ประเภทบุคคล

บุปผาทิพย์ แช่มนิล หญิงสาวตัวบอบบาง ทว่าจิตใจแข็งแกร่ง เป็นนักอนุรักษ์รุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นกล้าหาญ ความคิดกว้างไกล เชื่อมโยงทุกปัญหาเข้าด้วยกันเป็นองค์รวมทั้งทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า ชุมชน เยาวชน เข้าร่วมกับชุมชนแก้ไขปัญหาไม่ว่าจะเป็นประเด็น ร้อน ล่อแหลม เสี่ยงอันตราย หรือประเด็นเย็น เช่นการเพาะหน่ออ่อนต้นหล้านักอนุรักษ์จากการตั้ง “กลุ่มรักษ์เขาชะเมา” สร้างสรรกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ ด้วยความคิดที่กว้างไกลและจิตใจที่แข็งแกร่งเปี่ยมด้วยจิตสำนึกโครงการต่างๆ อาทิเช่น โครงการทางช้างผ่าน โครงการคืนแผ่นดินถิ่นอาหารช้าง ฯลฯ จึงเกิดขึ้นโดยมีเธอเป็นแกนนำ ด้วยเป้าหมายที่มุ่งหวังจะเชื่อมป่าตะวันออกให้เป็นผืนเดียวกัน

นางสาวบุปผาทิพย์ แช่มนิล
แม่แบบนักอนุรักษ์รุ่นใหม่

นี่คือผู้หญิงรูปร่างบอบบางวัยเพียง 30 ปีเศษ อดีตนักกิจกรรมแห่งชมรมอสาพัฒนา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่มุ่งหน้ากลับบ้านเกิดแทนการเป็นมนุษย์เงินเดือนเช่นคนวัยเดียวกัน เธอเลือกที่จะใช้มุมเล็กๆ ของร้านขายยาซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวในตลาดอำเภอแกลง จังหวัดระยอง เปิดร้านหนังสือให้เช่า มุมหนังสือเล็กๆนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของ “กลุ่มรักษ์เขาชะเมา” ที่มีสมาชิกตัวน้อยๆ เป็นหน่ออ่อนที่ได้รับการบ่มเพาะให้เป็นต้นกล้านักอนุรักษ์ที่กล้าแกร่งในอนาคต เฉกเช่นเดียวกับเธอซึ่งบัดนี้ คือแกนนำร่วมกับชุมชนต่อต้านอิทธิพลและนายทุนท้องถิ่น ประสานเชื่อมโยงกับกลุ่มองค์กรต่างๆ เพื่ออนุรักษ์ผืนป่ารอบอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา เป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมป่าตะวันออกให้เป็นผืนเดียวกัน

กลุ่มรักษ์เขาชะเมาแหล่งรวมหน่ออ่อนนักอนุรักษ์

“เคยทำกิจกรรมออกค่ายตั้งแต่สมัยเรียน พอกลับบ้านก็เลยชักชวนเด็กๆ ในหมู่บ้านไปออกค่ายในป่า เพราะคิดเสมอว่าการอนุรักษ์ ต้องเริ่มกันตั้งแต่ตัวเล็กๆ แบบนี้” คำบอกเล่าของบุปผาทิพย์ที่พูดถึงสมาชิกรุ่นจิ๋ววัยเพียง 6 ขวบ หนึ่งในสมาชิก “กลุ่มรักษ์เขาชะเมา” ซึ่งเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2537 หลังจากกลับบ้านมาได้เพียงปีเดียว

กลุ่มรักษ์เขาชะเมา เริ่มจากเด็กๆ ที่มาหาหนังสืออ่านในร้านโดยมีบุปผาทิพย์คอยให้คำแนะนำ
เมื่อจำนวนนักอ่านรุ่นเยาว์เริ่มแวะเวียนมาที่ร้านมากขึ้น บทสนทนาก็มักจะมีเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้ามาแทรก ก่อนจะต้นบทบาทนักอนุรักษ์ตัวน้อยด้วยงานชิ้นแรก คือ การลบรอยขีดเขียนจากฝีมือของนักท่องเที่ยวในถ้ำบนเขาชะเมาหลังจากกิจกรรมแรกผ่านไป จิตสำนึก ความรู้ ความเข้าใจถึงความสำคัญของการอนุรักษ์เริ่มหยั่งรากแทงยอดขึ้นในใจเด็กๆ การปลูกต้นไม้ในเขาชะเมาจึงเป็นกิจกรรมต่อมาและกระทำกันต่อเนื่องทุกสัปดาห์ จากนักอนุรักษ์สมัครเล่นเพียงไม่กี่สิบคนก็กลายเป็น “ค่ายเยาวชนสานฝันสู่ป่าสวย” ที่มีสมาชิกเพิ่มขึ้นนับร้อยคน โดยได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากชุมชนที่ให้ความช่วยเหลือทั้งอุปกรณ์ พาหนะ อาหาร และกำลังใจ จากร้านหนังสือเล็กๆ วันวาน ได้กลายเป็นเรือนเพาะชำจิตสำนึกแหล่งเพาะหน่ออ่อนที่กำลังเติบโตเป็นต้นกล้านักอนุรักษ์ที่แข็งแรงในวันนี้

