|
ประเภทงานเขียน
นิยายของน้ำหยดหนึ่ง
โดย ชัยพร ศรีโบราณ
ผมเคยใช้ชีวิตช่วงหนึ่งคลุกคลีกับป่ามานับสิบปี
ตั้งแต่ศึกษาที่โรงเรียนป่าไม้ จังหวัดแพร่ ระหว่างปี 2521-2523 หลังจากสำเร็จการศึกษา
ได้เข้ารับราชการกรมป่าไม้อีก 8 ปี ก่อนที่จะโอนย้านไปรับราชการกรมการปกครอง
8 ปี แล้วโอนย้ายมาศาลยุติธรรมจนถึงปัจจุบัน (ปี 2547) เป็นเวลา 8
ปีเศษ ผมห่างเหินจากป่ามากว่า 16 ปี แต่ยังรู้สึกผูกพันกับป่าอย่างลึกซึ้ง
ผมตระหนักเสมอว่าธรรมชาติกับชีวิตไม่สามารถตัดขาดจากกันได้ เพราะธรรมชาติกับชีวิตต่างเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน
บทกวี
นิยายของน้ำหยดหนึ่ง มีรากฐานมาจากแนวคิดดังกล่าว ผมแสดงออกทางบทกวี
โดยอาศัยข้อมูลจากประสบการณ์และปรากฏการณ์ต่างๆ ที่รู้เห็น ผสมผสานกับจินตนาการ
แน่ละ กวีนิพนธ์ไม่อาจขาดจินตนาการ เพราะจินตนาการเป็นวิญญาณของกวีนิพนธ์
ผมจินตนาการว่าหยดน้ำหยดหนึ่งรวมถึงธรรมชาติอื่นๆ มีชีวิตจิตใจ แล้วถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของหยดน้ำหยดหนึ่งออกมาเสมือนเป็นตัวแทนของธรรมชาติ
เริ่มจากการเป็นหยดน้ำหนึ่งในท้องทะเล ฉันเป็นหนึ่งละอองของทะเล
ล่องลอยร่อนเร่ มิรู้ปลายทางแท้จริง ดูเหมือนธรรมชาติอื่นๆ
ก็ไม่รู้ปลายทางแท้จริงของตนเองเช่นเดียวกัน แม้แต่สายลมเพราะฤทธิ์แรงของแสงสุริยัน
ผลักชีวิตผันสุดที่จะสรรมรรคา ทั้งสายลมและหยดน้ำต่างได้รับอิทธิพลของแสงตะวัน
สายลมปั่นป่วนบางทีอาจกลายเป็นพายุในขณะที่หยดน้ำ ร่างฉันพลันสลายกลายตน
เป็นไอไหววน ลมอุ้มสู่บนนภาลัย กลายเป็นส่วนของเมฆล่องลอยไปตามสายลม
แต่สายลมนั้นก็เคลื่อนไหวไปโดยการกำกับของแสงตะวัน แดดนำกำกับหนาวร้อน
ไล่ต้อนลมเลื่อนเคลื่อนไหว ลมขับเมฆคล้อยลอยไป เกินปรามตามใจสายลม
การเป็นส่วนหนึ่งของเมฆทำให้หยดน้ำได้พบพานความแตกต่างบนทางผ่าน
เช่น ท้องทุ่ง หมู่บ้าน และเมือง จนไปถึงเทือกเขาหลังจากตะวันตกดิน
ความเหน็บหนาวเข้าครอบงำ มีผลต่อสถานะของหยดน้ำ ฉันหนาวยิ่งนักหนักหน่วง
จำร่วงจากลาฟ้ากว้าง ละลิ่วปลิวโปรยโรยร้าง ชีพแปรเปลี่ยนทางกลางคัน
ผมจินตนาการต่อไปว่าหยดน้ำกลายเป็น
หนึ่งละอองของหยาดฝน เกาะนิ่งบนใบไม้กลางไพรสัณฑ์ ได้รับรู้ความรู้สึกนานาของพืชสัตว์ในป่าต่อการกระทำของมนุษย์
ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ไผ่ เห็ด หมูป่า ลูกกวาง ผึ้ง และนก โดยเฉพาะความรู้สึกของผึ้งนั้น
น่าจะเป็นตัวแทนของธรรมชาติในป่า เพราะผึ้งตระหนัถึงภาระหน้าที่ในการสะสมความอุดมสมบูรณ์
เพื่อชีวิตของมันเองและผู้อื่น ภมรว่าข้าออมความหอมหวาน จากสุมาลย์ทั่วพนาภาระหนัก
ก่อรวงรังเป็นเหมือนกับเรือนรัก ก็ถูกหักหายลับในฉับพลัน ข้าจะยังสั่งสมความฉมฉ่ำ
มาดื่มด่ำด้วยแรงอันแข็งขัน สืบศรัทธาหน้าที่ตราบชีวัน แม้ผลลัพธ์กลับผันเป็นอันตราย
กลางดึกนั้นเองฝนได้ตกกระหน่ำมาห่าใหญ่
หยดน้ำที่เป็นหยาดฝนบนใบไม้ก็ร่วงลงพื้นดินและกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระแสน้ำป่าอันเชี่ยวกราด
ทั้งพืชสัตว์และมนุษย์ต่างได้รับอันตรายจากน้ำป่า หยดน้ำมีความรู้สึกลึกๆ
ว่า ฉันปวดร้าวเศร้าใจในขบวน สุดจะทวนกระแสเกินแก้กรรม ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะธรรมชาติคิดร้ายต่อมนุษย์
แต่เป็นผลมาจากการกระทำของมนุษย์เองที่ทำลายธรรมชาติจนขาดความสมดุล
