ประเภทกลุ่มเยาวชน

กลุ่มเยาวชนบ้านโป่งคำ
นักวิจัยท้องถิ่นรุ่นเยาว์

ท่ามกลางทุนทางสังคมและมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า กลุ่มเยาวชนบ้านโป่งคำ คือกำลังสำคัญที่ค่อยๆ เติบใหญ่ไปพร้อมกับความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและร่มเงาแห่งพุทธศาสนา หลอมรวมให้เยาวชนเหล่านี้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าของท้องถิ่นและประเทศชาติ

วัดโป่งคำ ในตำบลดู่พงษ์ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน สงบร่มรื่นด้วยพรรณไม้ และร่มเย็นด้วยเมตตาธรรมของ พระอาจารย์สมคิด จารธัมโม เจ้าอาวาสวัดโป่งคำ ผู้นำทางศาสนา และผู้วางแนวทางการจัดการทรัพยากรท้องถิ่น ตลอดจนรื้อฟื้นศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้าน สร้างพื้นฐานการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนบ้านโป่งคำ กระทั่งเกิดการรวมกลุ่มทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ในนาม "กลุ่มเยาวชนบ้านโป่งคำ" ที่ดำเนินงานต่อเนื่องมาร่วม 9 ปีแล้ว

กลุ่มเยาวชนบ้านโป่งคำ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2536 ในช่วงแรกใช้ชื่อว่ากลุ่มยุวเกษตรกรอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านโป่งคำ สมาชิกเริ่มต้นมีเพียง 43 คน ช่วงแรกๆ พ่อแม่ผู้ปกครองยังไม่เข้าใจว่าเด็กๆ เหล่านี้เข้าไปทำอะไรในวัด แม้จะได้รับคำตอบว่าไปช่วยพระอาจารย์สมคิดปลูกป่า แต่ด้วยความที่ยังไม่เห็นประโยชน์ หลายคนจึงดุด่าลูกหลาน และขอให้ช่วยงานบ้านดีกว่าไปช่วยพระ

แม้จะทำงานท่ามกลางความไม่เข้าใจ แต่พระอาจารย์สมคิดก็ยังคงทำงานปลูกป่าฟื้นฟูสภาพ ควบคู่กับการฟูมฟักหน่ออ่อนที่เป็นความหวังให้กับชุมชน ด้วยความอดทนเพียงหวังว่า ผลงานของกลุ่มเยาวชนจะตอบคำถามและพิสูจน์คุณค่าได้อย่างเป็นรูปธรรม

ตลอดระยะเวลา 9 ปี มีผลงานที่กลุ่มเยาวชนเข้าไปมีส่วนร่วมมากมาย อาทิ โครงการปลูกป่าสาธิต โครงการเยาวชนเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โครงการเกษตรแบบผสมผสานปลอดสารพิษ โครงการอนุรักษ์พันธุ์ปลา โครงการทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ และกิจกรรมการทำผลิตภัณฑ์สมุนไพร เป็นต้น

"โครงการปลูกป่าสาธิต จะแบ่งแปลงสาธิตออกเป็น 3 แปลง แปลงที่ 1 ปลูกเป็นแถวเป็นแนวแบบสวนป่า แปลงที่ 2 ปลูกเสริมในป่าเสื่อมที่โทรมลง ส่วนแปลงที่ 3 ปล่อยให้ป่าฟื้นตัวเองตามธรรมชาติ เราจะไม่สรุปเองว่าปลูกแบบไหนดีกว่า แต่จะให้เด็กๆ ที่เขาลงมือปลูกด้วยตัวเอง เรียนรู้จริงจากสิ่งที่เขาเห็น ว่าแบบไหนเป็นอย่างไร แล้วลักษณะใดที่เอื้อประโยชน์แก่พวกเขามากกว่ากัน" พระอาจารย์สมคิด จารณธัมโม กล่าวถึงเหตุผลในการทำแปลงปลูกป่าสาธิตรูปแบบต่างๆ

เรียนรู้ด้วยตนเอง

แปลงปลูกป่าสาธิตในวัดโป่งคำ ได้ใช้เป็นห้องเรียนธรรมชาติ ให้กับกลุ่มเยาวชนบ้านโป่งคำมาหลายต่อหลายรุ่น รวมถึงกลุ่มเยาวชนที่เป็นเครือข่ายความร่วมมือ 20 องค์กร สมาชิกกว่า 350 คน ทั้งในจังหวัดน่านและจังหวัดใกล้เคียง