คืนแผ่นดินถิ่นอาหารช้าง

หนทางเชื่อมผืนป่าตะวันออกจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ทำให้พื้นที่ทำกินขยายออกไปทุกปี และมีผลทำให้เส้นทางหากินของสัตว์ป่าหลายชนิดลดน้อยลง รวมทั้งเส้นทางหากินของช้างป่า ปี 2540 เกิดกรณีช้างแม่ลูกถูกยิงตาย เนื่องจากเข้ารุกที่ทำกินของชาวบ้าน บุปผาทิพย์รู้ว่าการปลูกต้นไม้คงไม่เพียงพอเสียแล้วสำหรับการฟื้นผืนป่า เธอจึงนำสมาชิกกลุ่มรักษ์เขาชะเมาเข้าร่วมกับอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา จัดทำโครงการ “คืนแผ่นดินถิ่นอาหารช้าง” โดยเด็กๆ ได้มีส่วนร่วมผ่านกิจกรรม “ค่ายวิจัยน้อย” ทำการศึกษามูลช้างเพื่อวิเคราะห์การผ่านของช้างในช่วงเวลาต่างๆ การหล่อรอยเท้าช้างด้วยปูนปลาสเตอร์ รวมทั้งรวบรวมอาสาสมัครชาวบ้านช่วยกันไล่ช้างเข้าป่า เพื่อลดปัญหาการบุกรุกที่ทำกิน และการทำร้ายช้าง

“แทนที่จะโทษชาวบ้านซึ่งไม่มีประโยชน์ เราก็นำลูกช้างที่ตายมาสต๊าฟไว้ที่อุทยานฯ ส่วนแม่ช้างก็ฝังเพราะเอามาไม่ไหว การนำลูกช้างมาสต๊าฟก็เพื่อให้ชาวบ้านได้ศึกษาบทเรียน และตระหนักถึงผลกระทบในการฆ่าช้าง”

เหนืออื่นใดโครงการ “คืนแผ่นดินถื่นอาหารช้าง” ได้ปลุกจิตสำนึกก่อให้เกิดความตื่นตัวขึ้นในชุมชน และเป็นแรงผลักดันให้เกิดโครงการ “ทางผ่านช้าง” ตามมาด้วยการรณรงค์ให้ชาวบ้านร่วมกันบริจาคพื้นที่ เพื่อทำเป็นเส้นทางเดินช้างเชื่อมระหว่างป่าเขาชะเมา กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาใน เพื่อให้ช้างได้มีโอกาสผสมข้ามพันธุ์ระหว่างป่าทั้งสองฝั่ง เป็นการเสริมความเข้มแข็งของพันธุกรรมช้าง โดยตั้งเป้าหมายที่จะสร้างฉนวนเชื่อมผืนป่าทั้งสองแห่งด้วยพื่นที่ 200 ไร่ และความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่ายทำให้ขณะนี้กลุ่มรักษ์เขาชะเมาสามารถรวบรวมพื้นที่ได้แล้วกว่า 70 ไร่ ด้วยการจัดทอดผ้าป่านำรายได้มาจ่ายค่าอาสินทดแทนประมาณ 300,000 – 400,000 บาท ไม่เพียงเส้นทางช้างป่าจะทอดเชื่อมถึงกัน หากนี่คือการปะผุรอยรั่วเชื่อมผืนป่าตะวันออกเข้าด้วยกัน เพราะผืนป่ากว้างใหญ่แห่งนี้มีอาณาเขตติดต่อกันถึง 5 จังหวัด คือ สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี เป็นป่าลุ่มต่ำผืนใหญ่และผืนสุดท้ายของประเทศไทย ที่รวมไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งต้นน้ำลำธารหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมในเขตรอยต่อ 5 จังหวัด เป็น “บ้าน” หลังใหญ่หลังสุดท้ายของสัตว์ป่าในภาคตะวันออก

