ประเภทชุมชน (ชุมชน ชุมชนเมือง เครือข่ายชุมชน)

นักวิทยาศาสตร์น้อยแห่งป่าชายเลน โรงเรียนวัดแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร คือตัวแทนกลุ่มเยาวชนที่บอกเล่าให้สังคมได้รับรู้ว่า ท่ามกลางความเจริญอย่างไม่หยุดยั้งของกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทยท่ามกลางการใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือย โดยไม่ตระหนักถึงผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เด็กตัวเล็กๆ เช่นพวกเขามีจิตสำนึกที่เปี่ยมล้น ทำหน้าที่เป็น “หน่วยพิทักษ์ป่าชายเลนขอบเมืองหลวง” รวมกลุ่มกันดำเนินกิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยการบูรณาการเข้าสู่การเรียนการสอนพวกเขาใช้ป่าแสมดำ “ป่าชายเลนผืนสุดท้าย” ของกรุงเทพฯ เป็น “ห้องเรียนธรรมชาติ” หล่อหลอมสร้างกระบวนการเรียนรู้และกระบวนการกลุ่มที่เข้มแข็ง สร้างกิจกรรมเชื่อมโยงกับสภาพปัญหาในท้องถิ่น จุดประกายจินตนาการและความคิดริเริ่มนำไปสู่การสานต่อองค์ความรู้ที่ได้สู่โครงงานต่างๆ พวกเขาคือพลังที่จะพลิกฟื้นป่าแสมดำให้คืนชีพ

นักวิทยาศาสตร์น้อยแห่งป่าชายเลน
หน่วยพิทักษ์ป่าชายเลนชายขอบเมืองหลวง

คนส่วนใหญ่อาจนึกไม่ถึงว่าเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ตึกรามบ้านช่องอย่างกรุงเทพมหานคร ยังมีป่าชายเลนหลงเหลืออยู่ในเขตบางขุนเทียนชายขอบด้านใต้ของเมือง บริเวณริมคลองสนามไชยหรือคลองด่าน ที่เชื่อมต่อกับจังหวัดสมุทรสาครในอดีตบริเวณนี้ คือป่าชายเลนผืนใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งทรัพยากรและอาหารของชุมชนที่อาศัยอยู่รอบชายป่าทั้งกุ้ง หอย ปูปลา พืช ผัก ผลไม้ สมุนไพร หลากหลายชนิด แต่วันนี้เมื่อความเจริญย่างกรายมาถึง ชุมชนขยายตัว ป่าผืนใหญ่ถูกแทรกด้วนอาคารบ้านเรือน โรงงานอุตสาหกรรม กลายเป็นป่าหย่อมเล็กหย่อมน้อยกระจัดกระจาย และป่าชายเลนผืนย่อมเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ ที่อยู่ด้านหลังโรงเรียนวัดแสมดำนี้เองที่เด็กนักเรียนใช้เป็น “ห้องเรียนธรรมชาติ” เพื่อศึกษาระบบนิเวศของป่าชายเลน เป็นโลกใบเล็กที่เด็กๆ ช่วยกันสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะ “นักวิทยาศาสตร์น้อยแห่งป่าชายเลน”