การดำเนินงานเป็นการปล่อยให้ธรรมชาติแสดงผลด้วยตนเอง โดยไม่ตีกรอบความคิดให้ "ต้องเชื่อ" แบบท่องจำ แต่ส่งเสริมให้กลุ่มเยาวชนเกิดกระบวนการทางความคิด ตั้งคำถาม ข้อสมมติฐาน แล้วลงมือปฏิบัติ เพื่อนำไปสู่การหาคำตอบให้กับสมมติฐานและข้อสงสัยเหล่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องกำหนดล่วงหน้าว่าผลที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้กลุ่มเยาวชนได้เรียนรู้ไปโดยไม่รู้ตัว

กิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติ จึงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มเยาวชน เป็นผู้สื่อความหมายเรื่องป่าชุมชน พืชผักท้องถิ่น และสมุนไพรพื้นบ้าน รวมถึงประโยชน์ที่พวกเขาสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง ซึ่งในพื้นที่ป่ามีการปลูกพืชผักและสมุนไพรเสริม เพื่อสร้างนิสัยการออมทรัพยากร ออมน้ำ ออมอาหาร ฝากไว้กับผืนดิน ถ่ายทอดให้แก่กลุ่มผู้สนใจและเครือข่ายเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม

"ป่า" ในความหมายของสังคมพืชที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ประกอบด้วยไม้ยืนต้นเรือนยอด ไม้พุ่ม เถาวัลย์ไม้เลื้อย พืชล้มลุกคลุมดิน เปรียบกับผู้คนในสังคม ย่อมปะปนคละเคล้า ดี เลว จริง ลวง สูง ต่ำ ดำ เตี้ย รายละเอียดที่แตกต่าง สร้างให้เกิดสังคม หากปล่อยทุกสิ่งดำเนินไปตามวิถีแห่งธรรมชาติ คนกับป่าก็ย่อมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างพึ่งพาและเกื้อกูล

ปกรณ์ บังเมฆ ประธานกลุ่มเยาวชนบ้านโป่งคำ กล่าวว่า นอกจากกิจกรรมการปลูกป่า กลุ่มเยาวชนยังได้ร่วมกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย เช่น การทำผลิตภัณฑ์สมุนไพร จำพวกแชมพูสระผมผสมมะกรูด ครีมล้างหน้า ยาหม่อง และยาลูกกลอน การหาความรู้ก็ทำด้วยการไปสืบค้นจากผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน ผู้ที่เป็นหมอพื้นบ้าน หรือมีความรู้เรื่องสมุนไพรพื้นบ้าน แล้วนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร

กรณีการทำผ้ามัดย้อมด้วยสีธรรมชาติ เนื่องจากเป็นงานฝีมือที่กลุ่มแม่บ้านทำมาก่อนแล้ว เด็กๆ จึงเพียงเข้าไปเรียนรู้และสืบสานภูมิปัญญาชาวบ้านเหล่านั้นให้คงอยู่ต่อไป ขณะเดียวกันยังได้เรียนรู้คุณค่าของพรรณพืช ว่าส่วนใดของพืชแต่ละชนิด ไม่ว่าจะเป็นราก ใบ ลำต้น ดอก ผล สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เมื่อตระหนักในคุณค่าที่เห็นเป็นรูปธรรม กลุ่มเยาวชนจึงช่วยกันดูแลรักษาและถ่ายทอดความรู้สู่ผู้อื่นอย่างภาคภูมิ

"การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ อย่างการทำของขาย ทั้งพวกแชมพูสมุนไพร ยาหม่อง ยาลูกกลอน ขนมพื้นบ้าน และผ้ามัดย้อม ช่วยสร้างรายได้ให้แก่สมาชิก แล้วยังช่วยแบ่งเบาภาระให้กับผู้ปกครองอีกด้วย" ปกรณ์กล่าวถึงผลพลอยได้จากการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ

กลุ่มเยาวชนแต่ละรุ่น ไม่เพียงมีส่วนร่วมในกิจกรรมและโครงการต่างๆ แต่ยังได้นำความรู้และประสบการณ์เหล่านั้นไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ในการศึกษาต่อ และในการพัฒนาตนเอง โดยรุ่นพี่ยังคงกลับมาร่วมกิจกรรมกับรุ่นน้อง และบางคนมีบทบาททางสังคมมากขึ้น พื้นฐานการเรียนรู้ที่ได้รับการปลูกฝังมาเป็นอย่างดีช่วยให้ชุมชนบ้านโป่งคำ สามารถสร้างแผนพัฒนาท้องถิ่นที่สอดคล้องกับวิถีของตนเองได้อย่างยั่งยืน