หลากหลายกิจกรรมสู่เส้นทางแห่งความยั่งยืน

“หนอนกระทู้” จุลสารเล่มเล็กๆ ราย 3 เดือน ที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของเด็กๆ กลุ่มรักษ์เขาชะเมา เป็นสะพานเชื่อมความคิดของสมาชิกในกลุ่ม และทอดข้ามสู่ความเข้าใจของคนภายนอก เช่นเดียวกับการจัดค่ายวัฒนธรรมปีละครั้งในประเด็นต่างกันไป เช่น “ค่ายเรื่องเก่าที่บ้านเกิด” “ค่ายยาหม้อ หมอยาภูมิวิชาบ้านเรา” โดยมีผู้เฒ่าผู้แก่หมอยา ปราชญ์ชาวบ้านมาให้ความรู้บอกเล่าเรื่องราวให้เด็กๆ ได้รับรู้ถึงรากเหง้าที่มาแห่งความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของท้องถิ่น และในอนาคตอันใกล้นี้กิจกรรมที่หลากหลายกำลังจะมี “โรงเรียน โรงเล่น” เป็นเวทีปฏิบัติการ โดยได้รับการบริจาคพื้นที่ 10 ไร่ จากคนในชุมชน และการสนับสนุนงบประมาณ 250,000 บาท จากกกองทุนเพื่อสังคม (SIF) สถานที่นี้จะเป็นศูนย์กลางการทำกิจกรรมร่วมกันของคนในชุมชน เป็นโรงเล่นในฝันของเด็กๆ ที่ทุกคนช่วยกันสร้างขึ้นมา “อะไรที่เด็กอยากเรียน เขาจะได้เรียน อะไรที่เด็กอยากเล่น เขาจะได้เล่น กิจกรรมทุกอย่าง เด็กๆ จะร่วมกันออกความคิด และตัดสินใจทุกอย่างจะออกจากที่ประชุม” และที่นี่จะเป็นสถานที่บ่มเพาะสร้างจริยธรรมและ “จิตสาธารณะ” แก่เด็กๆ ที่เธอบอกว่า “ต้องผลิตซ้ำ ตอกย้ำ ตั้งแต่เด็กๆ”

แม้จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณบางส่วนแต่บุปผาทิพย์และเด็กๆ มุ่งเน้นการพึ่งตนเองก่อน งานทุกอย่างไม่ว่าเป็นรับจ้างเสริฟน้ำ ทำอาหาร ปักเสาหลักที่ดิน การทำผ้ามัดย้อม ฯลฯ จึงเป็นแหล่งรายได้เพื่อนำมาทำกิจกรรมทั้งสิ้น

“พ่อแม่ของเด็กๆ หลายคนฐานะยากจน การที่เด็กมารวมกลุ่มกัน เราไม่ได้หวังจะทำเรื่องอนุรักษ์อย่างเดียว แต่ควรจะดูแลเรื่องความเป็นอยู่ของพวกเขาด้วย เด็กๆ จะมีรายได้เสริมจากงานมัดย้อมที่นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ พวกเขาจะเอามาฝากเป็นเงินออก เพื่อเอาไปใช้ในวันข้างหน้า หรือ เอาไปช่วยเหลือครอบครัว นอกจากนั้นถ้าเราต้องการให้กลุ่มอนุรักษ์เขาชะเมาอยู่ได้อย่างยั่งยืน เราก็ต้องรู้จักเลี้ยงตัวเอง แทนการของเงินจากคนอื่น ซึ่งได้เพียงครั้งคราว”

เป้าหมายของความยั่งยืนไม่ใช่การอนุรักษ์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว แต่ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกที่เปี่ยมด้วยจริยธรรมให้กับเยาวชนอีกด้วย บุปผาทิพย์เฝ้าย้ำเตือนกับเด็กๆ เหล่านี้เสมอว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำนั้น ทำเพื่อบ้านเรา เพื่อท้องถิ่นของเรา

