ประเภทกลุ่มเยาวชน

กลุ่มเยาวชนคนรักษ์ป่าเขาพระทอง
ต้นกล้า..นวัตกรรมของชุมชน

จากการติดตามพ่อแม่ไปร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ป่าของเด็ก 2-3 คน พัฒนามาสู่การจัดตั้งกลุ่มเยาวชนที่เปี่ยมประสบการณ์ จนสามารถเป็นผู้สมานฉันท์ ผ่อนแรงประเด็นร้อน และสืบทอดแผนงานของชุมชน

ตำบลเขาพระทอง จังหวัดนครศรีธรรมราช แม้ไม่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดของภาคใต้ แต่ก็สวยงามไม่น้อยหน้าเมืองไหนๆ เพราะมีภูเขาที่ทอดยาวเป็นฉากหลัง เรียงรายด้วยหมู่บ้านและสวนยางแน่นขนัดตรงด้านหน้า ส่วนทิวป่านั้นซ่อนตัวอยู่ในหลืบเขา

ชาวบ้านเล่าว่าก่อนที่จะมาเป็นตำบลเขาพระทอง ป่าแถวนี้เป็นพื้นที่สัมปทานป่า ชาวบ้านอพยพการรับจ้างพ่อค้ามาขนไม้ พอเห็นว่าดินดำน้ำชุ่มจึงพากันตั้งบ้านเรือนอยู่ หลังจากนั้นก็มีญาติพี่น้องอพยพตามมาเรื่อยๆ ตอนนั้นป่ายังอุดมสมบูรณ์อยู่มาก น้ำในห้วยไหลตลอดทั้งปี ต้นเนียง สะตอ ยืนต้นตระหง่านเต็มป่า

ปี 2516 พื้นที่ป่ากลายเป็นที่ซ่อนตัวของพรรคคอมมิวนิสต์ การแย่งชิงมวลชนตลอดจนการปราบปราม การผลักดันให้ชาวบ้านเปิดป่า เพื่อช่วยลดพื้นที่กบดานของสมาชิกพรรคฯ ทำให้ป่าเปิดมากขึ้น และเมื่อยุทธการปราบปรามยุติลง ป่าผืนนี้ก็ถูกทิ้งร้าง เหลือแต่ร่องรอยความเสื่อมโทรม

ปี 2522 เหตุการณ์เริ่มสงบ ชาวบ้านบางส่วนที่เคยอพยพหนีความวุ่นวายกลับเข้ามาใหม่ พร้อมๆ กับสัมปทานป่าไม้ที่กลับเข้ามาด้วย แต่คราวนี้ชุมชนไม่เห็นด้วย มีการทำหนังสือไปยังเจ้าหน้าที่ภาครัฐเพื่อให้ยกเลิกสัมปทาน เพราะสภาพป่าเสื่อมโทรมมากแล้ว รัฐบาลเห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่กระแสอนุรักษ์ที่สะพรั่งในช่วงปี 2533 ทำให้ชาวบ้านลำบากกว่าเก่า เพราะมีการประกาศเขตพื้นที่อุทยาน ซ้อนทับพื้นที่ทำกินเดิมของชาวบ้าน ความแน่นอน...คือความไม่แน่นอน

ในปี 2535 ผู้ใหญ่บ้านเริ่มรู้สึกถึงความไม่แน่นอนในนโยบายต่างๆ ของภาครัฐ ประสบการณ์ที่ได้ยินจากหมู่บ้านอื่นๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ทำกินทับซ้อนที่อุทยานทำให้มีความพยายามจะตั้งองค์กรเพื่อการอนุรักษ์ขึ้น โดยชื่อว่า “ชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเขาพระทอง” แต่ความตั้งใจไม่เป็นผล เพราะทางการแจ้งว่าการทำงานซ้ำซ้อนกับภาครัฐที่มีอยู่แล้ว
และการตัดไม้ทำลายป่าก็ยังดำเนินต่อไป

ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

เมื่อไม่สามารถตั้งกลุ่มที่มุ่งหวัง ขณะที่การทำลายก็ยังมีอยู่ ในปี 2541ชาวบ้านก็หาทางออกด้วยการจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ขึ้นใหม่ คราวนี้เจาะจงไม่ให้ซ้ำซ้อนว่าจะดูแลป่าต้นน้ำ ภาครัฐเห็นด้วยและช่วยหาทางออกให้โดยจัดตั้งกลุ่มชื่อว่า “กลุ่มป่าต้นน้ำ” แต่การดำเนินงานก็ขลุกขลักเพราะในปี 2543 ทางอุทยานได้จัดทำการปักแนวเขต เพื่อผลักดันให้ชาวบ้านออกนอกพื้นที่เขตอุทยาน สร้างความขัดแย้งขึ้นอีกระลอกจนต้องหาข้อยุติ

หลังจากการหารือร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายมีมติว่า “คนกับป่า” อยู่ด้วยกันได้ แต่ต้องมีกฎกติกา คือ ไม่บุกรุกป่าเพิ่ม และต้องปักหลักเพื่อแสดงแนวเขตพื้นที่ทำกิน การหารือร่วมกันดังกล่าว นำมาซึ่งกันจัดตั้งเครือข่ายรักษ์เทือกเขาบรรทัด เพื่อเชื่อมประสานการทำงานของผู้คนใน 3 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง ตรัง และนครศรีธรรมราช

การทำงานร่วมกับเครือข่ายรักษ์เทือกเขาบรรทัด จุดประกายให้เกิดการจัดตั้งองค์กรพิทักษ์ป่าเขาพระทอง ขึ้นอีกครั้งในปี 2545 โดยมีกิจกรรมหลักคือ การวางแนวปลูกพืชเกษตร การเดินป่าสำรวจพื้นที่ป่าเดือนละครั้ง และการจัด “ค่ายสามวัย” (เด็ก-คนวัยทำงาน-ผู้อาวุโส) เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ ค่ายสามวัยทำให้เด็ก 2-3 คนจากตำบลเขาพระทอง ที่ติดสอยห้อยตามพ่อแม่ไปร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ ได้ร่วมกันสร้างสิ่งซึ่งถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมของชุมชน โดยกลับมาตั้งกลุ่มอนุรักษ์ของตนเองขึ้นในปีถัดมา ใช้ชื่อว่า “กลุ่มเยาวชนคนรักษ์ป่าเขาพระทอง”

ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
ใครๆ ก็รู้ว่าชื่อนั้นสำคัญ...
เมื่อแรกที่จากการตามพ่อแม่เข้าป่าไปเรียนรู้เรื่องต้นไม้ เก็บพันธุ์ไม้มาปลูก เขยิบมาช่วยดูแลรักษาป่า จนมาถึงการจัดตั้งกลุ่มเยาวชนรอบตำบลเขาพระทอง ตอนแรกก็ยังไม่มีชื่อ ความที่เป็นคนตำบลเขาพระทอง และในตำบลก็มีโรงเรียนเขาพระทอง ทำให้กลุ่มมักจะถูกเข้าใจว่าเป็นกลุ่มเยาวชนของโรงเรียนเขาพระทอง สารพัดชื่อทยอยเข้ามาในการระดมสมอง ทั้งกลุ่มกฤษณา กลุ่มจันทร์แดง กลุ่มหายใจกับธรรมชาติ กลุ่มแสงควัน กลุ่มเยาวชนคนรักษ์ป่า กลุ่มสายน้ำ และกลุ่มลมโชย แต่ในที่สุดก็มาลงเอยที่ชื่อ “กลุ่มเยาวชนคนรักษ์ป่าเขาพระทอง”

ความรู้และประสบการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร พันธุ์ไม้ สัตว์ป่า ที่ได้จากครู ซึ่งก็เป็นพ่อแม่ ลุงป้าน้าอาในหมู่บ้าน ถูกรวบรวมเป็นองค์ความรู้ นำมาหารือกับโรงเรียน และได้รับการตอบสนองอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาเป็นหลักสูตรท้องถิ่นเรื่องสิ่งแวดล้อม

