ประเภทสื่อมวลชน

ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
รุจน์ โกมลบุตร
ภาควิชาหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์
คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คณะกรรมการคัดเลือก รางวัลลูกโลกสีเขียว

ทำไมต้องมี "ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมฯ"

เราคนไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อยู่ในแวดวงด้านสิ่งแวดล้อมหรือไม่ คงจะพอคุ้นหูคุ้นตากับข่าวเหล่านี้มาบ้าง...ข่าวการล่าสัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวร (ปี 2516) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ "14 ตุลา16" และถูกนับเป็นข่าวสิ่งแวดล้อมสำคัญข่าวแรกของประเทศไทย การต่อต้านเขื่อนน้ำโจน (ปี 2529) ข่าวเผาโรงงานถลุงแร่แทนทาลั่มที่ภูเก็ต (ปี 2532 ) การคัดค้านเขื่อนปากมูล (ปี 2534) ฯลฯ

ข่าวเหล่านี้ คือตัวอย่างของ "ข่าวสิ่งแวดล้อม" ซึ่งเป็นผลงานของ "นักข่าวสิ่งแวดล้อม" แม้ว่าในระยะแรกๆ อาจจะไม่ได้รู้จัก หรือไม่ได้เรียกว่าเป็น "นักข่าวสิ่งแวดล้อม" อย่างชัดเจนนักก็ตาม การรวมตัวกันของนักข่าวเหล่านี้เริ่มจะมีตัวตนขึ้นจากการทำงานข่าวเรื่อง "เขื่อนปากมูล" โดยในระยะต่อมา ขอบเขตงานข่าวสิ่งแวดล้อมเริ่มขยายครอบคลุมถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมเมือง เช่น มลพิษ การจัดการน้ำเสีย การฝังกลบขยะ และกิจกรรมรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม

พวกเขาเหล่านี้ ล้วนต้องฝ่าฟันกับความยากลำบากในการทำข่าว ตั้งแต่การเข้าถึงแหล่งข้อมูล การต่อรองกับบรรณาธิการในการนำเสนอข่าวสู่ประชาชน การนำเสนอข่าวที่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคล หรือแม้แต่การทำเรื่องสิ่งแวดล้อมให้คนรู้สึกตระหนัก และเห็นเป็นเรื่องใกล้ตัว จนกระทั่งปี 2537 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนจาก Private Agency Collaboration in Thailand (PACT) จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการสำหรับนักข่าวสายสิ่งแวดล้อมขึ้น ณ จังหวัดกาญจนบุรี "ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมฯ" จึงได้เกิดขึ้น เพื่อเป็นเครือข่ายในการต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ เหล่านั้น โดยมีประธานชมรมฯ คนแรกคือ วสันต์ เตชะวงศ์ธรรม จากหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ส่วนประธานชมรมฯ คนถัดมาซึ่งเป็นคนปัจจุบันคือ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ จากนิตยสารสารคดี

วัตถุประสงค์
ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมฯ มีจุดประสงค์หลัก คือ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างนักข่าว เพราะข่าวสิ่งแวดล้อมมีความซับซ้อนและต้องอาศัยข้อมูลทางวิชาการ และหลักฐานอ้างอิงจำนวนมาก นอกจากนี้การรวมตัวกันเป็นชมรมฯ ยังเพิ่มอำนาจต่อรองของนักข่าวในการเข้าถึงข้อมูลและแหล่งข่าว โดยเฉพาะเรื่องที่กำลังอยู่ในความสนใจของสาธารณชน หรือเป็นประเด็นที่อ่อนไหว มีความขัดแย้งสูง และชมรมฯ ยังมีส่วนช่วยผลักดันให้บรรณาธิการข่าวให้ความสำคัญกับข่าวสิ่งแวดล้อมและนักข่าวสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย ซึ่งจะช่วยให้ข่าวสิ่งแวดล้อมได้รับการเผยแพร่สู่ประชาชนอย่างกว้างขวางมากขึ้น