“ร้อน” และ “เย็น” ประเด็นแห่งการอนุรักษ์

“งานที่ทำกับเด็กๆ ต้องใช้เวลา ทำไปเรื่อยๆ แต่งานอนุรักษ์ต้องทำทั้งประเด็นร้อนและเย็นคู่กันไป เพราะฉะนั้น เราก็ต้องดูเรื่องอื่นที่เราสามารถทำได้ด้วย”

ปี 2542 ระหว่างการทำงานกับเด็กๆ การทำงานในประเด็นร้อนของบุปผาทิพย์ก็เริ่มขึ้นในนามส่วนตัว เพื่อป้องกันอันตรายและความเดือนร้อนที่จะเกิดแก่เด็กๆและผู้ปกครอง เธอเริ่มประสานกับชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ผืนป่ารอบเขาชะเมา และได้เข้าร่วมกับชาวบ้านตำบลทุ่งควายกินขัดขวาง โครงการระเบิดหินบริเวณเขาชะอาง ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ป่าสงวนและเชื่อมติดกับป่าเขาชะเมา แม้รู้ว่าเป็นเรื่องที่ล่อแหลมเสียงต่ออันตรายแต่เธอก็ไม่ย่อท้อ เพราะหากโครงการนี้เกิดขึ้น นอกจากจะส่งผลให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากรน้ำในอนาคตแล้ว ยังสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้กับโรงเรียนและหมู่บ้าน ผลของการต่อสู้รวบรวมข้อมูลชี้แจงต่อ อบต. แลกด้วยชีวิตของแกนนำสำคัญคนหนึ่งที่ถูกลอบยิงเสียชีวิต ต้องรอเวลาในการพิจารณาถึง 1 ปี คือ มติจากรัฐบาลให้ระงับโครงการในที่สุด

ผลงานที่โดดเด่นเหล่านี้ทำให้บุปผาทิพย์ได้รับรางวัลผู้หญิงเก่ง สาขาสิ่งแวดล้อม จากสถาบันวิจัยบทบาทหญิงชาย ในปี 2542 แต่กำเนิดของกลุ่มรักษ์เขาชะเมาและจิตสำนึกและการตื่นตัวของชุมชน น่าจะเป็นรางวัลที่มีค่าที่สุดในการตัดสินใจกลับบ้านเกิดของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้

ชื่อ – นามสกุล : นางสาวบุปผาทิพย์ แช่มนิล
อายุ : 34 ปี
สถานภาพ : โสด
การศึกษา : ปริญญาตรีคณะคหกรรมศาสตร์ สาขาพัฒนาการเด็กและครอบครัว
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ตำแหน่งหน้าที่ :

  • ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มรักษ์เขาชะเมา
  • เจ้าหน้าที่ติดตามสนับสนุนงานท้องถิ่นสำนักงานกองทุนเพื่อสังคม (SIF) จ.ระยอง
    - คณะกรรมการเครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนา
    - คณะทำงานเพื่อเครือข่ายระยอง
    - คณะทำงานการท่องเที่ยว จ.ระยอง
    - ที่ปรึกษาคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน
    - ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาคมภาคตะวันออก
    ประจำ จ.ระยอง

ระยะเวลาดำเนินการ : ปี 2537 – ปัจจุบัน
เกียรติประวัติ : รางวัลผู้หญิงเก่ง ปี 2542 สาขาสิ่งแวดล้อม สถาบันวิจัย บทบาทหญิงชาย

ผลงาน :

  • ก่อตั้งกลุ่มรักษ์เขาชะเมา
  • โครงการสื่อละครสัญจรสานฝัน เพื่อเผยแพร่งานด้านอนุรักษ์
  • โครงการ “สานฝันสู่ป่าสวย” ปลูกจิตสำนึกเยาวชนในการอนุรักษ์ป่าไม้
  • โครงการ “ทางช้างผ่าน” ฟื้นฟูสภาพรอยต่อป่าภาคตะวันออก
  • โครงการ ”คืนแผ่นดินสร้างถิ่นอาหารช้าง”
  • โครงการ “นักวิจัยน้อย” เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของคนกับช้าง
  • ร่วมกับแกนนำชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลทุ่งควายกัน ต่อต้านนายทุนและกลุ่มอิทธิพล กรณีระเบิดภูเขากลางทุ่งในพื้นที่เชื่อมต่ออุทยานแห่งชาติเขาชะเมา

กลับหน้า ประจำปี 2544