เด็กและเยาวชนเหล่านี้ ได้รับการกระตุ้นให้มีส่วนร่วม ในการแก้ไขปัญหาสังคม ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน ทั้งส่วนราชการและส่วนปกครองท้องถิ่น รวมถึงมูลนิธิฮักเมืองน่าน กลุ่มฮักสันติสุข สภาพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ มูลนิธิเพื่อพัฒนาเด็ก และคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นต้น

นักวิจัยรุ่นเยาว์

ผ้ามัดย้อมด้วยสีธรรมชาติ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของชาวบ้านโป่งคำ ได้รับการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบ โดยพระอาจารย์สมคิดร่วมกับกลุ่มชาวบ้าน ได้เสนอโครงการวิจัย เรื่องกระบวนการพัฒนาผ้าฝ้ายมัดย้อมด้วยสีธรรมชาติ ของกลุ่มสตรีทอผ้าบ้านโป่งคำ และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ระหว่างปี 2544-2545 ซึ่งสิ้นสุดโครงการไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม 2545 ที่ผ่านมา

กลุ่มเยาวชนบ้านโป่งคำ ได้เข้าร่วมทีมวิจัย โดยรับหน้าที่เก็บข้อมูลจากกลุ่มสตรีทอผ้าและภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งในกระบวนการดังกล่าว กลุ่มเยาวชนได้มีโอกาสเรียนรู้และสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นไปพร้อมกัน นอกจากนั้นยังได้ทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง ทั้งในด้านการมัดย้อมด้วยสีธรรมชาติและการทอผ้าพื้นเมือง

สำหรับพืชชนิดต่างๆ ที่นำมาเป็นวัสดุในการย้อมผ้า ส่วนใหญ่เป็นพรรณพืชท้องถิ่นที่หาได้ง่ายใกล้ตัว เช่น ฮ่อมหรือคราม สีธรรมชาติที่ได้รับจากฮ่อมจะมี 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงินคราม ได้จากการแช่ในน้ำ ส่วนสีเขียวจะได้ในการต้ม ทั้งนี้สีที่ได้จะแตกต่างไปตามตัวกระตุ้นสีหรือเคลือบสีไม่ให้ตก เช่น ใช้น้ำด่างหรือน้ำที่ได้จาการเผาเปลือกนุ่น มะพร้าว ใบตองแห้ง แช่น้ำค้างคืน หรือการใช้สารส้มเคลือบเพื่อป้องกันการตกสี

สำหรับสีเหลืองอ่อนๆ จะได้จากเปลือกและใบของต้นปู่เจ้า ไม้พื้นเมืองที่ชอบขึ้นริมน้ำ ส่วนสีแดง ได้จากเปลือกและใบของต้นสัก ส่วนใหญ่จะส่งเสริมให้ใช้ใบมากกว่าเปลือกลำต้น เพราะบางครั้งการลอกเปลือกจะเป็นการทำลายเส้นทางลำเลียงอาหารของพืช ทำให้ต้นสักตายได้เช่นกัน สำหรับสีแดงสามารถหาได้จากเม็ดดำเงาะ (ชื่อพื้นเมือง) ซึ่งมีฝักสีแดงสดคล้ายผลเงาะ ส่วนสีคล้ำออกน้ำตาลดำ จะได้จากต้นสาบเสือหรือหญ้าแมงวาย ตามภาษาท้องถิ่น

กลุ่มสตรีทอผ้าสีธรรมชาติ ก่อตั้งขึ้นในปี 2538 ซึ่งเป็นช่วงที่กิจกรรมการปลูกป่าของกลุ่มเยาวชนกำลังเข้มข้น พื้นที่ป่าชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้ชิดวัดโป่งคำ เนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 500 ไร่ จึงเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญให้แก่กลุ่มทอผ้า ขณะเดียวกันเมื่อกลุ่มเข้มแข็งขึ้น ได้มีการส่งเสริมให้สมาชิกแต่ละครัวเรือนปลูกพืชชนิดต่างๆ ที่ใช้เป็นวัตถุดิบไว้ในบริเวณบ้านเรือนตนเอง โดยไม่ต้องเดินทางไปเก็บจากป่าชุมชน