“ตามหาแสมดำ” ตามหาต้นรากชุมชน

ชุมชนแสมดำเป็นชุมชนเก่าแก่ที่อาศัยอยู่รอบผืนป่าชายเลนในอดีต มีวิถีชีวิตเรียบง่ายพึ่งพาป่าชายเลน ยังชีพด้วยการทำประมงพื้นบ้าน ลูกหลานของพวกเขาได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดแสมดำ โรงเรียนเล็กๆ ที่อยู่ด้านหลังวัดแสมดำ เป็นโรงเรียนกึ่งเมืองกึ่งชนบท ทั้งชุมชนและโรงเรียนพัฒนาไปอย่างช้าๆ เพราะตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ตาบอดการคมนาคมค่อนข้างลำบาก แต่แล้วความเจริญก็ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว เมื่อมีถนนเข้าถึงราว 4-5 ปีที่ผ่านมา สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมจากการรุกล้ำของบ้านเรือน โรงงานอุตสาหกรรม ชาวบ้านหักร้างถางป่าเพื่อเปลี่ยนไปเลี้ยงกุ้งกุลาดำแทนการทำประมงชายฝั่ง ป่าแสม ป่าโกงกาง ป่าจาก คู คลอง ถูกทำลาย โรงเรียนซึ่งเป็นสถาบันหลักหนึ่งในชุมชนต้องเข้ามามีบทบาทก่อนทีทุกอย่างจะสายเกินแก้ การปลูกฝังจิตสำนึกแก่เด็กและเยาวชนในท้องถิ่น เพื่อเป็นกำลังช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมและทรัพยากรที่เหลืออยู่ จึงกำเนิดขึ้นเมื่อปลายปี พ.ศ.2540 จากคำถามของเด็กนักเรียนคนหนึ่งที่สงสัยว่าเหตุใดโรงเรียนนี้จึงชื่อ “แสมดำ” จุดประกายให้อาจารย์พงษ์ศักดิ์ แพงคำอ้วน อาจารย์วิชาวิทยาศาสตร์เกิดแนวคิดส่งเสริมให้เด็กๆ ช่วยกันค้นหาคำตอบ แล้วขบวนการเด็กช่างสงสัยก็เริ่มวางแผนปฏิบัติการ “ตามล่าหาแสมดำ” และในที่สุดก็พบว่า “แสมดำ” เป็นพันธุ์ชนิดหนึ่งในป่าชายเลน ทำให้ปู ลิง ที่อาศัยอยู่ในป่านี้ถูกเรียกว่า ปูแสม ลิงแสม ตามไปด้วย ความสนุกสนานที่ได้ออกสืบค้น มีโอกาสพูดคุยกับชาวบ้าน ทำให้เกิดการวมกลุ่มของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 20 กว่าคน ในนาม “นักวิทยาศาสตร์น้อยแห่งป่าชายเลน” เพื่อสานงานสำรวจนี้ให้เป็นรูปธรรม สร้างความเข้าใจเรื่องป่าชายเลนให้กว้างขวางขึ้น โดยร่วมกับชาวบ้านทำการสำรวจและอนุรักษ์ป่าจากริมคลองสนามไชย ตั้งแต่แขวงแสมดำไปจรดเขตตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ผลงานวิจัยชิ้นนี้เองทำให้พวกเขาได้รับรางวัลเหรียญทองระดับประเทศ ในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ซึ่งจัดโดยสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2541 ขณะที่ผลพวงจากโครงการตามหาแสมดำของพวกเขาได้รับรางวัลชมเชยระดับประเทศ ในปี พ.ศ.2542

ห้องเรียนธรรมชาติ

รางวัลที่พวกเขาได้รับทำให้ชุมชนเริ่มหันมามองกลุ่มเยาวชนนี้ด้วยสายที่ชื่นชม และรวมบริจาคพื้นที่ซึ่งติดด้านหลังโรงเรียนจำนวน 4 ไร่ เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้ของเด็กๆ ป่าชายเลนผืนเล็กๆ นี้เปรียบเสมือนมรดกล้ำค่า เพราะเป็นป่าชายเลนผืนสุดท้ายของกรุงเทพมหานคร พวกเขาจึงร่วมกันพัฒนาให้ผืนป่าแห่งนี้เป็น “ห้องเรียนธรรมชาติ” ด้วยการแบ่งพื้นที่เป็นส่วนๆ ละ 25 ตารางเมตร เป็นฐานความรู้ย่อย 10 ฐาน บูรณาการความรู้หลากหลายวิชาเข้าด้วยกันด้วยการใช้เวลาในห้องเรียนแห่งนี้กว่า 120 นาทีต่อสัปดาห์ จากนั้นก็เริ่มต้นโครงการสำรวจพันธุ์ไม้ที่มีอยู่ในป่า นำข้อมูลที่ได้มาจัดทำป้ายชื่อติดแสดงไว้ตามต้น สังเกตและเก็บข้อมูลพันธุ์สัตว์ต่างๆ รวมทั้งของการสนับสนุนงบประมาณจากภาคเอกชน สร้างสะพานไม้ไผ่ลัดเลาะไปมาในผืนป่า เพื่อความสะดวกในการศึกษาธรรมชาติ ป่าชายเลนที่เคยถูกทิ้งร้างบัดนี้กลายเป็นห้องเรียนธรรมชาติอันมีค่า ยกระดับเป็นศูนย์ธรรมชาติศึกษาป่าชายเลนโดยมีวิทยากรตัวน้อยๆ คอยบรรยายให้ความรู้แก่ผู้มาเยือนอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

เรื่องราวของ “ลิงกับปู”