ดังที่หยดน้ำรำพันว่า ฉันตระหนักภาระเพื่อคอยเกื้อหนุน ไม่คิดร้ายต่อใครใฝ่อวยคุณ
แต่บาปบุญบันดาลเกินทานทัด หากมนุษย์เข้าใจในสัจจะ พึงลดละความชังทั้งพืชสัตว์
ธรรมชาตินานาสารพัด ปฏิบัติต่อกันด้วยฉันทา
หลังจากภาวะเลวร้ายผ่านไปเนิ่นนาน
หยดน้ำกลายเป็นส่วนหนึ่งของลำธารไหลผ่านป่า บางส่วนของป่าถูกเปลี่ยนแปลงเป็นที่ทำกินและหมู่บ้าน
ในป่านั้นชายหนุ่มได้ปรากฏตัว ความจริงเขาคือตัวผมเอง ในช่วงศึกษาอยู่โรงเรียนป่าไม้
ได้เข้าไปฝึกงานในป่าแม่ยมตะวันตก ได้สัมผัสกับป่าธรรมชาติอันสงบงาม
จึงบันทึกเป็นบทกวี โอ้หนอธรรมชาติสะอาดสะอ้าน วิญญาณข้ายั้งตั้งหลัก
ซ่อนค่าความจริงยิ่งนัก ขอพักพันพัวชั่วกาล
ภาระหน้าที่ของหยดน้ำยังไม่จบ
เมื่อลำธารไหลลงสู่แม่น้ำ หยดน้ำจึงเป็นหนึ่งละอองของแม่น้ำ ล่องลงต่ำฉ่ำหล้าผลาสิน
ทั้งพืชสัตว์ซึ้งใจได้อาบกิน ผ่านทุ่งถิ่นหมู่บ้านถึงชานเมือง แล้วพบกับความเปลี่ยนแปลงปรากฏสลดจิต
ละอองพิษคลาคล่ำคราบดำเหลือง จากริมฝั่งแห่งกรุงอันรุ่งเรือง ฉันคับเคืองคลุ้มคลั่งในวังพิษ
จากนั้นผมจินตนาการให้หยดน้ำหลงเข้าไปในปล่องท่อ ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนสถานะที่แปลกกว่าเคยเป็น
ฉันอยู่แห่งหนใดในซอกโลก ลมเคยโบกคลื่นทะเลหว้าเหว่แว่ว ตะวันเคยส่องหล้านภาแพรว
นกเคยแจ้วจำนรรจ์ลับครรไล หยดน้ำเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นน้ำดื่ม แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ในขวดน้อย
แล้วรอยเสรีแห่งชีวัน
ต่อมาหยดน้ำได้พบกับเธอ
ซึ่งจากบ้านนอกคอกนาเข้ามาทำงานในเมืองกรุง แล้วตกอยู่ในภาวะหิวโหยและคิดถึงบ้านเดิม
เธอกระสับกระส่ายกระหายหิว คิดถึงทิวทุ่งละเมาะอันเหมาะสม ยังมีอยู่ปูปลาในปลักตม
พอจะงมเก็บหาเอามากิน หยดน้ำมีส่วนช่วยเหลือลดความหิวโหยนั้น เมื่อเธอดื่มน้ำขวด
หยดน้ำจึงพบว่า กระเพาะของเธอว่างเปล่าและผ่าร้อน ฉันอาทรแผ่เย็นไม่เป็นผล
ในที่สุดทั้งเธอและหยดน้ำก็ตกอยู่ในห้วงแห่งความรู้สึกเดียวกัน เธอโศกถึงทุ่งนาและป่าเขา
ฉันก็เศร้าถึงทะเลและเวหา ความรู้สึกโศกเศร้าร่วมกันทำให้หยดน้ำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเธอเคลื่อนไปสู่ดวงใจของเธอ
แล้วเลื่อนไปร้อนเร่าที่เบ้าเนตร เธอเทวษโหยหิววะหวิวไหว ฉับเจ็บแปลบแทบล่วงชีวาลัย
คราหลั่งไหลออกมาจากตาเธอ
หยดน้ำกลายเป็นน้ำตาแล้วร่วงลงสู่แม่น้ำอีกครั้งหนึ่ง
เพื่อหล่อเลี้ยงโลกต่อไปก่อนที่จะกลับคืนสู่ทะเลที่เคยอยู่ เสมือนคลอดจากครรภ์แห่งความโศก
มาสู่โลกใบเก่าเฝ้าคอยเสมอ ร่วงลงสายนทีนองพบผองเกลอ ล่องบำเรอโลกรื่น-ก่อนคืนทะเล
แท้จริงแล้ววัฏจักรของหยดน้ำหรือธรรมชาติกับวัฏจักรของชีวิตเป็นไปในท่วงทำนองเดียวกัน
เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน มีความผูกพันและอิทธิพลต่อกันตลอดเวลา
อนึ่ง
ผมใคร่ขอหมายเหตุ ณ ที่นี้ว่า ในการอ่านกวีนิพนธ์นั้น จินตนาการของผู้อ่านย่อมไม่ถูกจำกัด
โดยจินตนาการของกวี
ชื่อ-นามสกุล
: นายชัยพร ศรีโบราณ
อายุ : 45 ปี
ที่อยู่ : 333 หมู่ 15 หมู่บ้านชิดชล ถนนกสิกรทุ่งสร้าง ต.ศิลา
อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
โทร. 07 227 3294, 043 330 162
การทำงาน : ผู้ช่วยผู้พิพากษา ศาลแขวงจังหวัดขอนแก่น
ผลงานไม่เคยตีพิมพ์ : -
กลับหน้า
ประจำปี 2547
|