พันธกิจ
จากจุดประสงค์ของชมรมฯ ข้างต้น นำมาซึ่งการพัฒนาเป็นพันธกิจของชมรมฯ ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพในการรายงานข่าวของนักข่าวสิ่งแวดล้อม และการเสริมสร้างความสำคัญของข่าวสิ่งแวดล้อมในกลุ่มผู้บริโภคสื่อ โดยการสร้างสรรค์ข่าวสิ่งแวดล้อมให้เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของคนในสังคม เพื่อให้เกิดความตระหนักในการดูแล ปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของสาธารณชนและสังคมโดยรวมในที่สุด

กิจกรรมชมรมฯ
กิจกรรมของชมรมฯ สามารถแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ได้ดังนี้
ประเภทแรก การพัฒนาศักยภาพของผู้สื่อข่าว ได้แก่ การจัดอบรมผู้สื่อข่าวทั้งผู้สื่อข่าวไทย และผู้สื่อข่าวจากต่างประเทศ นักศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ ในเรื่องทักษะการทำงานข่าวสิ่งแวดล้อม การจัดเสวนา การจัดลงพื้นที่ เพื่อเก็บข้อมูลไปทำข่าว เช่น ชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลน การจัดการป่าชุมชน ผลกระทบของโครงการชลประทาน

นอกจากนี้ยังทำหนังสือ "ข่าวเจาะ" (ปี 2547) เพื่อนำเสนอตัวอย่างและเทคนิคการทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนด้านสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนทุนแก่นักข่าวในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อรายงานข่าวสิ่งแวดล้อม และการจัดทำจุลสารรายเดือน "พิราบเขียว" เพื่อเป็นสื่อกลางการติดต่อระหว่างสมาชิก แหล่งทุนในการพัฒนาศักยภาพของผู้สื่อข่าวนี้ มาจากทุนสะสมเดิมของชมรมฯ และการสนันสนุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

อีกประเภทหนึ่งคือ การจัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ประชาชน ได้แก่ การจัดทำรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมประจำปี หรือ "เมื่อปลาจะกินดาว" เป็นพ็อคเกตบุ๊ครวมเรื่องสารคดีเชิงข่าวที่เขียนโดยผู้สื่อข่าวสิ่งแวดล้อม แจกจ่ายให้แก่ประชาชนผู้สนใจ ซึ่งดำเนินการเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี 2544 และการจัดรายการวิทยุ รายการวิทยุ "เพื่อโลกเพื่อเรา" ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 92.5 เมกกะเฮิร์ทซ ทุกวันเสาร์ เวลา 15.00-16.00 น. ซึ่งกิจกรรมการจัดการศึกษาแก่ประชาชนนี้ ได้รับการสนับจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ความท้าทายของชมรมฯ สู่อนาคต
ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมฯ เป็นชมรมขนาดเล็ก มีสมาชิกประเภทสามัญจำนวน 54 คน สมาชิกวิสามัญ (นักเขียนหรือผู้สื่อข่าวอิสระ) 23 คน แต่ด้วยคุณภาพและความทุ่มเทของสมาชิก และเจ้าหน้าที่ชมรมฯ เพียง 1 คน ทำให้ชมรมฯ มีความเข้มแข็ง สามารถพัฒนากิจกรรมต่างๆ ออกสู่สาธารณะเป็นระยะๆ จนเป็นที่ยอมรับแก่แวดวงวิชาชีพ และวิชาการ

เป็นที่ทราบกันดีว่า การรายงานข่าวสิ่งแวดล้อม เป็นกระบวนการที่มีความยุ่งยาก ซับซ้อน เนื้อหามักจะไปขัดแย้งผลประโยชน์เชิงนโยบายกับผู้มีอำนาจ และประชาชนยังมองเห็นเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องไกลตัว แต่ประเด็นเหล่านี้คือความท้าทายของผู้สื่อข่าว และชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมฯ ที่จะผลักดันภารกิจเหล่านี้ให้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางต่อไป

ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
(Thai Society of Environmental journalists, The Thai Journalists Association)

538/1 ถนนสามเสน เขตดุสิต กทม. 10300
โทรศัพท์ 02 243 8739, 02 668 9422 โทรสาร 02 668 7505
E-mail: thaisej@thaisej.org

กลับหน้า ประจำปี 2548