ลิงแสมเป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับป่าแสม แต่เมื่อป่าลดน้อยลงลิงแสมที่บางขุนเทียนจึงมักออกจากป่า มาฉกชิงของกินตามบ้านเรือนและร้านรวง สร้างความรำคาญและบางครั้ง กลายเป็นความรังเกียจ “หน่วยพิทักษ์ลิงแสม” จึงออกปฏิบัติการช่วยลิงแสม โดยเด็กๆ กลุ่มน้ะพากันไปขอรับบริจาคผลไม้ที่เหลือจากแม่ค้าในตลาด จากนั้นจะขับเรือหรือใช้เรือพาย ในบางครั้งระหว่างทางก็จะสับผลไม้เป็นชิ้นๆ เอาไปโยนไว้ในป่า นั่งอยู่ในเรือเฝ้ารอสังเกตพฤติกรรมของเจ้าลิงแสมฝูงใหญ่ ที่ออกมากินผลไม้แต่ผลไม้ที่ได้จากการบริจาค บางครั้งก็ไม่เพียงพอจึงต้องช่วยกันปลูกไม้ผลที่เป็นอาหารไว้ในป่า กว่าขวบปีของความพยายามไม่เพียงทำให้ลิงกลับเข้าป่าได้เท่านั้น แต่ต้นไม้ที่ช่วยกันปลูกยังเป็นอาหารของเหล่านกต่างๆ ที่อาศัยในป่าชายเลนอีกด้วย

“หน่วยพิทักษ์ปูแสม” เป็นหน่วยปฏิบัติการลำดับต่อมา หลังจากที่เด็กๆ สำรวจพบว่าจำนวนปูแสมลดลงอย่างรวดเร็ว จากที่เคยเป็นแหล่งผลิตปูเค็มมากที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากชาวบ้านจับปูที่ยังมีขนาดเล็ก หลังจากศึกษาพฤติกรรมของปูจนเข้าใจแล้ว พวกเราก็เริ่มต้นประชาสัมพันธ์ของความร่วมมือชาวบ้าน หากพบปูที่ผูกเชือกที่มีสัญลักษณ์ของพวกเขาขอให้ปล่อยมันไป เพื่อให้ปูเหล่านี้มีโอกาสเติบโตและขยายพันธุ์ต่อไป ทุกวันนี้ลิงแสม ปูแสม ในป่าแสมดำคงอยากขอบคุณหน่วยพิทักษ์ตัวน้อยๆ เหล่านี้ที่ทำให้พวกมันมีอาหารการกิน แหล่งอาศัย เพาะพันธุ์วางไข่อย่างปลอดภัยออกลูกออกหลานอีกมากมาย

ปุ๋ยลำพูกับไวน์ลำแพน

ระหว่างที่สำรวจผืนป่า ความช่างสังเกตอันเป็นคุณสมบัติของนักวิทยาศาสตร์ทำให้เด็กๆ พบว่า ต้นแสมดำที่ขึ้นใหม่ในแต่ละสภาพแวดล้อมมีอัตราการเจริญเติบโตไม่เหมือนกัน กิ่งแสมที่หล่นปักลงใกล้ต้นลำพูจะงอกเป็นต้นใหม่รวดเร็วและงามกว่าที่อื่น พวกขาไม่รอช้าที่จะนำความสงสัยนี้แปรเปลี่ยนเป็นโครงานวิทยาศาสตร์เพื่อค้นหาคำตอบ ด้วยการนำฝักลำพูมาคั้นน้ำเปรียบเทียบกับใบไม้อื่นๆ เพื่อทำเป็นปุ๋ยเพาะกล้าแสม ก่อนนำไปปลูกเสริมในพื้นที่ป่าแล้วสังเกตการเจริญเติบโต ผลพลอยได้จากการหยิบจับพืชพรรณหลากชนิดในป่าชายเลนมาทดลอง นอกจากจะได้ปุ๋ยจากฝักลำภูแล้ว ยังได้ไวน์สีสวยรสชาติดีจากผลลำแพนอีกด้วย การทดลองที่นำมาซึ่งความสำเร็จเรื่องนี้สอนให้เด็กๆ เข้าใจถึงคุณค่าและมูลค่าของทรัพยากรป่าชายเลนได้ดียิ่งกว่าตำราเล่มใดๆ ยิ่งไปกว่านั้นแกนนำชุมชนยังเสนอบริจาคที่ดินจำนวนหนึ่งให้เด็กๆ ปลูกต้นลำพูเพื่อสานจินตนาการของนักค้นคว้าแห่งป่าชายเลน

