ประเภทกลุ่มเยาวชน

ชมรมลิเกเพื่อการศึกษาสู่ศักยภาพ
มิติใหม่แห่งการบูรณาการ

“ลิเก” ศิลปะการแสดงพื้นบ้านเก่าแก่ของไทยกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ฟังดูอาจเป็นคนละเรื่องกัน แต่สองสิ่งนี้กลับหลอมรวมเข้าด้วยกันได้อย่างกลมกลืน ด้วยความสามารถของเด็กเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง ในนาม “ชมรมลิเกเพื่อการศึกษาสู่ศักยภาพ” โรงเรียนศรีเอี่ยมอนุสรณ์ เรื่องราวที่แสดงล้วนสะท้อนแง่มุม ให้ความรู้ ปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แก่เยาวชนและคนทั่วไปในสังคม ผ่านการแสดงที่สนุกสนาน เข้าใจง่าย เด็กสนุกกับบทบาทสมมติที่ได้รับ ขณะเดียวกับที่จิตสำนึกได้หยั่งรากลงในจิตใจของพวกเขา และนี่คือมิติใหม่ของการศึกษา ที่สามารถนำศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นเชื่อมโยงเข้ากับการศึกษาบูรณาการความรู้ด้านต่างๆ เข้าด้วยกัน หลายคนอาจหลงลืมลิเกไปแล้ว แต่เด็กเล็กๆ เหล่านี้ยังคงแสดงลิเกร้องบอก กระตุ้นเตือน ทวงถามผู้ใหญ่ถึวความรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม

ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในสังคมเมือง การคลั่งไคล้วัฒนธรรมจากต่างประเทศ เด็กเล็กๆ กลุ่มหนึ่งในโรงเรียนย่านชานเมืองกรุ่งเทพฯ “ชมรมลิเกเพื่อการศึกษาสู่ศักยภาพ” โรงเรียนศรีเอี่ยมอนุสรณ์ บางนา กลับนำศิลปะการแสดงดั้งเดิมของไทยมาสร้างมิติใหม่ให้การศึกษา บูรณาการความรู้ผ่านการแสดง “ลิเก” สร้างจิตสำนึกแก่เยาวชนในเมืองให้เห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระตุ้นเตือนให้ชุมชนและสังคมรอบข้างหันมาใส่ใจ ร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่ล้ำค่าไว้เป็นมรดกแก่ลูกหลาน

เริ่มต้นจากป่าหน้าโรงเรียน

ปี พ.ศ. 2537 “กลุ่มคนรักลิเก” แห่งโรงเรียนศรีเอี่ยมอนุสรณ์เริมก่อตั้งขั้น โดยคุณครูปลูก เนินกลาง ผู้สอนวิชาเสริมสร้างประการณ์ชีวิต (สปช.) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็นแกนนำ ด้วยจุดมุ่งหมายในรณรงค์ให้เด็กๆ ในโรงเรียน มีจิตสำนึกและลักษณะนิสัยถาวรในการักป่า สานรับโครงการปลูกสวนป่าศรีวนา บริเวณหน้าโรงเรียนที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้แล้ว

“ลิเก” ศิลปะการแสดงพื้นบ้านของไทยจึงถูกนำมาใช้เป็น “สิ่อ” สอดแทรกความรู้และจิตสำนึกแก่เด็กๆ ในชั่วโมงประเทิองปัญญา ด้วยการแสดงที่สนุกสนาน เนื้อเรื่องเข้าใจง่าย เด็กๆ จึงสนุกกับบทบาทสมมติที่ได้รับพร้อบกับจิตสำนึกที่ซึมซาบฝังแน่นโดยไม่รู้ตัว ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นทำให้ต้องจัดการแสดงบ่อยครั้งทั้งในโรงเรียนและรับเชิญไปแสดงในสถานที่ต่างๆ ในที่สุดจึงพัฒนาเป็น “ชมรมลิเกเพื่อการศึกษาสู่ศักยภาพ” สมาชิกตัวน้อยๆ ตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวนถึง 60 คน มีคูณครูบุญปลูกเป็นผู้เขียนบท ฝึกซ้อม ดูแลการแสดง โดยเด็กๆ ต่างช่วยกันเสนอความคิดเห็นและสอดแทรกบทเพิ่มเติม

