่ได้เห็นป่า" ลุงสงัด บอกเหตุผลอันสำคัญ

แม้จะอายุมาก แต่ลุงสงัดก็ยังรักษาระเบียบวินัยในการทำงานเหมือนสมัยยังหนุ่ม ลุงจะทำปฏิทินการทำงานตลอดปีไว้ นอกเหนือจากงานประจำวันก่อนที่ได้แก่การกวาดใบไม้ ฝุ่น บริเวณลานบ้านทุกเช้า และเอาคืนวัดท่าไชย เพราะถือว่าได้เหยียบย่ำเอาดินจากวัดมา และสวดมนต์ค่ำทุกคืนที่บ้าน

ส่วนภารกิจประจำที่ทำตลอดปี ในพื้นที่ของวัดท่าไชย ลุงสงัดกำหนดไว้ ดังนี้

มกราคม-กุมภาพันธ์ แผ้วถางวัชพืชในป่าวัดท่าไชยและดูแลกล้าไม้
มีนาคม ย้ายกล้าไม้จากใต้โคนต้นไม้เดิมลงเพาะชำในกระป๋องนม
เมษายน ดูแลพื้นที่ป่าและต้นไม้บำรุงรักษากล้าไม้
พฤษภาคม นำกล้าไม้ในกระป๋องนมไปปลูกเสริม แจกจ่ายกล้าไม้
มิถุนายน-กรกฎาคม ดูแลพื้นที่ป่าและต้นไม้ปลูกเสริมและแจกจ่ายกล้าไม้
สิงหาคม ดูแลพื้นที่ป่าและต้นไม้ปลูกเสริม
กันยายน-ธันวาคม ดูแลพื้นที่ป่าและต้นไม้

กว่า 25 ปีแล้ว ที่ชายชราแห่งพรหมพิราม เดินเท้าไปดูแลต้นไม้ที่ปลูกไว้ในวัดต่างๆ ทุกวัน พื้นที่ป่าของลุงไม่ได้ใหญ่โต เพียง 36 ไร่ มีต้นไม้หลากหลาย 17 ชนิด ราว 5,000 ต้น และเพาะชำกล้าไม้ให้แก่ผู้คน เพื่อนำไปช่วยกันสร้างโลกสีเขียวกว่าหนึ่งแสนต้น โดยไม่เคยต้องการค่าตอบแทน

ด้วยตระหนักว่า การปลูกต้นไม้ คือการทำบุญ

ชื่อ-นามสกุล : นายสงัด อินมะตูม
อายุ : 85 ปี
ที่อยู่ : 52 หมู่ 2 ต.มะตูม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก (รหัสไปรษณีย์)
การศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดมะตูม
ระยะเวลาทำงานด้านอนุรักษ์สิงแวดล้อม : 25 ปี (ปี 2524-ปัจจุบัน)

ผลงาน

  • ดูแลป่าวัดท่าไชย เนื้อที่ประมาณ 36 ไร่ ตั้งแต่ปี 2524
  • ปลูกเสริมป่าและดูแลต้นไม้เดิมและขยายพันธ์ไม้โดยใช้วนวัฒนวิธี ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ได้ผลอย่างยิ่งยวดอย่างไม่เหมือนใคร
  • ดูแลป่าวัดอื่นๆ ในอำเภอพรหมพิราม

เกียรติประวัติ

  • ปี 2536 รางวัลบุคคลดีเด่นในการร่วมปลูกต้นไม้โครงการคืนธรรมชาติสู่แผ่นดิน อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก
  • ปี 2548 โล่เกียรติคุณสาขาการส่งเสริมและพัฒนาป่าชุมชน กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กลับหน้า ประจำปี 2548