จากพี่สู่น้อง

สมาชิกนักวิทยาศาสตร์น้อยหลายคนใช้เวลาว่างวันเสาร์ไปช่วยกันดายหญ้าใน “ห้องเรียนธรรมชาติ” หลังโรงเรียน เพื่อให้กล้าไม่เล็กๆ ได้มีโอกาสรับแสวแดดเต็มที่ บางคนเป็นน้องใหม่ที่นำกล้าไม้ที่เพาะไว้มาเติมในพื้นที่ว่าง บางคนเป็นรุ่นพี่ที่จบการศึกษาไปแล้วแวะเวียนมาเก็บสมุนไพรพร้อมให้คำแนะนำกับน้องๆ ตามประสาคนคุ้นเคย ในแต่ละปี ก่อนจะจบการศึกษา รุ่นพี่จะประกาศรับสมัครรุ่นน้องที่มีใจรักเรื่องธรรมชาติเข้ามาเป็นสมาชิก แล้วกระบวนการปลูกฝังก็จะเริ่มขึ้นที่ห้องเรียนธรรมชาติส่งมอบภารกิจที่คงค้าง รวมถึงงานวิทยาศาสตร์ที่อยู่ระหว่างการค้นคว้า อาทิ การสร้างหอดูนกริมคลองสนามไชย โครงการป่าชายเลนหน้าบ้าน โครงการคืนชีวิตริมคลองมหาไชย โครงการสำรวจหิ่งห้อย โครงการลิงหรือคนกันแน่ที่ช่วยศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลน เป็นต้น วิถีทางของ “นักวิทยาศาสตร์น้อยแห่งป่าชายเลน” ได้รับการสานต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง เป็นเส้นทางขององค์ความรู้ที่มีคุณค่าและเปี่ยมด้วยจิตสำนึกที่งดงาม

ชื่อกลุ่มเยาวชน : นักวิทยาศาสตร์น้อยแห่งป่าชายเลน โรงเรียนวัดแสมดำ
จำนวนสมาชิก : ประกอบด้วยสมาชิกจากชั้นประถมปีที่ 6 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
อายุระหว่าง 12-13 ปี จำนวน 22 คน โดยมีนายพงษ์ศักดิ์ แพงคำอ้วน เป็น อาจารย์ที่ปรึกษา
ระยะเวลาดำเนินการ : กลุ่มก่อตั้งขึ้นจากกิจกรรมโครงานวิทยาศาสตร์ปลายปี 2540-ปัจุบัน

กิจกรรม :

  • สำรวจเพื่อการอนุรักษ์ป่าชายเลนริมคลองสนามไชย ตั้งแต่แขวงแสมดำไปจรดตำบลพันท้ายนรสิงห์ ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร
  • ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่จัดสำรวจอาชีพที่เกี่ยวกับป่าเพื่อจัดทำการวิจัยการใช้ป่าชายเลน และจัดทำแบบสอบถามเพื่อตรวจสอบความรู้ความเข้าใจเรื่องป่าชายเลนในท้องถิ่น
  • ดำเนินกิจกรรม “ตามหาแสมดำ” สำรวจความหลากหลายของป่าแสม ป่าจาก ป่าโกงกาง และกิจกรรม “ป่าชายเลนคืยชีพที่แสมดำ” ซึ่งเป็นกิจกรรมแบบบูรณาการในวิชาต่างๆ
  • จัดตั้งหน่วย “พิทักษ์ลิงแสม” ดำเนินการจัดหาอาหารตามธรรมชาติให้กับลิงแสม
  • จัดตั้งหน่วย “พิทักษ์ปูแสม” ดำเนินการอนุรักษ์ปูแสมไม่ให้สูญพันธุ์
  • ร่วมปลูกป่าชายเลนในวันสำคัญต่างๆ กับองค์กรอื่นๆ ทั้งในศุนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน และแนวคลองสนามไชย
  • กิจกรรมคั้น “น้ำลำพู” เพื่อทำเป็นปุ๋ยสำหรับเพาะกล้าแสม
  • ศึกษาวิจัยต้นลำพู พร้อมการอนุรักษ์หิ่งห้อย
  • ทดลองทำไวน์จากผลลำแพน โดยได้รับการสนับสนุนจากชุมชน ซึ่งแกนนำชุมชนมีโครงการจะบริจาคที่ให้สมาชิกปลูกต้นลำแพน
  • จัดทำโครงการหอดูนก โดยทำคาคบบนต้นแสมดำใหญ่ๆ เพื่อให้เยาวขนและประชาชนได้หาความรู้ในป่าชายเลน และได้เรียนรู้เรื่องนกในป่าชายเลน

รางวัลเกียรติยศ

  • ปี 2541 รางวัลชมเชยระดับชาติ การประกวดโครงานวิทยาศาตร์ เรื่อง “รวมใจภักดิ์ พิทักษ์ป่าชายเลน” โดยสมาคมวิทยาศาตร์และเทรโนโลยีศึกษาไทย
  • ปี 2543 รางวัลเหรียญทองระดับประเทศ จาก สำนักพิมพ์พัฒนาวิชาการจากต้นแบบกิจกรรม “ป่าชายเลนคืนชีพที่แสมดำ” ภายใต้โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง “การศึกษาและอนุรักษ์ความหลากหลายป่าชายเลนของกรุงเทพมหานคร

กลับหน้า ประจำปี 2544