“โรงเรียนให้การสนับสนุนอยู่แล้ว เพราะ เรื่องนี้อยู่ในหลักสูตรการอนุรักษ์ธรรมชาติ การที่เด็กไปปฏิบัติจริงนั้นถือว่าเป็นประโยชน์ การได้เห็นของจริงยิ่งทำให้รู้จักรักและรู้จักหวง” นายประเสริฐ สิงหเสม อาจารย์โรงเรียนเขาพระทอง ที่ปรึกษากลุ่มฯ ให้ความเห็น

ผู้ใหญ่ร่างกฎกติกาการดูแลป่า เด็กๆ ก็มีกฎกติกาดูแลกลุ่ม
สมาชิกกลุ่มฯ ช่วยกันร่างกฎระเบียบขึ้นเพื่อเป็นหลักการในการอยู่ร่วมกัน เช่น วินัยของการตรงต่อเวลา การให้เกียรติซึ่งกันและกัน การให้เกียรติเพศตรงข้าม (โดยเฉพาะผู้หญิง) เป็นต้น ส่วนการบริหารจัดการกลุ่ม มีการเลือกประธาน รองประธาน ทั้งนี้ดูตามความเหมาะสม ประธานกลุ่มคนปัจจุบันคือ นายอภิชาติ ทองเสน หรือ “แดง” ส่วนกรรมการมีทั้งหมด 12 คน

“สมาชิกกลุ่มประกอบมีตั้งแต่อายุ 7 ปี จนถึง 23 ปี เพราะว่าเมื่อผมโตขึ้น ต้องไปเรียนข้างนอก ก็จะให้เพื่อนผม หรือรุ่นน้องทำงานต่อ” ประธานกลุ่มวัย 15 ปีเศษกล่าว

สำหรับการรับสมาชิกนั้น ทางกลุ่มฯ ทำเป็นใบรับสมัคร โดยกำหนดคุณสมบัติง่ายๆ ว่า ต้องรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การสมัคร ก็มาสมัครกับประธาน จากนั้นประธานก็จะนำรายชื่อเข้าสู่การหารือของสมาชิกทั้งหมด (52 คน) เพื่อขอการอนุมัติ สมาชิกของกลุ่มฯ มีทั้งที่ยังเรียนอยู่ในระบบโรงเรียนและนอกโรงเรียน เยาวชนที่อยู่นอกโรงเรียนจะช่วยกิจกรรมด้านประชาสัมพันธ์ในหมู่บ้าน โดยชักชวนเยาวชนที่ไม่ได้เรียนหนังสือมาร่วมกิจกรรมกับกลุ่มฯ

นี่อาจจะถือเป็นข้อดี เพราะการที่เป็นกลุ่มเยาวชนที่กำเนิดจากชุมชน ทำให้เยาวชนที่ไม่ได้เรียนหนังสือเข้าร่วมด้วยไม่ยาก

“การที่แดงมาชวนให้มาทำกิจกรรมในกลุ่มฯ ก็ดีกว่าไปติดยาเสพติด” นายนันทชัย สมโชค สมาชิกวัย 20 ปี ที่ไม่ได้เรียนหนังสือต่างให้เหตุผลที่เข้าร่วมกลุ่มฯ พร้อมกับบอกเหตุผลต่อท้ายว่าถ้าเด็กๆ มาช่วยกันรักษาป่าวันนี้ ก็ยังไม่สาย “ไม่รักษาป่าวันนี้แล้วเราจะกินอะไร ในป่ามีของกินมากมาย ทั้งลูกเนียง ลูกประ... ผึ้ง”

เพียงแค่ปีเดียวของการทำกิจกรรม กลุ่มเยาวชนคนรักษ์ป่าเขาพระทอง สามารถขยายเครือข่ายไปอีก 4 โรงเรียนรอบตำบลเขาพระทอง ได้แก่ โรงเรียนเขาพระทอง โรงเรียนบ้านทุ่งโชน โรงเรียนท่าข้าม และโรงเรียนชะอวด