“ลิเก” บทบาทสมมติสู่การสร้างจิตสำนึก

เนื้อหาเรื่องราวของลิเกแสดงกันทั่วไปส่วนใหญ่ มักนำเรื่องราวในวรรณคดีมาแสดงบางครั้ง ก็เป็นเรื่องราวการชิงรักหักสวาท หากลิเกของชมรมลิเกฯ กลับนำเรื่องราวในวรรณคดีมาสอดแทรกความรู้ เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม บางเรื่องก็เขียนขึ้นใหม่อย่างสนุกสนานหากมีแง่มุมที่น่าสนใจ นับเป็นความสามารถในการสร้างความรู้ ความเข้าใจและจิตสำนึกแก่เด็กๆ อย่างแยบยล

“ตัวข้าพเจ้ามีนามว่า เจ้าชายสะแกกรัง เป็นกษัตริย์อุทัยทัศน์แห่งเมืองอุทัยธานี...ชื่อนี้เสด็จพ่อของเราตั้งให้ เป็นชื่อแม่น้ำในเมืองของเรา แม่น้ำเป็นเสมือนชีวิตของคนเรา เราคือตัวแทนแห่งแม่น้ำ... ป่าไม้เราตัดได้แต่ต้องมีการปลูกทดแทน ไม่ใช่ตัดจนหมด ลูกหลานเราจะลำบาก”

นี่คือบทบาทการแสดงบางตอนจากเรื่อง เจ้าหญิงเสือดาว เรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของสัตว์ป่า ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในห่วงโซ่อาหาร ระบบนิเวศ ผืนป่าและผลของการตัดไม้ทำลายป่า ได้กลายมาเป็นหนังสืออ่านเพิ่มเติมสำหรับเด็กๆ เพราะสามารถบูรณาการความรู้ด้านต่างๆ เข้าด้วยกัน นอกจากนี้เนื้อหาการแสดงอีกหลายเรื่องล้วนแล้วแต่สอดแทรกความรู้ด้านต่างๆ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึก อาทิ บัลลังก์รักไร้บุหรี่ ที่สะท้อนถึงอันตรายของบุหรี่และรณรงค์การเลิกสูบบุหรี่ สุดสาครกับม้านิลมังกร ที่สะท้อนถึงระบบนิเวศป่าชายเลนและนิเวศชายฝั่งทะเล ลิเกวิทยาศาสตร์เรื่อง สังข์ทอง ตอน รจนาเลือกคู่ ปี 2000 ที่สอดแทรกการฝกทักษะการทดลองวิทยาศาสตร์และการเสริมสร้างคุณธรรม

เด็กๆ สนุกสนานกับบทบาทสมมติในการแสดง พร้อมกับความรู้ ความเข้าใจ และจิตสำนึกที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับคนดูทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็ซึมซับผ่านการแสดงที่สนุกสนาน ซึ่งภายหลังการแสดงจบลง ทางชมรมจะให้คนดูเขียนความรู้สึกแสดงความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อกระตุ้นเตือน ตอกย้ำอีกครั้ง