เด็กและเยาวชน จะช่วยสะท้อนถึงสภาพของพืชแต่ละชนิดที่ใช้เป็นวัตถุดิบ ซึ่งบางชนิดหายากจากป่าธรรมชาติ จะส่งเสริมให้มีการปลูกทดแทนทั้งในบริเวณป่าและหัวไร่ปลายนา ซึ่งแนวทางดังกล่าว เป็นลักษณะเด่นของชุมชนที่มีความเข้มแข็งในการพึ่งตนเอง ลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอกและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

หลังสิ้นสุดโครงการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผ้ามัดย้อมด้วยสีธรรมชาติ กลุ่มเยาวชนบ้านโป่งคำได้เสนอโครงการวิจัยเรื่อง "เยาวชนกับการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสมุนไพร ในอำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน" เสนอ สกว.ไปแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำตอบจากแหล่งทุน โดยมุ่งให้เกิดกิจกรรมการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรพื้นบ้าน ขยายให้ครอบคลุมทั้งอำเภอสันติสุข ตลอดจนกระบวนการแปรรูปสมุนไพร และการขยายเครือข่ายการเรียนรู้เรื่องสมุนไพรแก่เครือข่ายเยาวชน 20 เครือข่ายทั่วจังหวัดน่าน

นอกจากเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ วัดโป่งคำยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านศิลปะวัฒนธรรม การละเล่นฟ้อนดาบฟ้องเจิง-กระบี่กระบอง ดนตรีพื้นบ้าน สะล้อ ซอ ซึง การตีกลองสะบัดชัย และการฟ้อนรำ เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเยาวชนได้สืบทอดวัฒนธรรมท้องถิ่นมิให้สูญหาย ขณะเดียวกันได้เข้าร่วมกิจกรรมในงานเทศกาล และพิธีสำคัญของอำเภอและจังหวัดมาโดยตลอด

ท่ามกลางทุนทางสังคมและมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า กลุ่มเยาวชนบ้านโป่งคำกำลังค่อยๆ เติบใหญ่ไปพร้อมกับความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและร่มเงาแห่งพุทธศาสนา หลอมรวมให้พวกเขาเป็นคนที่เต็มคนสมบูรณ์ เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าของท้องถิ่นและประเทศชาติ

ชื่อกลุ่มเยาวชน : กลุ่มเยาวชนบ้านโป่งคำ ตำบลดู่พงษ์ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน
จำนวนสมาชิก : 350 คน เป็นลักษณะเครือข่าย จำนวน 20 เครือข่าย
ระยะเวลาดำเนินงาน :
เกียรติประวัติที่ได้รับ
      - ปี 2538 รางวัลชนะเลิศ ยุวเกษตรกรปลูกป่า จังหวัดน่าน
      - ปี 2539 รางวัลชนะเลิศ ยุวเกษตรกรดีเด่น จังหวัดน่าน
      - ปี 2539 รางวัลที่ 3 กิจกรรมปลูกป่ายุวเกษตรกรดีเด่น จังหวัดน่าน
      - ปี 2542 รางวัลชนะเลิศ ยุวเกษตรกรดีเด่น จังหวัดน่าน
      - รางวัลชนะเลิศ การจัดนิทรรศการต่อต้านยาเสพติด ในงาน "ต้อนรับปีใหม่ เยาวชนไทยหลีกไกลยาเสพติด"
      - ปี 2544 รางวัลกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ทำคุณประโยชน์ต่อชุมชน จังหวัดน่าน

กิจกรรม :
      - โครงการปลูกป่าสาธิต
      - โครงการเยาวชนเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
      - โครงการทำการเกษตรแบบผสมผสานปลอดสารพิษ
      - โครงการอนุรักษ์พันธุ์ปลา
      - โครงการการทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ
      - กิจกรรมการทำยาหม่องจากสมุนไพร
      - กิจกรรมการทำยาลูกกลอนขมิ้นชัน
      - กิจกรรมครีมล้างหน้าสมุนไพร
      - กิจกรรมการทำแชมพูมะกรูด
      - กิจกรรมทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ
      - โครงการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ผู้สนใจและกลุ่มองค์กรต่างๆ

กลับหน้า ประจำปี 2545