นอกจากกิจกรรมสำรวจป่า และการจัดค่าย กลุ่มฯ ยังมีกิจกรรมการออมทรัพย์เพื่อนำเงินไปใช้ในกิจกรรมอื่นๆ เช่น สมทบการสร้างศูนย์ข้อมูลของกลุ่มเยาวชน ซึ่งส่วนใหญ่ชาวบ้านในชุมชนก็ให้ความช่วยเหลือ ทุกวันนี้ ศูนย์ฯ ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง แต่ก็ใกล้ความจริง และถือเป็นหนึ่งในแผนงานอนาคตที่กลุ่มฯ วางไว้ โดยภายในศูนย์จะประกอบด้วยข้อมูลเรื่องการเพาะพันธุ์พืชประจำถิ่น ข้อมูลพันธุ์ไม้ในป่าเขาพระทอง เป็นต้น

ผู้สร้างความสมานฉันท์

สำหรับชุมชนเขาพระทอง งานอนุรักษ์นั้นเป็นกิจกรรมที่หยุดไม่ได้ เพราะผู้คนที่ยังทำกินในพื้นที่อุทยานนั้นมีจำนวนไม่น้อย แม้จะมีการปักเขตประกาศแล้วก็ตาม แต่โอกาสของความเผลอไผลหรือตั้งใจรุกคืบก็มีความเป็นไปได้ ของพรรค์นี้ถ้าไปบอกห้ามกันตรงๆ หลายคนอาจจะเคือง หรืออาจจะมองว่าถูกกล่าวหา

ผู้ใหญ่บางคนก็พูดยากเหมือนกัน

การมอบหมายภารกิจประชาสัมพันธ์ให้กับเด็กๆ ในกลุ่มฯ หรือมอบหมายหน้าที่ลาดตระเวนให้กับสมาชิกกลุ่มที่ทำงานในไร่ ดูเหมือนจะเป็นทางออกที่นุ่มนวล ผ่านกระบวนการทำกิจกรรมแบบเด็กๆ ที่ดูจะไม่เป็นการหักด้ามพร้าด้วยเข่า

ส่วนสายตาของคนข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หรือชุมชนข้างนอก ก็มองด้วยความเข้าใจและชื่นชม ช่วยให้เกิดความไว้วางใจว่างานอนุรักษ์ในพื้นที่ป่าต้นน้ำแห่งเทือกเขาบรรทัดจะเกิดความยั่งยืน

โดยเฉพาะในข้อที่ว่า คนเขาพระทองสามารถส่งมอบหน้าที่สำคัญนี้ให้แก่รุ่นลูกได้แล้ว

ชื่อกลุ่มเยาวชน : กลุ่มเยาวชนคนรักษ์ป่าเขาพระทอง
ที่อยู่ : หมู่ 7 ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช
ผู้ประสานงาน : นายสุรศักดิ์ เย็นทั่ว โทร. 07 047 5179
จำนวนสมาชิก : 52 คน
ลักษณะสมาชิก : เป็นเยาวชนในชุมชนตำบลเขาพระทอง โดยมีหมู่ที่ 6 และ 7 เป็นสมาชิกหลัก
อายุตั้งแต่ 7-23 ปี ขึ้นไป
ระยะเวลาดำเนินงาน : เริ่มในปี 2545

กิจกรรม :

  • การสำรวจป่า พันธุ์ไม้ สัตว์ป่า
  • เข้าร่วมในกิจกรรม “ค่ายสามวัย”
  • พัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นเรื่องสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นร่วมกับโรงเรียนทุ่งโซน
  • การออมทรัพย์เพื่อรวบรวมเงินใช้ในกิจกรรมของกลุ่ม
  • มีแผนงานสร้างศูนย์การเรียนรู้ของกลุ่มฯ

กลับหน้า ประจำปี 2547