มิติใหม่แห่งการศึกษา

ผลงานความสำเร็จที่เกิดจากความมุ่งมั่นตั้งใจของเด็กเล็กๆ กลุ่มหนึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ปัจจุบันการแสดงลิเกถูกบรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรในระดับชั้นประถทศึกษาปีที่ 4 ของทางโรงเรียน และได้รับความสนใจจากชุมชนและโรงเรียนต่างๆ เชิญไปแสดงและแนะนำแนวทางการปฏิบัติ นอกเหนือจากกิจกรรมหลักนี้แล้ว เด็กๆ ยังมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ ที่จัดขึ้นเพื่อสานต่อรองรับกัน ไม่ว่าจะเป็น โครงการห้องเรียนสีเขียว โครงการประหยัดใช้ – ประยุกต์ทำ โครงการรวมพลังหาร 2 โครงการแยกขยะก่อนทิ้ง โครงการปลูกผักรักในหลวง โครงการปลูกต้นไม้วันเข้าพรรษา เป็นต้น กิจกรรมต่างๆเหล่านี้ คือการบูรณาการการศึกษาด้านต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยให้เด็กเป็นศูนย์กลาง ได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ก่อให้เกิดการเรียนรู้ ฝึกทักษะ กระบวนการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา การทำงานกลุ่ม การสร้างประชาธิปไตย ความรับผิดชอบ ตระหนักในคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนศิลปะการแสดงของไทยผลพลอยได้ที่เกิดตามมา คือการพัฒนาบุคลิกภาพ สร้างความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงออก ภาคภูมิใจในสิ่งที่ทำ รวมถึงทักษะภาษาไทยที่ดีขึ้น พูดจาฉะฉาน อักขระชัดเจน บางคนสามารถนำเรื่องราวการำกิจกรรมไปจัดทอล์คโชในโรงเรียน เขียนโครงานเรียงความ ประกวดวาดภาพ ได้รับรางวัลมากมาย แต่เหนืออื่นใดพวกเขาหวังอย่างยิ่งว่าความตั้งใจของเด็กเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง ที่พยายามสืบสานเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์ธรรมชาติ จะกระตุ้นให้เกิดผลในวงกว้างแก่เยาวชนและคนทั่วไป ขณะที่เรามองดูภาพความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กตัวน้อยๆ กำลังร่ายรำอย่างงดงาม ร้องลิเกเล่นดนตรีประกอบจังหวะด้วยความสนุกสนาน เรารู้หรือไม่พวกเขากำลังร้องบอกกระตุ้นเตือน ทวงถามจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น

ชื่อกลุ่มเยาวชน : ชมรมลิเกเพื่อการศึกษาสู่ศักยภาพ
โรงเรียนศรีเอี่ยมอนุสรณ์ บางนา กรุงเทพฯ
จำนวนสมาชิก : นักเรียนชั้นอนุบาล – ประถมศึกษาปีที่ 6 อายุระหว่าง 6 – 12 ปี จำนวน 60 คน
ระยะเวลาดำเนินงาน : ปี พ.ศ. 2537 – ปัจจุบัน

กิจกรรม

  • โครงการลิเกเพื่อการอนุรักษ์ป่า จัดแสดงลิเกที่มีเนื้อหาสอดแทรกความรู้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดแสดงทั้งในโรงเรียนและสถานที่ชุมชน ห้างสรรพสินค้า
  • โครงการห้องเรียนสีเขียว จัดทำบอร์ดนิทรรศการ สมุดภาพและข่าวสารเกี่ยวกับป่าไม้
  • โครงการประหยัดใช้ประยุกต์ทำ รณรงค์การนำขยะ เศษวัสดุต่างๆ มาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ทำอุปกรณ์ประกอบฉาก เสื้อผ้า ใช้ในการแสดง
  • โครงการวมพลังหาร 2 จัดบอร์ดนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน
  • โครงการปลูกผักรักในหลวง แจกเมล็ดพันธุ์ผักให้นักเรียนกลับปลูกที่บ้าน
  • โครงการปลูกสวนป่าเฉลิมพระเกียรติหน้าวัดศรีเอี่ยมติดกับโรงเรียน
  • โครงการปลูกต้นไม้วันเข้าพรรษา บริเวณหน้าโรงเรียน

กลับหน้า ประจำปี 2543